วัยรุ่น “สร้างตัว”ยุคใหม่ ลงทุนอย่างไรดี ? เปิดสูตรแบ่งเงิน 4 พอร์ต ดอกเบี้ยทบต้น ตัวช่วยเพิ่มพลัง
ช่วงนี้ “นักลงทุน” ทั่วโลกกำลังจับตามองไปที่การตัดสินใจลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ภายหลังจากธนาคารกลางในหลายประเทศสำคัญได้เริ่มผ่อนคลายนโยบายการเงิน จึงมีความเป็นไปได้ที่การประชุมของเฟดครั้งล่าสุดจะตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง
อย่างไรก็ดี คาดการณ์ว่าตลาดเกิดใหม่มักได้รับอานิสงส์จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด เช่น การไหลเข้าของเงินทุน เพราะเมื่ออัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ลดต่ำลง นักลงทุนก็จะมองหาผลตอบแทนที่สูงกว่า ส่งผลให้ค่าเงินแข็งค่าและต้นทุนการกู้ยืมถูกลง กลายเป็นคำถามว่าเราจะช่วงชิงโอกาสดังกล่าวได้อย่างไร โดยเฉพาะมือใหม่หัดลงทุน หรือกลุ่มคนเริ่มทำงาน วัยรุ่นสร้างตัวที่กำลังมองหาจังหวะในการลงทุนอยู่พอดี
วัยรุ่นยุคใหม่ควรเริ่มลงทุนอย่างไรดี?
ขณะคำถามอื่น ๆ ที่ตามมาก็คือ หากลงทุนในสินทรัพย์ผลตอบแทนสูง ความผันผวนก็สูงตาม พอจะลงทุนในสินทรัพย์ที่ผลตอบแทนต่ำ ผลตอบแทนก็กลับไม่จูงใจ แล้ววัยรุ่นยุคใหม่ควรเริ่มลงทุนอย่างไรดี?
อ้างอิงข้อมูลจากสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ระบุว่าการเริ่มต้นลงทุนในวัยรุ่นอาจดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่แท้จริงแล้วเป็นโอกาสที่จะสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคต เนื่องจากวัยรุ่นมีข้อได้เปรียบด้านเวลาและความยืดหยุ่นในการรับความเสี่ยง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งระยะยาว การเรียนรู้เรื่องการลงทุนตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่เพียงช่วยให้เข้าใจกลไกทางการเงิน แต่ยังปลูกฝังวินัยและความรับผิดชอบทางการเงินที่จะติดตัวไปตลอดชีวิตอีกด้วย
โดยแนะนำนักลงทุนมือใหม่แบ่งเงินออกเป็น 4 พอร์ต เพื่อลงทุนให้เหมาะกับการใช้เงินในแต่ละระยะ
- พอร์ตที่ 1: เงินสำรองฉุกเฉิน โดยมีวัตถุประสงค์รับมือค่าใช้จ่ายไม่คาดคิดหรือขาดรายได้ จำนวน 3 – 6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน การจัดเก็บในบัญชีธนาคาร เช่น ปกติใช้จ่ายเดือนละ 10,000 บาท ก็ควรมีเงินสำรองเก็บไว้ในธนาคารสักประมาณ 30,000 - 60,000 บาท
- พอร์ตที่ 2: เป้าหมายระยะสั้น (1 – 3 ปี) ผ่านการลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงิน กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น วัตถุประสงค์เก็บเงินดาวน์รถ ดาวน์บ้าน บนความคาดหวังผลตอบแทน 0.5 - 2% จุดเด่นของการลงทุนในกองทุนคือ รักษาเงินต้นได้และสภาพคล่องสูง
- พอร์ตที่ 3: เป้าหมายระยะกลาง (3 - 7 ปี) โดยแนะให้ลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้หรือตราสารผสม อาจมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้แต่งงาน ซื้อบ้าน บนผลตอบแทนคาดหวัง 3 - 4% จุดเด่นคือ เป็นการลงทุนที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทนได้
- พอร์ตที่ 4: เป้าหมายระยะยาว (7 ปีขึ้นไป) ผ่านเครื่องมือการลงทุนในกองทุนรวมหุ้น เพื่อวัตถุประสงค์เตรียมเงินเกษียณ ข้อดีคือ เริ่มเร็วได้เปรียบมาก ความเสี่ยงขาดทุนลดลงเมื่อลงทุนระยะยาว ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยทบต้น
ดอกเบี้ยทบต้นเป็นตัวช่วยเพิ่มพลังชั้นดีในการลงทุน
ยกตัวอย่างเช่น หากเราเลือกให้ปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าได้ อะไรจะทำให้เรามีเงินมากที่สุดระหว่าง
- เพิ่มเงินลงทุนต่อเดือนจากเดือนละ 1,000 บาทเป็น 2,000 บาท
- เพิ่มอัตราผลตอบแทนจาก 10% เป็น 20%
- เพิ่มระยะเวลาการลงทุนจาก 10 ปีเป็น 20 ปี
ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าการเพิ่มระยะเวลาการลงทุนทำให้มีเงินมากที่สุด เป็นที่มาของคำว่า “ออมก่อน รวยกว่า” นั่นเอง
ที่มา: SET, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย
อ่านข่าวหุ้น ข่าวทองคำ และ ข่าวการลงทุน และ การเงิน กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วัยรุ่น “สร้างตัว”ยุคใหม่ ลงทุนอย่างไรดี ? เปิดสูตรแบ่งเงิน 4 พอร์ต ดอกเบี้ยทบต้น ตัวช่วยเพิ่มพลัง
ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง
- วัยรุ่น “สร้างตัว”ยุคใหม่ ลงทุนอย่างไรดี ? เปิดสูตรแบ่งเงิน 4 พอร์ต ดอกเบี้ยทบต้น ตัวช่วยเพิ่มพลัง
- เมื่อบาทแข็งค่ารอบ 19 เดือน จับตาแบงก์ชาติหั่นดอกเบี้ย โบรกฯ เปิดลิสต์หุ้นได้ประโยชน์
- พิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์คนใหม่ เปิด 10 นโยบาย ให้คนไทยชีวิตดีขึ้น
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath