แสนสิริ ชี้ อสังหาโค้งท้ายปี 67 ท้าทาย จับตาบาทแข็ง ทำต่างชาติชะลอโอนฯ
แสนสิริ เผย อสังหาท้ายปี 67 ยังท้าทาย จับตาบาทแข็ง กดดันยอดโอนกรรมสิทธิ์ ตปท. แต่มีโอกาสจากทุนต่างชาติทุ่มลงทุนในไทย ดัน Expat พุ่ง แนะเก็บภาษีเป็นระบบ
วันที่ 15 ตุลาคม 2567 นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ ประธานผู้บริหารสายงานกลยุทธ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่าภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยในท้ายปี 2567 กลุ่มระดับบน ราคา 10-30 ล้านบาท ขึ้นไป ยังไปได้ดี แม้ยอดขายจะไม่หวือหวา
สวนทางกับกลุ่มระดับกลาง-ล่าง ราคา 3 ล้านบาท ยังมีความท้าทายจากความเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย จากหนี้ครัวเรือนไทยแตะระดับ 92% ซึ่งกระทบไปยันกลุ่มราคา 5-7 ล้านบาท
เงินบาทแข็ง ต่างชาติซื้ออสังหาแพงขึ้น 5-10%
อย่างไรก็ดี ปัจจัยที่น่าจับตา คือ เงินบาทแข็งค่า 33.50 บาท/ดอลลาร์ จากเคยอ่อนค่าสุด 37 บาท/ดอลลาร์ จากการคงอัตราดอกเบี้ย ด้วยคง
“ค่าเงินบาทแข็ง ทำให้ต่างชาติซื้อคอนโดราคาแพงขึ้น 5-10% และส่งผลให้กำลังซื้อต่างชาติบางส่วน ชะลอการตัดสินใจซื้อ หรือโอนกรรมสิทธิ์ช้าลงตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 เป็นต้นมา จากเดิมช่วงทำสัญญาได้วางเงินมัดจำ 30% ของมูลค่าอสังหาฯ”
หากไม่นับเรื่องของค่าเงินแล้วสถานการณ์ของการส่งออกและการท่องเที่ยวก็ถือว่ากระเตื้องขึ้น และภาพรวมตลาดหุ้นไทยมีสัญญาณบวกมากขึ้น จากการเข้าลงทุนของต่างชาติ
[caption id="attachment_134920" align="aligncenter" width="667"]
นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ ประธานผู้บริหารสายงานกลยุทธ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)[/caption]
ต่างชาติลงทุนไทยสูง หนุน Expat อยู่ยาว แนะจัดเก็บภาษีเป็นระบบ
ขณะเดียวกัน ปี 2567 ถือเป็นปีที่ประเทศไทยมีบริษัทข้ามชาติมาลงทุนเพิ่มขึ้น อาทิ ดาต้าเซ็นเตอร์ ฐานการผลิตต่าง ๆ ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติจะต้องมีมากขึ้นจากกลุ่ม Expat การปรับกฏเกณฑ์ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันน่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้
คงไม่ไปบอกว่าอยากให้ปรับอะไร แต่การเก็บภาษีจากชาวต่างชาติและบริษัทต่างชาติก็เป็นสิ่งที่ต้องมาดูกันเข้มข้นขึ้น เพื่อทำให้ประเทศพัฒนาและไม่เสียโอกาส
ในเมื่อจะมีการลงทุนอีกมากเกิดขึ้นในประเทศไทย ต้องอย่าลืมว่ากลไกสำคัญอย่างหนึ่ง คือ เรื่องภาษี เนื่องจาก ไทยมีผู้เสียภาษีเพียง 4 ล้านคน จากประชากรทั้งหมด 70 ล้านคน
“เป็นโอกาสที่ดี ถ้าเรามีต่างชาติมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้ง่ายขึ้น และเราจัดเก็บภาษีจากเค้าได้มากขึ้นเพื่อนำมาพัฒนาประเทศ ซึ่งถือว่าระหว่างที่ Demand ในประเทศยังไม่ฟื้น Demand ชาวต่างชาติตรงนี้จะช่วยขับเคลื่อนภาพอสังหาริมทรัพย์ให้เติบโตต่อได้”