โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘Nonfiction’ แบรนด์น้ำหอมสุดนิช ที่พา 17 กลิ่นในความทรงจำของคนเกาหลีใต้และคนที่เคยเยือน ไปนำเสนอถึง Venice Biennale 2024

Mirror Thailand

อัพเดต 14 ส.ค. 2567 เวลา 09.32 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2567 เวลา 09.32 น.
ภาพไฮไลต์

“กลิ่นในความทรงจำเวลานึกถึงประเทศเกาหลีสำหรับคุณคืออะไร” นี่คือคำถามที่ ‘Nonfiction’ แบรนด์น้ำหอมสายนิชจากเกาหลีใต้อยากรู้ สำหรับโปรเจกต์ล่าสุดที่พวกเขาคอลแลบอเรทกับศิลปินทัศนศิลป์ Koo Jeong A และนักปรุงน้ำหอมระดับโลกชาวฝรั่งเศสอย่าง โดมินีค โรปิยง (Dominique Ropion) กับการพา ‘กลิ่นแห่งเกาหลี’ ไปนำเสนอใน Venice Biennale 2024 ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงเวนิส ประเทศอิตาลี

คำตอบมากถึง 600 คำตอบที่ถูกเขียนส่งมาถึงศิลปินและแบรนด์ Nonfiction แต่ละเรื่องเล่าล้วนมาจากผู้คนที่อาศัยอยู่ทั้งในเกาหลีเอง และคนคนที่เคยมีประสบการณ์มาเยือนดินแดนแห่งนี้ ทั้งในเมืองรวมถึงแถบชนบท บรรยายถึงกลิ่นที่พวกเขาเคยสัมผัสจากสถานที่สาธารณะต่างๆ อย่างเช่น ในห้องสมุด ร้านกาแฟ ในห้าง สวนสาธารณะ และกลิ่นในพื้นที่ส่วนตัวอย่างบ้านของพวกเขาเอง คำตอบที่ได้รับมากมายนั้นทำให้ศิลปิน Koo Jeong A และ Haeyoung Cha ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Nonfiction ต้องทำการคัดเลือกให้เหลือแค่เพียงคีย์เวิร์ดไม่กี่คำ จนกระทั่งได้พบกับจุดร่วมที่หลายๆ คนมีคล้ายกันนั่นก็คือกลิ่นของ ‘แสงแดด’ และกลิ่น ‘ใบไม้ร่วง’ เช่นเดียวกับกลิ่นของข้าว กลิ่นไม้ที่เคลือบแลคเกอร์ ไปจนถึงกลิ่นเฉพาะของห้องน้ำสาธารณะ และกลิ่นที่เฉพาะลงไปอีกอย่างกลิ่นของเหล็กภายในรถไฟฟ้าใต้ดิน

หลังจากที่ได้รับโจทย์เป็นคีย์เวิร์ดต่างๆ เหล่านี้แล้ว ก็ถึงเวลาที่นำมาตีความ จนกระทั่งออกเป็นน้ำหอมทั้ง 17 กลิ่น ที่นำไปจัดแสดงภายในพาวิลเลียน ณ Venice Biennale 2024 ที่จัดขึ้นในกรุงเวนิส อิตาลี ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา และจะจัดต่อจนถึงเดือนพฤศจิกายนปีนี้ โดยน้ำหอมแต่ละกลิ่นของ Nonfiction จะเล่าเรื่องราวที่ไม่เหมือนกันเลย ชวนให้คนที่เข้ามาชมรู้สึกเหมือนกำลังเดินทางเข้าไปในแต่ละสถานที่ ผ่านแต่ละช่วงเวลาและยุคสมัยต่างๆ ในประวัติศาสตร์ของดินแดนคาบสมุทรเกาหลี

Haeyoung Cha ผู้ก่อตั้งน้ำหอมสายนิช Nonfiction สารภาพว่าการจะตีความแต่ละเรื่องราว แต่ละความทรงจำจากคนทางบ้านที่ส่งมา แล้วค่อยๆ คราฟต์ออกมาเป็นนำ้หอมแต่ละกลิ่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด “ความท้าทายของเราคือการที่ต้องสื่อสารเรื่องเล่าเหล่านี้ออกมาให้นักปรุงน้ำหอมนำไปตีความต่อ พร้อมทาบทับกับมุมมองของศิลปินด้วย” Haeyoung Cha กล่าว

และเช่นเดียวกัน การจะอธิบายให้นักปรุงน้ำหอมชาวฝรั่งเศสเข้าใจ ‘กลิ่นของเกาหลีใต้’ นั้นก็ดูจะโหดหินยิ่งกว่า “ฉันยังจำวันที่เข้าไปคุยโปรเจกต์นี้กับโดมินีคที่ปารีสได้ค่ะ” Haeyoung Cha ผู้ก่อตั้ง Nonfiction เล่า “พวกเขานึกไม่ออกจริงๆ ว่ามันเป็นอย่างไร ตอนนั้นฉันก็เลยนำของบางอย่างที่พอจะสื่อถึงกลิ่นเหล่านั้นไปให้เขาได้ลองดม อย่างสบู่จิงจูฉ่าย (Mugwort soap) ที่ใช้กันในห้องอาบน้ำของบ้านเรา กับชาซันฮวาทัง (Ssanghwa-tang) เพื่อให้เขาได้สัมผัสกลิ่นสมุนไพรพื้นบ้านของเรา ช่วยให้เขานึกภาพออกว่ากลิ่นที่บรรยายความเป็นเกาหลีใต้ได้ดีที่สุดนั้นจะเป็นอย่างไร แม้แต่ตัวฉันเองที่เป็นคนเกาหลีใต้แท้ๆ ก็ยังหลงลืมกลิ่นพวกนี้ไปแล้ว นี่จึงเป็นเหมือนการเดินทางย้อนกลับไปสู่ความทรงจำของฉันเองด้วยเหมือนกันค่ะ”

แล้วน้ำหอมกลิ่น ‘Old Electronics’ ก็คือกลิ่นที่โดมินีคตีความออกมาโดยมีคีย์โน้ตเป็นกลิ่นพริกไทยดำ กลิ่นเหล็ก กลิ่นยางของไม้หอม Olibanum

แต่อีกกลิ่นที่เป็นไฮไลต์ของโปรเจกตนี้มีชื่อว่า ‘Odorama Cities’ นำ้หอมที่มีกลิ่นซับซ้อนเหมือนกับการรวมเอาความทรงจำแต่ละช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ของเกาหลีเข้าไว้ด้วยกัน นับตั้งแต่ปี 1960s ยุคที่ธรรมชาติของแดนคาบสมุทรเกาหลีรุ่มรวยด้วยธรรมชาติ น้ำหอมจึงบรรยายความรู้สึกสดชื่นนั้นด้วยกลิ่นยางไม้สน กับกลิ่นความเค็มของลมทะเล จากนั้นก็มาสู่เรื่องราวของปี 1970s-80s ยุคอุตสาหกรรมของเกาหลีที่ทำการค้าขายกับผู้คนจากหลายหลายภูมิภาค ซึ่งถูกนำเสนอด้วยกลิ่นของเมล็ดแอมเบรสต์ (Ambrette) หรือ Musk Mallow พืชพื้นถิ่นของอินเดีย ผสมกับเครื่องเทศหลายชนิดที่มีกลิ่นเฉพาะตัว

ต่อมาในปี 1990s-2000s ที่เล่าเรื่องของชีวิตในเมืองหลวงได้ดีด้วยกลิ่นของโรงอาบน้ำ ข้าวที่เพิ่งหุงใหม่ๆ กลิ่นชา และกลิ่นของยาสมุนไพรที่กรุ่นอยู่ตามตรอกซอกซอย และสุดท้ายคือกลิ่นของช่วงปี 2010s-2020s ท่ีบอกเล่าความรู้สึกของผู้คนยุคนี้ที่รู้สึกโหยหาอดีตด้วยกลิ่นของอำพันทะเล (Ambergris) ไปจนถึงกลิ่นของยางมะตอย (Asphalt) ที่ทำให้คิดถึงบรรยากาศภายในรถไฟใต้ดินเวลามีลมเย็นๆ และเปียกชุ่มไปด้วยนำ้เวลาที่ฝนตก

สำหรับนำ้หอมนิชแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความคราฟต์อย่าง Nonfiction กลิ่นทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่น้ำหอม แต่มันคือชิ้นงานศิลปะที่ทำหน้าที่เป็นแคปซูลเวลา บรรจุวิวัฒนาการและความเป็นไปของยุคสมัยในดินแดนคาบสมุทรเกาหลีเอาไว้ และนี่เป็นการตีความประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้ด้วยมุมมองแสนร่วมสมัยที่สุดเท่าที่เคยมีมา พวกเขาหวังว่ามันจะพาใครก็ตามที่ได้กลิ่นเหล่านี้ หวนกลับไปนึกถึงความทรงจำของการมาเยือน และการเดินทางไปสู่ Venice Biennale ครั้งนี้ก็น่าจะทำให้โลกได้รู้จักว่ากลิ่นที่นิยามความรุ่มรวยของวัฒนธรรมและดินแดนเกาหลีนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร

อ้างอิง

https://www.wallpaper.com/fashion-beauty/fragrance-brand-nonfiction-brings-scent-of-korea-to-v

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...