ทำไม? หุ้น M อ่อนแรงเป็นประวัติกาล
The Bangkok Insight
อัพเดต 18 พ.ย. 2567 เวลา 02.27 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2567 เวลา 02.18 น. • The Bangkok Insightหุ้น M หรือ "เอ็มเคสุกี้" อ่อนแรงเป็นประวัติกาล ราคาหุ้นต่ำกว่า IPO เมื่อ 10 ปีก่อน
ไม่น่าเชื่อว่าเราจะได้เห็นภาพนี้เกิดขึ้นกับหุ้น M หรือ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กับการที่ราคาหุ้นถูกทิ้งดิ่งอย่างต่อเนื่อง จนอยู่ในโซนที่ต่ำที่สุดเป็นประวัติกาล โดยเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ราคาหุ้น M ปิดที่ระดับ 25 บาทต่อหุ้น ต่ำกว่าราคา IPO เมื่อปี 2556 ที่เสนอขายครั้งแรก 49 บาทต่อหุ้น
หากย้อนกลับไปตอนที่ "เอ็มเค" เข้าตลาดเมื่อ 10 ปีก่อน นี่ถือเป็นบริษัทที่ได้ความสนใจล้นหลาม จากนักลงทุนรายย่อยและสถาบัน โดยมียอดจองเกิน 18 เท่า ของจำนวนหุ้นสามัญที่เสนอขายครั้งแรก นอกจากนั้นราคา IPO ที่ 49 บาท คิดเป็น P/E ที่ 21.8 เท่า (คำนวณจากกำไรสุทธิปี 2555 ของบริษัท)
"เอ็มเค" ในตอนนั้นเรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ธุรกิจร้านอาหารที่มีความโดดเด่นและแตกต่าง ประกอบกับพื้นฐานธุรกิจและฐานะการเงินก็แข็งแกร่งมาก เป็นบริษัทที่มีผลประกอบการเติบโตอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง มีการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว รวมถึงมีสตอรี่อย่างแผนขยายสาขาไปต่างประเทศ
การชะลอตัวของเอ็มเคสุกี้
ทว่าความท้าทายของ ‘เอ็มเค’ เกิดขึ้นประมาณข่วงปี 2563 ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับการมาของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจร้านอาหาร และเอ็มเคเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ยังไม่สามารถกลับมาอยู่ในจุดเดิมได้ สะท้อนจากรายได้ - กำไรย้อนหลังตั้งแต่ปีโควิดเป็นต้นมา
ปี 2562 รายได้ 17,408.96 กำไร 2,603.59
ปี 2563 รายได้ 13,360.88 กำไร 907.37
ปี 2564 รายได้ 11,181.51 กำไร 130.98
ปี 2565 รายได้ 15,727.89 กำไร 1,438.81
ปี 2566 รายได้ 16,660.76 กำไร 1,681.94
แม้ว่าตั้งแต่ปี 2565 ผลประกอบการของเอ็มเคจะดูฟื้นตัวกลับมาแล้ว แต่ก็ยังไม่เท่ากับฐานเดิมที่เคยทำได้ก่อนโควิด หนำซ้ำยังเจอแรงกระแทกจากคู่แข่งหน้าใหม่ที่ดูเหมือนว่านับวันจะแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ
ผลประกอบไตรมาส 3/67 ยังไม่ฟื้น
ผลประกอบการงวดล่าสุดไตรมาส 3 ปี 2567 ของ M บริษัทมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 3,683 ล้านบาท ลดลง 10.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และยอดขายสาขาเดิมก็ได้ปรับลดลง 12.7% ซึ่งเป็นผลมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนตัวลงจากค่าครองชีพ และภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น
ในส่วนของกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2567 บริษัททำได้ 341 ล้านบาท ลดลง 12.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า เป็นการลดลงตามกำไรขั้นต้น แต่สัดส่วนกำไรขั้นต้นต่อรายได้จากการขายและบริการได้ปรับเพิ่มขึ้นจาก 66.7% ในไตรมาส 3/66 เป็น 67.8% ในไตรมาสนี้ เนื่องจากราคาต้นทุนวัตถุดิบมีการปรับตัวลดลง
มุมมองการลงทุน
จะเห็นว่าบทวิเคราะห์ส่วนใหญ่ล้วนปรับลดคำแนะนำ (Underperform) หุ้น M เพราะมีมุมมองเชิงลบต่อ SSSG จะยังคงติดลบต่อเนื่อง รวมทั้ง GPM จะไม่สามารถขยายตัวได้ดี สำหรับทิศทางผลการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี 2567 ก็ยังไม่ดีนัก
แต่อย่างไรก็ตาม มีบางสำนักที่มองสวน เช่น บล.พาย ที่ยังคงแนะนำซื้อหุ้น M ด้วยมูลค่าพื้นฐาน 30 บาทต่อหุ้น โดยมองว่าบริษัทได้ดำเนินกลยุทธ์ปิดสาขา ที่ไม่ทำกำไรไปมากแล้ว จนปัจจุบันเหลือจำนวน 691 สาขา ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 5-6%
รวมทั้งยังเชื่อว่ากำไรรายไตรมาสได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวในปี 2568 จากแผนการเปิด 15 สาขาใหม่ แบ่งเป็น MK Suki 5 สาขา Yayoi 3 สาขา แหลมเจริญซีฟู้ด 5 สาขา และร้านอาหารอื่นๆ อีก 2 สาขา อย่างไรก็ดี มองว่าหัวใจสำคัญที่จะหนุนการเติบโตของหุ้น M จะอยู่ที่การเสริมแบรนด์หม่ๆ เข้ามาในพอร์ต
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'เอ็มเค สุกี้' ไม่โต แข่งขันรุนแรง
- 'เอ็มเค' แก้เกมลุยธุรกิจบุฟเฟต์ สร้างยอดขายได้ดีแค่ไหน?
- 'ฤทธิ์ ธีระโกเมน' นำพา 'MK Group' มุ่งสู่โซลูชันอาหารครบวงจร
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X (Twitter):https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg