โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เมื่อหวีวุ้นบาดเจ็บ พวกมันจะ 'รวมร่าง' กัน

Environman

เผยแพร่ 28 ต.ค. 2567 เวลา 12.00 น.

สุดยอดวิธีการเอาตัวรอด เมื่อนักวิทยาศาสตร์พบว่าหวีวุ้นทะเล หรือ Sea walnuts (Mnemiopsis leidyi) จะ ‘รวมร่าง’ กันตอนที่พวกมันบาดเจ็บ ซึ่งไม่มีสายพันธุ์ไหนในโลกทำแบบนี้ได้ ทั้งสองจะใช้ระบบประสาทกับกระเพาะอาหารร่วมกัน และพากันรอดชีวิตไปด้วยกัน

“ผมตื่นเต้นมาก (เมื่อพบพวกมัน)” Kei Jokura นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัย Exeter และสถาบันวิทยาศาสตร์ธรรมชาติแห่งชาติญี่ปุ่น กล่าว “ผมรีบนำหวีวุ้นที่ร่างเชื่อมกันออกจากห้องที่ผมเลี้ยงไว้ในทันที แล้วแสดงให้สมาชิกห้องแล็บคนอื่น ๆ ดู”

ตามรายงานใหม่ที่เผยแพร่บนวารสาร Current Biology ได้เล่าเรื่องราวการค้นพบโดยบังเอิญจากนักวิทยาศาสตร์ ขณะที่ Jokura กำลังทำการวิจัยหวีวุ้นปกติเกี่ยวกับความสามารถในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยก่อนหน้านี้เคยมีคนรายงานว่าเนื้อเยื่อหวีวุ้นที่ถูกตัดออกมาสามารถต่อกันอย่างได้ง่ายดาย

เพื่อตรวจสอบสมมติฐานเหล่านั้น Jokura และเพื่อนร่วมงานของพวกเขาจึงได้จับหวีวุ้นมาจากสถานที่ต่าง ๆ และทำให้พวกมันได้รับบาดเจ็บด้วยกันตัดกลีบด้านหนึ่งออกไป จากนั้นแยกพวกมันไว้กันเป็นคู่ข้ามคืนทั้งหมด 10 คู่

และในเช้าวันต่อมาพวกเขาก็สังเกตเห็นอะไนบางอย่างที่ดูไม่ปกติเพราะมีหวีวุ้นตัวหนึ่งหายไปจากตู้ทดลอง ขณะเดียวกันหวีวุ้นอีกตัวหนึ่งที่เหลืออยู่ก็ดูตัวใหญ่ผิดปกติ แต่เมื่อพวกเขาตรวจสอบอย่างใกล้ชิด นักวิทยาศาสตร์ก็พบว่าจริง ๆ แล้วหวีวุ้นตัวดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นสิ่งมีชีวิต 2 ตัวที่ ‘รวมร่าง’ เข้าด้วยกัน

เพื่อพิสูจน์ความคิดของพวกเขาอีกครั้ง ทีมวิจัยจึงจัดการทำการทดลองซ้ำ แต่ได้เฝ้าสังเกตการณ์สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วพวกเขาก็ได้เห็นเต็ม ๆ ตา หวีวุ้นเข้ามารวมร่างกันโดยในตอนแรกทั้งคู่ต่างเคลื่อนไหวอย่างอิสระต่อกัน แต่เมื่อผ่านไป 2 ชั่วโมง ทั้งสองตัวก็ทำงานสอดประสานเหมือนเป็นร่างเดียวกัน

“เมื่อเราตระหนักว่าเราสามารถทำซ้ำการผสานกันได้อย่างสม่ำเสมอ เราจึงลดเวลาลงและในที่สุดก็พบว่าการผสานเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงในจานเพาะเชื้อ” ดร. Oscar Arenas ผู้เขียนงานวิจัยร่วมจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ กล่าว

หวีวุ้นที่ได้รับบาดเจ็บเหล่านั้นจะรวมร่างกันอย่างสมบูรณ์ภายใน 24 ชั่วโมงโดยทั้งคู่ต่างมีการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นเช่นการถูกนักวิทยาศาสตร์จิ้ม พร้อมเพรียงกันอย่างน่าอัศจรรย์ซึ่งชี้ให้เห็นว่าระบบประสาทของพวกมันเชื่อมกับอย่างสมบูรณ์แบบ

ไม่เพียงเท่านั้น นักวิจัยยังทดลองให้อาหารเป็นกุ้งเรืองแสงทางปากเพื่อทดสอบว่ากระเพาะของพวกมันได้รวมร่างกันด้วยหรือไม่ อาหารดังกล่าวก็แสดงให้เห็นว่ามันไหลไปยังกระเพาะของทั้งสองข้าง ซึ่งชี้ว่าพวกมันใช้กระเพาะอาหารร่วมกัน วิธีการเอาตัวรอดนี้ไม่พบในสิ่งมีชีวิตอื่นเลย

“จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานการรวมร่างแบบนี้ในสปีชีส์อื่น ๆ” Jokura กล่าว คู่รวมร่างกันยังคงมีชีวิตอยู่หลังจากผ่านไป 3 สัปดาห์ซึ่งเป็นเวลาสิ้นสุดโครงการวิจัย(เพราะขาดเงินทุน) แต่พวกเขาเชื่อว่าพวกมันน่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกนานกว่านี้มา

อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าพวกเขาไม่แน่ใจว่าจะพบเหตุการณ์รวมร่างนี้ในธรรมชาติหรือไม่ เนื่องจากหวีวุ้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ลอยอย่างอิสระในมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ และพวกมันจะต้องอยู่ใกล้กันมาเพื่อทำสิ่งนี้ ดังนั้นจึงน่าจะมีโอกาสน้อยมากในการรวมร่าง แต่การค้นพบนี้จะให้ข้อมูลในด้านอื่น ๆ อีกมาก

“เเนื่องจาก ctenophores (กลุ่มของหวีวุ้น) ถือเป็นบรรพบุรุษของสัตว์อื่นทั้งหมด การศึกษาการทำงานของระบบประสาทนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจหลักการพื้นฐานของเซลล์ประสาท” ดร. Arenas กล่าว

ที่มา

https://linkinghub.elsevier.com/retrieve/pii/S0960982224010236

https://www.sciencealert.com/these-freakish-ocean-creatures-can-combine-as-one-when-injured?fbclid=IwY2xjawFxl9pleHRuA2FlbQIxMQABHW-vGzaA-roRqeIx3OoGORaYPNZ0ufyhFkMVRMHk-kDlA5XYL5kpuR0Djg_aem_Ijy9gLcNl4Bl8ah9uxLS3A

https://www.sciencenews.org/article/sea-walnut-comb-jelly-fuse-bodies

https://www.theguardian.com/environment/2024/oct/07/comb-jellies-fuse-together-when-injured-study-finds

https://www.livescience.com/animals/scientists-accidentally-find-deep-sea-jelly-creatures-merged-into-single-entity-after-injury-revealing-bizarre-new-behavior

Photo: Jokura et al., Current Biology, 2024

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...