ดาวโจนส์ปิดนิวไฮ บวก 337.28 จุด รับงบกลุ่มแบงก์สดใส-แรงซื้อหุ้นขนาดเล็ก
ดาวโจนส์ปิดนิวไฮ บวก 337.28 จุด รับงบกลุ่มแบงก์สดใส-แรงซื้อหุ้นขนาดเล็ก
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 ต.ค. 67 7:42: น.
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ปิดแดนบวกในวันพุธ (16 ต.ค.) โดยดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 337.28 จุด พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง โดยได้รับแรงหนุนจากรายงานผลประกอบการของกลุ่มธนาคารที่สดใส รวมไปถึงหุ้นขนาดเล็กที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากแรงช้อนซื้อของนักลงทุน ซึ่งช่วยชดเชยการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดเพิ่มขึ้น 337.28 จุด หรือ 0.79% ปิดที่ 43,077.70 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 27.21 จุด หรือ 0.47% ปิดที่ 5,842.47 จุด และดัชนีแนสแดค ปิดเพิ่มขึ้น 51.49 จุด หรือ 0.28% ปิดที่ 18,367.08 จุด
ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วง 3 จาก 4 วันที่ผ่านมา โดยปิดตลาดที่ระดับสูงกว่า 43,000 จุดอีกครั้ง และกลับมาฟื้นตัวหลังจากร่วงสู่แดนลบเมื่อวานนี้ ขณะที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทโดยรวมมีทิศทางที่ดี โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มการเงินเป็นปัจจัยหลัก
หุ้น Morgan Stanley ปิดเพิ่มขึ้น 6.5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังบริษัทรายงานผลกำไรที่แข็งแกร่งร่วมกับหุ้นในกลุ่มเดียวกัน เช่น JPMorgan Chase ที่ทำรายได้จากวาณิชธนกิจเพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่ธนาคารระดับภูมิภาคขนาดใหญ่ ก็ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน โดยหุ้น First Horizon พุ่งขึ้น 4.1% และหุ้น U.S. Bancorp พุ่งขึ้น 4.7% หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 โดยดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารโดยรวม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.2% และดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารระดับภูมิภาค ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.5%
นักลงทุนยังคงให้ความสำคัญกับหุ้นขนาดเล็ก โดยมีการย้ายการลงทุนจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่มีราคาแพงไปยังหุ้นกลุ่มที่มีราคาถูกกว่า ส่งผลให้ดัชนี Russell 2000 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.6% และดัชนี S&P Small Cap 600 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.4% โดยทั้ง 2 ดัชนี ปิดตลาดที่ระดับสูงสุดเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2021
ขณะที่บรรดาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ที่ปรับตัวลดลง พบว่า Apple ปิดลดลง 0.9% หลังปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในการซื้อขายวานนี้ ด้านหุ้น Alphabet, Meta Platforms และ Microsoft ต่างปิดลดลงระหว่าง 0.2-1.6% อย่างไรก็ตามหุ้น Nvidia ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.1% หลังปิดลดลงเกือบ 5% ในการซื้อขายวานนี้
หุ้น 4 ใน 11 กลุ่ม ที่คำนวนในดัชนี S&P 500 พบว่าปิดตลาดเพิ่มขึ้นที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ประกอบด้วย หุ้นกลุ่มการเงิน หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค หุ้นกลุ่มวัสดุ และหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม
ดัชนีหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค ปิดเพิ่มขึ้น 2% โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้น Dominion Energy ที่พุ่งขึ้น 5.1% หลังบริษัทบรรลุข้อตกลงกับ Amazon.com ในการพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อจ่ายไฟให้กับศูนย์ข้อมูล โดย MichaelKantrowitz ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุนของ Piper Sandler ยังคงมีมุมมองบวกต่อหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำผลตอบแทนดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ของดัชนี S&P 500 ในปีนี้ เนื่องจากได้รับประโยชน์จากทั้งความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นจาก AI และดอกเบี้ยขาลง
ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มการขนส่ง เพิ่มขึ้น 1.9% โดยได้แรงหนุนจากหุ้น United Airlines ที่บวกขึ้นอย่างแข็งแกร่งในรอบ 6 เดือน โดยทะยานขึ้น 12.4% หลังเผยคาดการณ์กำไรไตรมาส 4 ดีกว่านักวิเคราะห์คาด และการประกาศซื้อหุ้นคืนมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้หุ้น Delta Air Lines และ American Airlines พุ่งขึ้น 6.8% และ 7.1% ตามลำดับ
ทั้งนี้ บรรดานักลงทุน ยังคงมุ่งความสนใจไปที่การรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ที่มีกำหนดเผยแพร่ในสัปดาห์นี้ รวมไปถึงข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น ยอดขายปลีกและการผลิตภาคอุตสาหกรรมประจำเดือนก.ย. ที่มีกำหนดรายงานในวันพฤหัสบดีนี้
ที่มา Reuters
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