โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตาโปรจีนลุ้นหลายรางวัลใหญ่ โค้งสุดท้ายแอลพีจีเอทัวร์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 ม.ค. 2568 เวลา 09.26 น. • เผยแพร่ 01 พ.ย. 2567 เวลา 00.12 น.
(AP Photo/Lee Jin-man)

จับตาโปรจีนลุ้นหลายรางวัลใหญ่ โค้งสุดท้ายแอลพีจีเอทัวร์

การแข่งขันกอล์ฟหญิง แอลพีจีเอทัวร์ สุดสัปดาห์นี้ เป็นรายการ โตโต้ เจแปน คลาสสิก ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นรายการสุดท้ายของเอเชี่ยนสะวิงปลายปี ก่อนกลับไปแข่งที่สหรัฐอเมริกาเพื่อดวล 3 รายการสุดท้ายของฤดูกาล

นับเป็นช่วงสำคัญเพื่อตัดสินรางวัลใหญ่ประจำปีหลายๆ รางวัลของทัวร์ บรรดานักกอล์ฟมือท็อปของโลกซึ่งมีลุ้นรางวัลหลายคนจึงทยอยเดินทางกลับสหรัฐเพื่อเตรียมความพร้อมกันแล้ว

ในจำนวนนี้คือ “โปรจีน” อาฒยา ฐิติกุล หรือ จีโน่ โปรสาวมือ 1 ของไทย ที่สัปดาห์นี้กลับสู่อันดับท็อปเท็นเป็นมืออันดับ 7 ของโลกหลังจากผลงานดีต่อเนื่อง

โปรจีนมีสถิตินำรางวัลใหญ่ประจำปีของทัวร์ถึง 2 รางวัลในขณะนี้ รางวัลแรกคือ เอออน ริสก์ รีวอร์ด ชาลเลนจ์ (Aon Risk Reward Challenge) หรือรางวัลเล่นหลุมยาก มอบให้นักกอล์ฟที่ทำผลงานดีที่สุดในการเล่นหลุมยากแต่ละสนามที่กำหนดไว้ทัวร์นาเมนต์ละ 2 หลุม ชิงเงินรางวัลมหาศาลถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (33 ล้านบาท)

โปรสาวชาวไทยลงแข่งขัน 15 รายการในปีนี้ ผ่านการเล่นหลุมยาก 30 หลุม ใน 30 หลุมนี้ทำสกอร์รวม 27 อันเดอร์พาร์ คิดเป็นสถิติเฉลี่ย -0.900 ดีที่สุดของทัวร์ ตามด้วย รยู แฮรัน โปรสาวดาวรุ่งชาวเกาหลีใต้ซึ่งทำสถิติเฉลี่ย -0.825 จากการเล่น 20 รายการ รวม 40 หลุม

ส่วนอันดับ 3-5 ได้แก่ หยิน รั่วหนิง โปรสาวชาวจีน เพื่อนซี้ของโปรจีน กับสถิติ -0.813, เนลลี่ คอร์ด้า โปรมือ 1 โลกชาวอเมริกันที่ไม่ได้เดินทางมาแข่งเอเชี่ยนสะวิง สถิติ -0.808 และ ลิเลีย วู มือ 2 ของโลกจากสหรัฐ สถิติ -0.800

จากอันดับท็อป 5 ดังกล่าว มีเพียงรยู แฮรัน ที่ลงแข่งขันที่ญี่ปุ่นสุดสัปดาห์นี้ ขณะที่การเก็บสถิติเอออน ริสก์ รีวอร์ด ชาลเลนจ์ ฤดูกาลนี้จะเก็บสถิติอีก 3 รายการ คือ โตโต้ เจแปน คลาสสิก, ล็อตเต้ แชมเปี้ยนชิพ ที่ฮาวาย ระหว่างวันที่ 6-9 พฤศจิกายน และ ดิ อันนิก้า ที่รัฐฟลอริดา ระหว่างวันที่ 14-17 พฤศจิกายน

จาก 3 รายการที่เหลือ โปรจีนมีชื่อเข้าร่วมแข่งขันเพียงรายการเดียวคือ ดิ อันนิก้า ที่ฟลอริดา ซึ่งเป็นรายการอุ่นเครื่องรายการสุดท้ายก่อนศึกใหญ่ส่งท้ายปี ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งแข่งขันที่ฟลอริดาเช่นกัน

การวัดผลงานจากสถิติเฉลี่ยนั้น การลงแข่งขันทุกรายการก็ใช่จะเป็นเรื่องดี เพราะเมื่อเป็นหลุมยากก็เหมือนดาบสองคม ถ้าผลงานดีก็ดีไป แต่ถ้าผลงานแย่จะยิ่งฉุดค่าเฉลี่ยให้ตกลง

กรณีของโปรจีน ถ้าเล่น 2 หลุมยากในรายการสุดท้าย (ดิ อันนิก้า) ได้ดี ทำสกอร์ต่ำกว่าพาร์ จะยิ่งทำให้สถิติหนีคู่แข่งเพื่อการันตี และบีบให้กลุ่มตามต้องท็อปฟอร์มจริงๆ เท่านั้นถึงจะไล่ทัน

อีกหนึ่งรางวัลสำคัญที่โปรจีนมีลุ้นในฤดูกาลนี้ คือ แวร์โทรฟี่ หรือรางวัลนักกอล์ฟที่ทำสกอร์เฉลี่ยต่ำสุดของปี

ปีที่แล้วโปรจีนก็คว้ารางวัลนี้ไปครองพร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกอล์ฟคนแรกของทัวร์ที่คว้ารางวัลแวร์โทรฟี่แม้ว่าจะไม่ได้แชมป์แม้แต่รายการเดียว ซึ่งในทางหนึ่งเป็นการตอกย้ำมาตรฐานการเล่นที่ดีสม่ำเสมอของเจ้าตัว

