โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Work-Life Balance 'อยู่บ้าน' ให้สบายใจ บริษัทชั้นนำ 75% โนสน โนแคร์ Gen Z

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 15 ม.ค. 2568 เวลา 02.25 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2568 เวลา 02.25 น.

บทความพิเศษ | จักรกฤษณ์ สิริริน

Work-Life Balance

‘อยู่บ้าน’ ให้สบายใจ

บริษัทชั้นนำ 75% โนสน โนแคร์ Gen Z

The Intelligent ได้เปิดเผยผลสำรวจ CEO ชั้นนำในสหรัฐอเมริกา พบว่า 75% ไม่พอใจสมรรถนะ Gen Z ที่จบใหม่ในปี ค.ศ.2024

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 6 ใน 10 บริษัท ได้บอกกล่าว “เลิกจ้าง” บัณฑิต Gen Z ภายใน 1 ปี

ส่งผลให้ 1 ใน 6 ของ HR เกิดความลังเลที่จะจ้าง Gen Z รุ่นต่อไป และ 1 ใน 7 อาจพิจารณางดจ้าง Gen Z จบใหม่ในปีการศึกษา 2025

สอดคล้องกับ Mercer บริษัทวิจัย Trend การจ้างงาน ที่ออกรายงานฉบับใหม่ ระบุว่า นายจ้างยุโรป ไม่อยากจ้างเด็ก Gen Z มาทำงานอีก โดยหันไป Re-skill พนักงาน Gen Y แทน

สาเหตุหลักก็คือ Gen Z ขาด Working Ethics หรือ “จรรยาบรรณในการทำงาน” และไม่มี Attitude การทำงานเพื่อส่วนรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Gen Z มี Skill-set Value น้อยกว่าคนรุ่นก่อน

เช่นเดียวกับผลสำรวจของ ResumeBuilder.com ที่เก็บตัวอย่าง CEO ทั่วโลก จำนวน 1,300 คน โดย 75% บอกว่า Gen Z เป็นกลุ่มคนที่ผู้บริหารทำงานด้วยยากมาก

ข้อมูลที่น่าตกใจก็คือ CEO 12% ไล่ Gen Z ออกภายในสัปดาห์แรกของการทำงานทันที และอีกเกือบครึ่งหนึ่งหรือ 49% บอกว่ามีปัญหากับ Gen Z ทุกครั้งที่สั่งงาน หรือทุกชิ้นงานที่มอบหมาย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง CEO 59% ระบุว่า ต้องการไล่พนักงาน Gen Z ออก โดย 20% บอกว่า “ต้องไล่ Gen Z ออกภายในสัปดาห์แรก”

ขณะที่อีก 27% ขอให้ไล่ Gen Zออกภายในเดือนแรกหลังจากเริ่มงาน

สาเหตุหลักจากมุมมอง CEO ก็คือ Gen Z ขาดความพยายามในการปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความอ่อนไหวต่อการวิพากษ์วิจารณ์

ที่น่าสนใจก็คือ CEO กว่า 65% มองว่า อีกไม่นาน การปล่อยเด็กกลุ่มนี้ออกจากองค์กรโดยเร็ว จะเป็นเรื่องปกติของทุกบริษัท

ประมวลปัญหาที่ HR บริษัทชั้นนำพบก็คือ บัณฑิต Gen Z ที่เพิ่งจบการศึกษาไม่มีการเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน ไม่สามารถรับมือกับปริมาณงาน และขาดความเป็นมืออาชีพ

HR ชี้ว่า Gen Z จำนวนมาก กลัวการคุยโทรศัพท์กับนายจ้าง บางคนมีผู้ปกครองมาด้วยในวันสัมภาษณ์ สะท้อนถึงการขาดความเป็นผู้ใหญ่

9 ใน 10 ของ HR มองว่า บัณฑิต Gen Z ที่เพิ่งจบการศึกษา ควรได้รับการอบรมมารยาท ที่สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของทักษะทางสังคม และการวางตัวอย่างเหมาะสมในที่ทำงาน

โดยสถาบันอุดมศึกษา หรืออาชีวศึกษา ต้องเพิ่มหลักสูตร หรือกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาทักษะทางสังคมให้กับนักศึกษา ก่อนที่พวกเขาจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากได้งาน Gen Z กลับไม่เต็มใจทำงานเต็มเวลา ต้องการเริ่มงานสาย และมีทักษะการสื่อสารที่ไม่ดีพอ

ประเด็นเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างที่เกิดจากวิธีการเลี้ยงดู โครงสร้างระบบการศึกษา และความต้องการของตลาดแรงงาน ชี้ให้เห็นว่า Gen Z ขาดความยืดหยุ่น และความรับผิดชอบ

เพราะเป็นที่รู้ดีว่า Gen Z เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่สุขสบาย ไม่ผ่านการเรียนรู้ที่จะรับมือกับความล้มเหลว ขาดทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และทักษะการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่างๆ

เมื่อพ่อแม่จัดการปัญหาให้ทั้งหมด ทำให้ Gen Z คิดว่าครอบครัวนี้ไม่มีปัญหา สังคมนี้ไม่มีปัญหา โลกนี้ไม่มีปัญหา ทำให้พวกเขาขาดทักษะในการจัดการกับความพ่ายแพ้และผิดหวัง

ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ บรรดา CEO มองว่า Gen Z มีทัศนคติแปลกๆ

