โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

TCAP -คลัง-กองทุนวายุภักษ์ ยิ้ม! TTB เปิดซื้อหุ้นคืนดันมูลค่าหุ้นพุ่ง โบรกฯคาดยิลด์ปันผลสูง ลุ้นราคายืน 2 บ.

Share2Trade

อัพเดต 29 ม.ค. 2568 เวลา 07.46 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. 2568 เวลา 07.46 น. • Share2Trade

ตามที่ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) TTB ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน งบประมาณไม่เกิน 21,000 ล้านบาท เป็นเวลา 3 ปี (ปี 68-70) โดยการซื้อหุ้นคืนครั้งแรกในปี 68 จะใช้งบประมาณ ไม่เกิน 7,000 ล้านบาท ซื้อคืนไม่เกิน 3.5 ล้านหุ้น (ไม่เกิน 3.6% ของหุ้นที่ชําระแล้ว) ในช่วง 3 ก.พ.-1 ส.ค. 68

TCAP-คลัง-กองทุนวายุภักษ์ ยิ้ม_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

ทั้งนี้ การซื้อหุ้นคืน ผู้ถือหุ้นจะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) และอัตรา กําไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ตามการลดลงของมูลค่าทางบัญชีในส่วนของผู้ถือหุ้นและการลดลงของจํานวนหุ้นที่หมุนเวียนในตลาด หลักทรัพย์ เทียบกับระดับ ROE ในปัจจุบัน ณ สิ้นปี 67 ที่ 9.0% และ EPS ที่ 0.22 บาท ขณะที่ประเมินว่าอัตราส่วนเงินกองทุน ภายหลังการซื้อหุ้นคืนในปี 68 ดังกล่าวจะอยู่ในระดับที่สูงกว่า 19% ยังคงอยู่ในระดับสูง และเพียงพอต่อการเติบโตสินเชื่อตาม แผนธุรกิจ

ทั้งนี้ จากการสำรวจข้อมูลโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ TTB ล่าสุด พบว่า บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน)TCAP ถือหุ้น 23,782,833,043 หุ้นคิดเป็น 24.42% รองลงมา ING BANK N.V. ถือหุ้น 22,190,033,791หุ้นคิดเป็น 22.78 % กระทรวงการคลัง ถือหุ้น 11,364,282,005หุ้นคิดเป็น 11.67% กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง ถือหุ้น 6,673,600,000 หุ้น คิดเป็น 6.85% กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง โดย บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน)ถือหุ้น 1,687,009,408 หุ้นคิดเป็น 1.73%และกองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง โดย บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)ถือหุ้น 1,687,009,407 หุ้นคิดเป็น 1.73% เป็นต้น

โดยบล.เคจีไอ ระบุว่าแนะนำ ซื้อหุ้น TTB ราคาเป้าหมาย 2.30 บาทเนื่องจาก ROE ที่เพิ่มขึ้นช่วยหนุนมูลค่าหุ้น และปรับประมาณการกำไรปี 2568 และ ราคาเป้าหมายปี 2568 พร้อมทั้งปรับเพิ่มคำแนะนำ โดยประเมินว่า ตั้งงบซื้อหุ้นคืน 2.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะช่วยหนุน ROE และ PBV

ทั้งนี้ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2568 ขึ้นอีก 3%, ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2568F เป็น 2.3 บาท และ ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ เราปรับประมาณการกำไรเพื่อสะท้อนถึง 1.) NIM ที่เพิ่มขึ้น 20bps เป็น 3.24% และ 2.) การปรับลดอัตราการขยายตัวของสินเชื่อลงเหลือ 0.2% (จาก 2.5%) นอกจากนี้ เรายัง re-rate PBV เป็น 0.9x (จาก 0.85x) เพื่อสะท้อนถึง ROE ที่สูงเกิน 10% ทำให้ได้ราคาเป้าหมายปี 2568 ใหม่ที่ 2.3 บาท (จากเดิม 2.16 บาท) เราจึงปรับเพิ่มคำแนะนำจากถือเป็นซื้อ

สอดคล้อง บล.กรุงศรี แนะนำ ซื้อ TTB ที่ราคาเป้าหมาย 2.2 บาท โดยมีมุมมอง slightly positive ต่อข่าวโครงการซื้อหุ้นคืน เพราะเราประเมินราคาที่ซื้อคืนเฉลี่ยเบื้องต้นที่ 2.0 บ. สูงกว่าราคาตลาดที่ 1.91 บ. ทั้งนี้เรามองว่าไม่กระทบต่อปัจจัยพื้นฐานอย่างมีนัยสำคัญ

ดังนั้นเราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 คาดที่ 2.13 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น +1% จากปีก่อน ภาพรวมเราชอบ TTB เพราะ มีผลประโยชน์ทางภาษีเหลือจำนวน 1.06 หมื่นลบ. ณ 67 (สามารถใช้ได้ถึงปี2028) และการตั้งสำรองน้อยลง คาดช่วยหนุนกำไรสุทธิในช่วง2025-26F ประกอบกับปันผลสูง dividend yield คาด 6-7% ต่อปีโดย ครึ่งหลังปี 67คาดที่ 0.064 บ./หุ้น (yield ที่ 3.3%)

ขณะที่บล.บัวหลวง :TTB แนะนำถือรับปันผลราว 7% ต่อปี โดย ประเด็นสำคัญจากการประชุมนักวิเคราะห์ ภาพรวมเป้าหมายทางการเงินปี 2025 สอดคล้องกับประมาณการของเรา อาทิ สินเชื่อเติบโตไม่เกิน 2% YoY, NIM ในกรอบ 3.1-3.25%, cost/income ratio โดยภาพรวมธุรกิจปี 68 ยังสอดคล้องกับประมาณการของเรา เราแนะนำถือรับปันผลราว 7% ต่อปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...