โปรจีนนำสถิติสกอร์เฉลี่ยของทัวร์ในขณะนี้ที่ 69.54 จากการลงแข่งขัน 15 รายการ รวม 54 รอบ ตามด้วยเนลลี่ คอร์ด้า สกอร์เฉลี่ย 69.92 จากการลงเล่น 14 รายการ รวม 49 รอบ และอันดับ 3-4 เป็น อายากะ ฟุรุเอะ จากญี่ปุ่น สกอร์เฉลี่ย 70.09 จากการลงเล่น 20 รายการ รวม 78 รอบ กับรยู แฮรัน เฉลี่ย 70.14 จาก 22 รายการ รวม 80 รอบ (ยังไม่นับศึกโตโต้ เจแปน คลาสสิก)

ปีนี้ โปรจีนคว้าแชมป์ไปแล้ว 1 รายการ จากการแข่งขันกอล์ฟประเภททีม 2 คน ดาว แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์คู่กับหยิน รั่วหนิง เพื่อนสนิทชาวจีน เมื่อปลายเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ตาม ในทางเทคนิค เนื่องจากเป็นการแข่งขันประเภททีมจึงไม่ได้นำสกอร์มาคิดรวมในการเก็บสถิติแวร์โทรฟี่ด้วย

จากรายการที่เหลืออยู่ในขณะนี้ ขอเพียงโปรจีนผ่านการตัดตัวในศึกดิ อันนิก้า และลงเล่นครบทั้ง 4 รอบในซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ (ซึ่งไม่มีการตัดตัว) ก็จะการันตีคว้ารางวัลแวร์โทรฟี่ไปครองเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันทันที เนื่องจากต้องทำจำนวนรอบที่ลงแข่งขันให้ถึงเกณฑ์ที่ทางแอลพีจีเอทัวร์กำหนดไว้

อุปสรรคหนึ่งที่ทำให้การลุ้นรางวัลช่วงปลายปีของโปรจีนยากลำบากเนื่องด้วยช่วงต้นปี โปรสาวชาวไทยมีปัญหาบาดเจ็บที่มือ ต้องพักนานหลายเดือน กว่าจะกลับมาแข่งขันก็กลางเดือนเมษายนแล้ว

ด้วยเหตุผลเดียวกัน เนลลี่ คอร์ด้า โปรมือ 1 โลกมีปัญหาบาดเจ็บ และไม่ได้ลงแข่งในเอเชี่ยนสะวิงทั้งช่วงต้นปีและปลายปี ทำให้จำนวนรอบแข่งขันไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่แอลพีจีเอกำหนดไว้ ต่อให้สถิติเฉลี่ยแซงโปรจีนได้ ก็จะไม่สามารถคว้ารางวัลแวร์โทรฟี่ได้อยู่ดี

ขณะที่ฟุรุเอะกับรยู แฮรัน นั้น สถิติบีบว่าต้องทำสกอร์เฉลี่ยต่อรอบที่ 65.944 และ 65.534 กับรายการที่เหลือตามลำดับ ในทางทฤษฎีอาจจะยังมีหวัง แต่ในทางปฏิบัติถือว่าเป็นไปได้ยาก

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด โดยเฉพาะถ้าผ่านการตัดตัวในรายการดิ อันนิก้า โปรจีนก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นนักกอล์ฟคนที่ 12 ในประวัติศาสตร์ที่คว้ารางวัลแวร์โทรฟี่ได้ 2 ปีติดต่อกัน แถมยังมีเกร็ดชวนอมยิ้มว่า ชื่อที่จะปรากฏในทำเนียบรางวัลนั้น จะเป็นชื่อที่แตกต่างกันแม้จะเป็นคนเดิม เนื่องด้วยปีนี้โปรจีนเปลี่ยนชื่อที่ใช้ในทัวร์ จาก “อาฒยา” เป็น “จีโน่” หรือใช้ชื่อเล่นของตัวเองแทนนั่นเอง

นอกจาก 2 รางวัลใหญ่ดังกล่าวแล้ว โปรจีนยังมีลุ้นผลงานและรางวัลอื่นๆ แบบอ้อมๆ ด้วยเช่นกัน ทั้งสถิติจบท็อปเท็นมากที่สุดของทัวร์ ซึ่งขณะนี้โปรจีนมีสถิติเป็นอันดับ 2 ที่ 11 รายการ ตามหลังรยู แฮรัน 1 รายการ โดย 2 ปีที่ผ่านมา โปรจีนเป็นเจ้าของสถิตินี้ 2 ปีติด แต่ปีนี้อาจจะเป็นรองรยู แฮรัน ที่มีโปแกรมแข่งขันที่เหลือมากกว่า

นอกจากนี้ถ้าโปรจีนทำผลงานได้ดีใน 2 รายการที่เหลือ ก็มีลุ้นเป็นนักกอล์ฟทำเงินสูงสุดของทัวร์ จากที่ปัจจุบันติดอันดับ 7 ด้วยเงินรางวัลสะสม 2,059,309 ดอลลาร์สหรัฐ (67.96 ล้านบาท) เป็น 1 ในนักกอล์ฟ 8 คนที่ทำเงินรางวัลเกิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้

เรียกว่าเป็นโค้งสุดท้ายของการแข่งขันแอลพีจีเอทัวร์ที่โปรจีนมีลุ้นผลงานและเกียรติประวัติอีกมากมาย

น่าลุ้นน่าติดตามเอาใจช่วยสาวไทยในช่วง 1 เดือนนับจากนี้!

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับตาโปรจีนลุ้นหลายรางวัลใหญ่ โค้งสุดท้ายแอลพีจีเอทัวร์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...