เช่น Gen Z มักมองว่า ตนต้องได้รับสิทธิ์ต่างๆ เหมือนบรรดาผู้อาวุโสในองค์กร ทั้งๆ ที่ Gen Z ขาดความอดทนต่อความคิดเห็นที่แตกต่าง และมีปฏิกริยาที่ไม่เหมาะสมเมื่อได้รับการติชม

Gen Z คือกลุ่มคนที่เกิดในช่วง ค.ศ.1995 ถึงปี ค.ศ.2009 เกิด และเติบโตมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร มีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีเป็นอย่างดี เรียนรู้ได้เร็ว มองเห็นคุณค่าของตัวเอง และมองทุกคนเท่าเทียมกัน

Gen Z ไม่เชื่อในระบบอาวุโส แต่จะเชื่อในสิ่งที่มีข้อมูลรองรับ ส่วนใหญ่มีพื้นฐานทางครอบครัวที่ดีกว่าคนใน Gen ก่อนหน้า ซึ่งมีความเชื่อ และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ต่างออกไป ส่งผลถึงมุมมองการทำงานของ Gen Z ที่แตกต่างเป็นอย่างมาก

Gen Z เริ่มมีบทบาทในสังคมในปี ค.ศ.2020 ซึ่งถือเป็นปีแรกที่ Gen Z ทั้งหมดได้เริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงานในฐานะ First Jobber โดยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า Gen Z จะกลายเป็นกำลังแรงงานหลักของโลก

ดังที่กล่าวไป ลักษณะนิสัย ทัศนคติในการทำงาน รวมถึงไลฟ์สไตล์ต่างๆ ของ Gen Z มีความแตกต่างไปจากประชากร Generation ก่อนค่อนข้างมาก

ดังนั้น ผู้ประกอบการหรือนายจ้าง จึงควรศึกษา และเข้าใจในพฤติกรรมต่างๆ ของ Gen Z โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน Generation เฉกเช่นในปัจจุบัน ทั้งนี้ ก็เพื่อให้องค์กรต่างๆ เติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันกับคนทุก Gen

ขณะเดียวกัน องค์กรต่างๆ ก็ควรปรับตัวเพื่อรองรับคน Gen ใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Gen Z หรือ Gen Alpha ที่กำลังจะเติบโตขึ้นมา

โดยเน้นไปที่การปรับปรุงกระบวนการสรรหา โดยให้ความสำคัญกับการประเมินศักยภาพ และทัศนคติของ Gen Z มากกว่าประสบการณ์การทำงาน

อาจเริ่มด้วยการจัดโปรแกรมปฐมนิเทศที่ให้ข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร ความคาดหวัง และวิธีการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้การแนะนำพนักงาน Gen อื่นๆ เกี่ยวกับลักษณะของ Gen Z ที่จะเข้ามาในองค์กร

ขณะเดียวกัน ก็ควรจัดแนะนำพนักงาน Gen Z ว่าองค์กรมีพนักงาน Gen อื่นๆ ที่ทำงานอยู่ก่อน เพื่อให้ Gen Z ปรับตัวเข้าหาคนรุ่นเก่าด้วย มิใช่เพียงคนรุ่นเก่าปรับตัวเข้าหา Gen Z

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง องค์กรควรจัดหาพี่เลี้ยงประจำตัวที่เป็นคน Gen อื่น เพื่อให้คำแนะนำ และให้การสนับสนุนในการทำงานแก่พนักงาน Gen Z

ต้องมีการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการเรียนรู้ โดยสนับสนุนให้พนักงาน Gen Z และทุกๆ Gen ร่วมกันเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อพัฒนาทักษะ และเจริญเติบโต ก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงานร่วมกันต่อไป

ท้ายที่สุดแล้ว การเข้าใจ และการยอมรับความแตกต่างระหว่าง Generation เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานให้มีประสิทธิภาพ

แม้ว่าคน Gen Z อาจมีคุณลักษณะบางอย่างที่ท้าทายต่อรูปแบบการทำงานแบบดั้งเดิม แต่อย่าลืมว่า พวกเขาก็นำมาซึ่งมุมมองใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น ทักษะด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย และความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์อย่างมากต่อองค์กร

ทั้งนี้ การสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาทักษะ Gen Z กับการปรับตัวขององค์กรเพื่อใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของ Gen Z คือกุญแจสำคัญสำหรับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่น่าอยู่

แม้ Trend ตลาดงานในปัจจุบัน คนสมัครงานที่เป็น Gen Z จะเป็นผู้เลือกงาน มากกว่าที่องค์กรจะเป็นผู้เลือก Gen Z เข้ามาทำงานในองค์กร

อย่างไรก็ดี บรรดา HR ได้ข้อสรุปว่า องค์กรอาจจะไม่ทน หรือไม่เลือกทำงานกับคน Gen Z จากสาเหตุ “ทำงานด้วยยาก” แม้ว่า Gen Z จะเก่งเทคโนโลยี แต่ขาดทักษะเชิงลึก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Gen Z มีทักษะการสื่อสารที่ยอดแย่ ทำให้เกิดช่องว่างระหว่าง Gen ที่ไม่จำเป็น

จากคุณสมบัติเด่นของ Gen Z คือเรียนรู้ไว ดังนั้น องค์กรต้องปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมการทำงานให้เหมาะกับ Gen Z โดยเร็ว

เพราะถึงที่สุดแล้ว ไม่มีทางที่องค์กรจะหลีกเลี่ยงการทำงานกับ Gen Z ไปได้

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Work-Life Balance ‘อยู่บ้าน’ ให้สบายใจ บริษัทชั้นนำ 75% โนสน โนแคร์ Gen Z

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...