ความรัก 15 ปีของ ‘นัท มีเรีย – อั้ม อธิชาติ’ สู่วันเลิกรา
The Bangkok Insight
อัพเดต 28 ธ.ค. 2567 เวลา 06.31 น. • เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2567 เวลา 06.26 น. • The Bangkok Insightความรัก 15 ปีของ ‘นัท มีเรีย - อั้ม อธิชาติ’ สู่วันเลิกรา กลับมาใช้สถานะเพื่อนที่มีความหวังดีต่อกัน
กลับมาใช้สถานะโสดอีกครั้งในรอบกว่า 15 ปี สำหรับนักแสดง-นักร้องสาวมากความสามารถอย่าง นัท มีเรีย และ พระเอกหนุ่มกล้ามแน่น อั้ม-อธิชาติ ชุมนานนท์ ที่ได้ตัดสินใจจบความสัมพันธ์สามีภรรยา คงเหลือเพียงแต่เพื่อนที่ดีต่อกัน
- แห่ลุ้นเลย! ดาราสาว เล่าความฝัน หลังหวานใจตระเวนมูฯ ขอลูก
- ลิซ่า BLACKPINK เขย่าวงการอาร์ตทอย ไอเท็มสุดแรร์
- ส่องชีวิต ‘3 บอสดารา’ กันต์-แซม-มิน โดนพิษดิไอคอนกรุ๊ป
ความรัก 15 ปีของ ‘นัท มีเรีย - อั้ม อธิชาติ’ สู่วันเลิกรา
ความรักของ นัท มีเรีย นั้นย้อนกลับไป นัท คบหาดูใจ อั้ม อธิชาติ 5 ปี ใช้ชีวิตในฐานะสามีภรรยา 10 ปี เมื่อปี 2557 ได้เข้าพิธีแต่งงานกับ อั้ม อธิชาติ ท่ามกลางความยินดีมากมายจากเพื่อนฝูงทั้งคนในวงการบันเทิง นอกวงการ รวมถึงแฟนคลับจำนวนมากจากทั้งสองคน
ซึ่งที่ผ่านมา นัท และ อั้ม ก็ได้หมั่นเติมความหวานมีภาพโมเมนต์หวาน ๆ ขณะไปเที่ยวพักผ่อนออกมาให้เห็นกันอยู่เสมอ โดยทั้งสองคนนั้นไม่มีทายาทด้วยกัน จนกระทั่งในช่วงตุลาคม 2567 ก็มีข่าวลือดาราอักษรย่อ ส่อแววเตียงหัก! พระเอกตัวท็อป กับภรรยานักร้องดังยุค 90 ถูกพุ่งเป้าไปเต็ม ๆ ว่าเป็นคู่ของพระเอกหนุ่ม อั้ม อธิชาติ’และ นัท มีเรีย
ซึ่งในวันที่ 2 ตุลาคม 2567 อั้ม อธิชาติ ก็ได้ออกมาเคลียร์ให้ฟังชัด ๆ จากปากของตัวเอง ผ่านติ๊กต็อก เพื่อไม่ให้สงสัยกันนาน เป็นการพูดคุยกับผู้ช่วย อั้ม บอกว่า น่าจะหมายถึงคนอื่น เพราะยังปกติดีอยู่นะครับ กินข้าวอยู่ด้วยกันอยู่ มันไม่มีอะไร คนเรามันปกติ ถ้ามีเดี๋ยวจะบอก ส่วนคอนเสิร์ตที่ไม่ได้ไป เพราะไปเป็นบางคอนเสิร์ต แต่ใด ๆ แล้ว อั้มก็ยืนยันว่ายังนอนกับเขาอยู่เลย เขาก็ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร ก็ยังนอนตื่นเที่ยงของเขา เจอกันเกือบจะทุกวัน รูปในไอจีที่ไม่มีเพราะไม่ได้ลง ทั้งรูปคู่และรูปตัวเอง ยืนยันเตียงไม่ได้หัก
ก่อนที่จะมามีข่าวซุบซิบวงการบันเทิงถึง อั้ม อธิชาติ และ นัท อีกครั้ง จนเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2567 เพจเฟซบุ๊ก เจ๊มอย108 V1 ได้มีการรายงานว่าทั้ง อั้ม ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวบันเทิงชื่อดัง แจ็คเกอรีน จากไทยรัฐบันเทิง โดยพูดถึงประเด็นดังกล่าว ซึ่งระบุข้อความว่า
“แจ็คเกอรีน จากบันเทิงไทยรัฐ ต่อสายถาม พี่อั้ม อธิชาติ ถึงข่าวเม้าท์ ซุ่มคบเจนี่ ข่าวเจนี่ไม่เป็นความจริง ที่เห็นเล่นหยอกแซวเพราะสนิทกันเหมือนพี่น้อง ส่วนข่าว นัท มีเรีย ยังไม่ขอชี้แจงรายละเอียดอะไร ยังไม่ได้เลิก หรือไม่มีใครมาพัวพันตามข่าว
กู : ตามพี่อั้มเลยว่ายังไม่เลิกกัน. อ่อ.ไม่ได้เลิกแต่มีปัญหากันช่ะ ง้ออยู่แหละ อุ๊ย..พี่อั้มไม่ได้พูด แล้วใครพิมพ์เนี่ยยย#อิพิมเมียอั้มอธิชาติ”
จนกระทั่งในวันที่ 9 ธันวาคม 2567 นัท มีเรีย ได้เปิดใจครั้งแรกถึงความสัมพันธ์ว่าได้ยุติความสัมพันธ์กับอดีตสามีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเธอบอกว่าคิดว่าใช้ชีวิตคู่ มันมีหลายปัจจัยจริง ๆ แล้วเราได้พูดคุยตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รับรู้กันทั้งสองฝ่ายแล้ว ก็จบกันด้วยดี ด้วยการพูดคุยที่โอเค แล้วก็ขออนุญาตไม่ลงรายละเอียด ว่าอะไร อย่างไร ขอเป็นเรื่องคนสองคนที่คุยกันเรียบร้อยแล้ว
จากนั้นในวันที่ 18 ธันวาคม 2567 ฝั่งของ อั้ม ก็ได้ออกมาพูดเป็นครั้งแรก พร้อมเผยไทม์ไลน์ข่าวเลิกราของตนและอดีตภรรยา
ก่อนหน้านี้มีเพจเม้าท์แรงพระเอกเม้าท์พระเอกตัวท็อปนอกใจภรรยา?
อั้ม : ตอนนั้นอ่านด้วยสถานการณ์ที่เราอยู่ไม่ได้คิดว่าเป็นตัวเองเรายังคุยงานกับคุณนัทอยู่ ตามปกติคุณแม่ก็ไปซื้อกับข้าวตามปกติ ผู้ช่วยก็บอกว่ามีข่าวมาเต็มฟีดเลยโยงเป็นเราว่านอกใจเตียงหัก เราก็ไม่คิดว่าเป็นเรา เพราะก่อนหน้านี้เวลามีข่าวเราก็จะถูกโดนโยงทุกครั้ง แล้วก็มีนักข่าวโทรมาขอสัมภาษณ์หลายคน ซึ่งเราก็บอกว่าไม่ใช่พี่มั้ง ไม่ใช่เราที่นอกใจ คือตอนนั้นไม่อยากให้สัมภาษณ์เพราะว่าไม่อยากให้เป็นข่าวอะไรใหญ่โต แต่พอนักข่าวบอกว่าอยู่ใกล้ๆ เราก็ให้มาสัมภาษณ์ได้ ซึ่งถ้ามีชนักติดหลังเราจะเรียกมาสัมภาษณ์ทำไม คือเราเลิกกันตามเวลาที่คุณนัทบอก แต่ตอนที่พี่บอกคือตอนนั้นยังไม่ได้เลิกกันวันที่ 1 ตุลาคม
แล้วหลังจากนั้นก็โทรถามคุณนัทว่าเห็นข่าวไหม มันไม่ใช่เรานะ เค้าก็บอกว่าเห็นแล้วเดี๋ยวโทรกลับเพราะกำลังจะไปทำงาน ซึ่ง 4 ตุลาก็จะมาออกรายการ วันที่ 2 แล้วก็ขอคุณนัทให้โทรกลับมา ซึ่งเราออกรายการเราก็เลยบอกก่อน หลังจากเราเข้ารายการคุณนัทได้โพสต์ ซึ่งเราก็คิดว่าอาจจะเป็นสิ่งที่คุณนัทโพสต์อยู่แล้ว คืนวันที่สองคุณนัทก็บอกว่ายังไม่พร้อมจะคุยขอเวลาซักสองสามวัน คือเราก็เลยงงว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า ตอนนั้นก็เลยขอเวลายังไม่ออกรายการ
