โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ลงทุน “ทองคำ”...สร้างโอกาส “ความมั่งคั่ง” ในอนาคต !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 27 ก.ย 2567 เวลา 05.04 น. • พัชรินธ์ อีริคสัน

Wealth EZ: “ทองคำ”ไม่ได้เป็นแค่เครื่องประดับ แต่เป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจ ด้วยมูลค่าที่มั่นคงและมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีทางเลือกหลากหลายเพื่อเปิดโอกาสให้เป็นเจ้าของทองคำได้ง่ายๆ

  • ซื้อ “ทองคำแท่ง” วิธีนี้เราได้สินทรัพย์ที่จับต้องได้ แต่มีต้นทุนในการเก็บรักษา และต้องคำนึงถึงส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและขายด้วย

  • ลงทุนผ่าน “กองทุนรวมทองคำ” โดยปกติ “กองทุนรวมทองคำ” ในประเทศไทยจะไปลงทุนต่อในกองทุนรวม หรือ ETF ต่างประเทศที่ลงทุนในทองคำ ทำให้ราคาของกองทุนเคลื่อนไหวตามราคาทองคำ ซึ่งอาจเป็นวิธีลงทุนที่ง่ายที่สุด เงินลงทุนเริ่มต้นค่อนข้างต่ำ (เช่น เริ่มลงทุนได้ด้วยเงินเพียง 500 ) ซื้อขายง่าย และไม่ต้องกังวลเรื่องการเก็บรักษาทองคำ

“ควรระวัง คือ ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยกองทุนทองคำในไทยจะมี 2 ประเภทหลัก ๆ คือ กองทุนที่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และกองทุนที่ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจให้ผลตอบแทนที่ต่างกันมากหากอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB มีการเปลี่ยนแปลง”

ตัวอย่างเช่น ราคาทองคำในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น 10% ในขณะเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลง 5%เทียบเงินบาท (1ดอลลาร์สหรัฐ แลกเป็นเงินบาทได้น้อยลง)

  • ถ้าผู้ลงทุนซื้อกองทุนทองคำที่ “ป้องกันค่าเงิน” ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินหรือได้รับผลกระทบน้อยมาก ฉะนั้นผู้ลงทุนจะยังคงได้ผลตอบแทน 10%

  • ถ้าผู้ลงทุนซื้อกองทุนทองคำที่ “ไม่ป้องกันค่าเงิน” ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนทองเพียง 5%เพราะผลตอบแทนลดลงจากผลกระทบจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลง

ในทางกลับกัน หากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นเทียบเงินบาท (1 ดอลลาร์สหรัฐ แลกเป็นเงินบาทได้มากขึ้น) นอกจากผู้ลงทุนจะได้กำไรจากมูลค่าของทองคำที่ปรับตัวขึ้น 10% แล้วยังได้รับผลกำไรจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่แข็งค่าขึ้นอีกด้วย”

ควรขาย “ทองคำ” ทำกำไรเมื่อไหร่

เมื่อ “ราคาทองคำ” พุ่งตัวสูงขึ้น นักลงทุนคงมีคำถามในใจไม่ต่างกันว่าควรจะขายทำกำไรทั้งหมดเลยหรือถือต่อดี อย่างไรก็ตาม หากจะลงทุนในทองคำระยะยาวก็ควรจะมีทองคำติดไว้ในพอร์ตลงทุนตลอดเวลา ดังนั้น หากทองคำมีการปรับตัวขึ้นมากเทียบกับสินทรัพย์อื่น จนทำให้สัดส่วนทองคำในพอร์ตลงทุนเพิ่มขึ้นเกินสัดส่วนเป้าหมายที่ตั้งไว้ ก็พิจารณาทยอยขายทำกำไรเพื่อให้สัดส่วนลงทุนกลับมาที่เดิม
“อย่างไรก็ตาม หากเห็นว่าปัจจัยตลาดยังสนับสนุนราคาทองคำอยู่ เช่น เศรษฐกิจเข้าใกล้สภาวะถดถอย (Recession) เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง เป็นต้น ก็อาจถือทองคำต่อไป”
“ทองคำ” มีบทบาทที่สำคัญมากต่อพอร์ตลงทุนในแง่การ “กระจายความเสี่ยง” และ “ลดความผันผวน” ของพอร์ตลงทุน ทั้งนี้ แม้ทองคำจะขึ้นชื่อว่าเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” (Safe Haven) แต่ก็มีความผันผวนสูง
ดังนั้น เพื่อให้ได้ประโยชน์จากการมี “ทองคำ” ในพอร์ตลงทุน ควรลงทุน “ทองคำ” ในสัดส่วนที่เหมาะสม “ไม่ทุ่มเงิน” ลงทุนในทองคำทั้งหมดเพื่อเก็งกำไรในระยะสั้น เพราะนอกจากจะทำให้พอร์ตลงทุนผันผวนสูงแล้ว อาจต้องเผชิญกับขาดทุนมหาศาล หากคาดเดาทิศทางราคาทองคำผิดทาง
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...