โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วัยรุ่น “สร้างตัว”ยุคใหม่ ลงทุนอย่างไรดี ? เปิดสูตรแบ่งเงิน 4 พอร์ต ดอกเบี้ยทบต้น ตัวช่วยเพิ่มพลัง

Thairath Money

อัพเดต 17 ก.ย 2567 เวลา 08.12 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2567 เวลา 08.09 น.
ภาพไฮไลต์

ช่วงนี้ “นักลงทุน” ทั่วโลกกำลังจับตามองไปที่การตัดสินใจลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ภายหลังจากธนาคารกลางในหลายประเทศสำคัญได้เริ่มผ่อนคลายนโยบายการเงิน จึงมีความเป็นไปได้ที่การประชุมของเฟดครั้งล่าสุดจะตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง

อย่างไรก็ดี คาดการณ์ว่าตลาดเกิดใหม่มักได้รับอานิสงส์จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด เช่น การไหลเข้าของเงินทุน เพราะเมื่ออัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ลดต่ำลง นักลงทุนก็จะมองหาผลตอบแทนที่สูงกว่า ส่งผลให้ค่าเงินแข็งค่าและต้นทุนการกู้ยืมถูกลง กลายเป็นคำถามว่าเราจะช่วงชิงโอกาสดังกล่าวได้อย่างไร โดยเฉพาะมือใหม่หัดลงทุน หรือกลุ่มคนเริ่มทำงาน วัยรุ่นสร้างตัวที่กำลังมองหาจังหวะในการลงทุนอยู่พอดี

วัยรุ่นยุคใหม่ควรเริ่มลงทุนอย่างไรดี?

ขณะคำถามอื่น ๆ ที่ตามมาก็คือ หากลงทุนในสินทรัพย์ผลตอบแทนสูง ความผันผวนก็สูงตาม พอจะลงทุนในสินทรัพย์ที่ผลตอบแทนต่ำ ผลตอบแทนก็กลับไม่จูงใจ แล้ววัยรุ่นยุคใหม่ควรเริ่มลงทุนอย่างไรดี?

อ้างอิงข้อมูลจากสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ระบุว่าการเริ่มต้นลงทุนในวัยรุ่นอาจดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่แท้จริงแล้วเป็นโอกาสที่จะสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคต เนื่องจากวัยรุ่นมีข้อได้เปรียบด้านเวลาและความยืดหยุ่นในการรับความเสี่ยง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งระยะยาว การเรียนรู้เรื่องการลงทุนตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่เพียงช่วยให้เข้าใจกลไกทางการเงิน แต่ยังปลูกฝังวินัยและความรับผิดชอบทางการเงินที่จะติดตัวไปตลอดชีวิตอีกด้วย

โดยแนะนำนักลงทุนมือใหม่แบ่งเงินออกเป็น 4 พอร์ต เพื่อลงทุนให้เหมาะกับการใช้เงินในแต่ละระยะ

  • พอร์ตที่ 1: เงินสำรองฉุกเฉิน โดยมีวัตถุประสงค์รับมือค่าใช้จ่ายไม่คาดคิดหรือขาดรายได้ จำนวน 3 – 6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน การจัดเก็บในบัญชีธนาคาร เช่น ปกติใช้จ่ายเดือนละ 10,000 บาท ก็ควรมีเงินสำรองเก็บไว้ในธนาคารสักประมาณ 30,000 - 60,000 บาท
  • พอร์ตที่ 2: เป้าหมายระยะสั้น (1 – 3 ปี) ผ่านการลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงิน กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น วัตถุประสงค์เก็บเงินดาวน์รถ ดาวน์บ้าน บนความคาดหวังผลตอบแทน 0.5 - 2% จุดเด่นของการลงทุนในกองทุนคือ รักษาเงินต้นได้และสภาพคล่องสูง
  • พอร์ตที่ 3: เป้าหมายระยะกลาง (3 - 7 ปี) โดยแนะให้ลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้หรือตราสารผสม อาจมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้แต่งงาน ซื้อบ้าน บนผลตอบแทนคาดหวัง 3 - 4% จุดเด่นคือ เป็นการลงทุนที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทนได้
  • พอร์ตที่ 4: เป้าหมายระยะยาว (7 ปีขึ้นไป) ผ่านเครื่องมือการลงทุนในกองทุนรวมหุ้น เพื่อวัตถุประสงค์เตรียมเงินเกษียณ ข้อดีคือ เริ่มเร็วได้เปรียบมาก ความเสี่ยงขาดทุนลดลงเมื่อลงทุนระยะยาว ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยทบต้น

ดอกเบี้ยทบต้นเป็นตัวช่วยเพิ่มพลังชั้นดีในการลงทุน

ยกตัวอย่างเช่น หากเราเลือกให้ปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าได้ อะไรจะทำให้เรามีเงินมากที่สุดระหว่าง

  • เพิ่มเงินลงทุนต่อเดือนจากเดือนละ 1,000 บาทเป็น 2,000 บาท
  • เพิ่มอัตราผลตอบแทนจาก 10% เป็น 20%
  • เพิ่มระยะเวลาการลงทุนจาก 10 ปีเป็น 20 ปี

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าการเพิ่มระยะเวลาการลงทุนทำให้มีเงินมากที่สุด เป็นที่มาของคำว่า “ออมก่อน รวยกว่า” นั่นเอง

ที่มา: SET, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย

อ่านข่าวหุ้น ข่าวทองคำ และ ข่าวการลงทุน และ การเงิน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วัยรุ่น “สร้างตัว”ยุคใหม่ ลงทุนอย่างไรดี ? เปิดสูตรแบ่งเงิน 4 พอร์ต ดอกเบี้ยทบต้น ตัวช่วยเพิ่มพลัง

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...