ขอคุยปัญหาในบ้านก่อน สุดท้ายก็ได้คุย 5 คือคุณนัทก็บอกว่าได้คิดมาหลายเรื่องแล้วขอยุตติความสัมพันธ์ เราก็ถามว่าเป็นเพราะเรื่องไรบ้าง คือต้องขอบอกอย่างนี้พอช่วงระยะหลังหลังโตขึ้นเราก็มีอะไรหลายหลายอย่างคุณนัทก็อยากใช้ชีวิตอย่างนึงเราก็อยากใช้ชีวิตอย่างนึงมีความต้องการที่แตกต่างกันทั้งสองฝั่งเพราะฉะนั้นคุณนัทก็เลยบอกว่าเป็นเรื่องของคนสองคนเท่านั้นที่เราคุยกัน ผมก็เลยบอกว่างั้นกลับมาคุยกันที่บ้านได้ไหมมานั่งคุยกันเห็นหน้ากันชัด ๆ ว่าเราจะยังไง ก็เลยได้คุยกันวันที่ 9 ตุลาคมแบบเจอตัว ก็ได้คุยกันวันนั้น คือเราใช้ชีวิตกันมามากแล้วผ่านเรื่องราวต่างๆ มามาก เรามีทั้งผิดพลาดมากมาย มีทุกข์และสุขมามากมาย
วันนั้นที่เราคุยกันพี่ก็ถามว่ามีปัญหาของเรื่องมือที่สามอย่างที่ คุณนัทก็ตอบว่าไม่เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของเราสองคนเท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่สาม เป็นการยุตติความสัมพันธ์ด้วยกันเข้าใจ มันเริ่มมีความต่างๆในหลายหลายเรื่องเราสองคนรู้ดี อยากให้เรายุตติความสัมพันธ์ในแบบที่เป็นเพื่อนเจอกันแบ่งปันทักทายกันได้แบบนี้ดีกว่า นั่นคือสิ่งที่เราคุยกัน เพราะวันนั้นเราไม่ได้คุยกันเยอะเราต่างเคารพการตัดสินใจร่วมกันจริง ๆ
หลังจากวันที่ 9 ตุลาคมก็ขอเวลานิดหนึ่งเพื่อย้ายของออก ก็เลยย้ายของจากบ้านวันที่ 13 ตุลาคม ถ้าตามไทม์ไลน์พี่ก็อยู่ตามปกติอยู่ แต่มันเกิดขึ้นหลังจากนั้น ซึ่งหลังจากนั้นเราก็ไม่รู้จะพูดอะไรเลย วันที่อัดคลิปก็คือวันที่ 2 ก็คืออยากใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้มีการทะเลาะเบาะแว้งอะไร
15 ปีมีประโยคไหน ที่ฟังจากพี่นัทแล้วรู้สึกว่าโอเคเรายุติความสัมพันธ์ใน ฐานะสามีภรรยากัน?
อั้ม : เราคบกันมานานแล้วเข้าใจทุกอย่างที่เป็นเค้าสังคมรอบข้างชีวิตครอบครัวเป็นเรื่องละเอียดอ่อนจริงๆ คนในครอบครัวจริงๆที่เราบอกว่าเราเข้าใจเขาเราไม่ได้เข้าใจเขาจริงๆหรอก ต่างคนต่างมีข้อดีข้อเสียทุกข์สุขร่วมกันมา ในวันที่เขาตัดสินใจเราก็รู้สึกว่ามันเป็นเวลาของเขา มันมีอะไรมาก่อนหน้านั้นแต่เราพยามกันมาแล้ว ไม่ว่าจะอะไรก็ตามผิดเรายอมรับนะเราพร้อมจะบอกแก้ไข ถ้าอะไรที่มันไม่ใช่พี่ก็ต้องยืนยันตามนั้นว่าไม่ใช่
พี่นัทบอกเลิกกันทั้งที่ยังรักกันอยู่?
อั้ม : คือวันนี้เราพยายามกันมาแล้วไม่ใช่เรื่องของคนสองคนมันมีสิ่งต่างๆ ที่เราพยายามกันมาการสร้างชีวิตครอบครัวประกอบด้วยหลายส่วนครอบครัวเราครอบครัวเขา หลาย ๆ เรื่องเองเราก็พยาพยามแก้ไขมาโดยตลอด วันนั้นมันเป็นเรื่องของ 15 ปีไม่ใช่ประโยคประโยคนึง ถ้าตัดสินใจกันแบบนี้เราก็เคารพซึ่งเหตุผล
ไม่มีมือที่สามใช่ไหม ?
อั้ม : ไม่มี ตั้งแต่ย้ายออกจากบ้านมาแม่ช่วยยกขนของ มือที่สามก็คือแม่นี่แหละ
มีคนเม้าท์ว่าเป็นเจนี่หรือเปล่า?
อั้ม : กับเจนี่คือสนิทกัน ตอนนั้นก็มีพี่เจนี่พี่แอฟ พี่เบนซ์ ที่ทำงานด้วยกันสนิทกัน สรุปมือที่สามไม่มีแน่นอน
อาจจะต้องถึงไซเบอร์ เกรียนคีย์บอร์ดจะโดนไหม?
อั้ม : ถ้ามันเกินเลยไปมันกระทบคุณแม่ คือพี่ ๆ เองไม่เป็นไร คนเราต้องการความถูกต้องแต่เราทำถูกต้องหรือเปล่า เราก็ทำความถูกต้องจากกระบวนการถูกต้อง
หลายคนเชียร์เสียดายมีโอกาสที่จะกลับมาไหม?
อั้ม : ตอนนี้ยังตอบอะไรไม่ได้เลย ต้องบอกว่าความรู้สึกความทรงจำที่ดียังอยู่ รูปในไอจีบางคนอาจจะลบแต่เรามองว่ามันเป็นความรู้สึกดีๆ รูปพี่นัทเราก็ยังเก็บไว้อยู่
เราเห็นเค้าแบบนี้เป็นยังไงบ้างแม่?
คุณแม่ : เค้าก็ซ่อนความรู้สึก
เค้ามีพูดอะไรกับแม่บ้างไหม ?
คุณแม่: เค้าไม่ค่อยพูดเค้ารู้ว่าแม่เป็นยังไงไม่ค่อยพูดไม่ค่อยเล่า เพราะครั้งหนึ่งเราก็เคยน้อยใจลูกเวลาไปไหนทำไมถึงไม่ชวนแม่ไปไปวัดไปอะไรก็บ่นกับเขา ก็อยู่เป็นกำลังใจให้ลูกชายตลอดเวลา
- มาอีก! ‘เอ๋ พรทิพย์’ แซ่บส่งท้ายปี หุ่นเต็มสิบไม่หัก ไฟไม่ลุกยังไงไหว
- ‘เบิร์ด วันว่างๆ’ เล่าเหตุการณ์ ‘แบงค์ เลสเตอร์’ ดื่มเหล้า เกิดอะไรขึ้น
- รู้แล้ว ‘แม่ป๋อง พิมพ์แข’ ให้ ‘ดีเจแมน’ กินอะไรก่อนกลับบ้าน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘ดีเจแมน’ เปิดใจครั้งแรก อยู่ข้างใน ร้องไห้คิดถึงลูกทุกคืน อยู่เพื่อเขา
- อนุโมทนาบุญ ‘เอส กันตพงศ์’ เข้าพิธีปลงผม เตรียมอุปสมบท
- ‘ดีเจแมน พัฒนพล’ กับ 1 ปี 7 เดือน วันนี้ได้อิสรภาพคืนแล้ว
ติดตามเราได้ที่