โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Spider-Man No Way Home กู้วิกฤตโรงหนัง แห่จองตั๋ว-ดูซ้ำ ดันรายได้พุ่ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ธ.ค. 2564 เวลา 13.31 น. • เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2564 เวลา 13.28 น.

นอกจากจะกู้โลกเหล่าร้ายแล้ว ในโค้งท้ายของปี 2564 นี้ ไอ้แมงมุม ฮีโร่จากมาร์เวลรายนี้ได้กลายเป็นความหวังใหม่ของธุรกิจโรงหนังในสหรัฐ รวมไปถึงทั่วโลกอีกด้วย หลังภาพยนตร์ภาคล่าสุด “สไปเดอร์แมน โน เวย์ โฮม” ภาคต่อที่ 3 ของสไปเดอร์แมนในยุค “ทอม ฮอลแลนด์” ได้รับการตอบรับจากแฟน ๆ ในสหรัฐอย่างคับคั่งเหนือความคาดหมายของนักวิเคราะห์จากบอกซ์ออฟฟิศ จนมีลุ้นที่จะเข้าไปอยู่ในทำเนียบ 10 ภาพยนตร์ที่ทำรายได้เปิดตัวสูงตลอดกาล

สำนักข่าว “ซีเอ็นบีซี” รายงานถึงกระแสนี้ว่า สไปเดอร์แมน โน เวย์ โฮม ได้ทุบสถิติยอดขายบัตรช่วงเปิดตัวในสหรัฐ โดยเพียงวันแรก (17 ธ.ค.) สามารถโกยเม็ดเงินไปกว่า 121.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4 พันล้านบาท เกินความคาดหมายของนักวิเคราะห์ในวงการ และโซนี่-ดิสนีย์ที่เป็นผู้สร้างซึ่งต่างคาดว่ายอดขายบัตรช่วงสุดสัปดาห์แรก (17-19 ธ.ค.) จะอยู่ที่ประมาณ 100-130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

“พอล เดอกาลาบีเดียล” นักวิเคราะห์อาวุโสของคอมสกอล บริษัทวิจัยสื่อรายใหญ่สัญชาติสหรัฐ กล่าวว่า ก่อนหนังเข้าฉายหลายฝ่ายยังกังวลเรื่องผลกระทบจากโรคโควิด-19 จึงวางเป้าช่วงเปิดตัว 4 วันแรกไว้ที่ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ “สไปเดอร์แมน โน เวย์ โฮม” กลับเปิดตัวอย่างสวยงามและทลายความกังวลนี้ไปหมด ด้วยยอดขายบัตรเข้าชมทะลุ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐได้ตั้งแต่วันแรก

และมียอดขายบัตรรอบพรีวิวเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ เป็นรองเพียง “อเวนเจอร์ส เผด็จศึก” (60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และ “สตาร์ วอร์ส : อุบัติการณ์แห่งพลัง” (57 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เท่านั้น

สอดคล้องกับความเห็นของ “ชอน รอบบิ้น” หัวหน้านักวิเคราะห์จากบอกซ์ออฟฟิศดอตคอม ที่ระบุว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จในการสร้างกระแสที่ช่วยดึงคอภาพยนตร์หลายรายให้กลับมาใช้บริการโรงหนังเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 และเชื่อว่ากระแสการบอกต่อ รวมถึงบรรยากาศท้ายปีที่กำลังคึกคักจะช่วยหนุนความนิยมไปจนถึงสิ้นปี

ผลตอบรับดีเกินคาดนี้ ทำให้ทั้งโซนี่และดิสนีย์ ตัดสินใจปรับคาดการณ์รายได้สุดสัปดาห์แรกเพิ่มอีกเกือบ 2 เท่าจาก 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7.99 พันล้านบาท ในขณะที่นักวิเคราะห์ในวงการคาดว่าตัวเลขยอดขายบัตรจะพุ่งไปถึง 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอาจไปได้ถึง 265 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 8.82 พันล้านบาท

นอกจากตำแหน่งภาพยนตร์ที่ทำยอดขายบัตรช่วงเปิดตัวได้สูงสุดในช่วงโควิด-19 หลังแซงเวน่อม 2 ที่มียอดเปิดตัว 3 วัน 90.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว“สไปเดอร์แมน โน เวย์ โฮม” ยังลุ้นเป็น 1 ใน 10 ภาพยนตร์ที่ทำยอดเปิดตัวสูงสุดตลอดกาลอีกด้วย ในฐานะ 1 ใน 8 เรื่องที่ทำยอดขายบัตรสุดสัปดาห์แรกเกิน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

และแม้จะไม่สามารถไปถึงยอดสูงสุดตลอดกาลของ “อเวนเจอร์ส เผด็จศึก” ที่ 357.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่มีลุ้นชนะเบอร์ 2 และ 3 อย่าง “อเวนเจอร์ส มหาสงครามล้างจักรวาล” และ “สตาร์ วอร์ส : อุบัติการณ์แห่งพลัง” ที่มียอดเปิดตัว 257.6 ล้าน และ 247.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐตามลำดับได้

ทั้งนี้หลายฝ่ายเชื่อว่าปรากฏการณ์นี้เป็นผลจากผู้ชมจำนวนมากต้องการดูภาพยนตร์เรื่องนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อให้พ้นจากการถูกสปอยล์บนโซเชียลมีเดีย เหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งอเวนเจอร์สเผด็จศึก เข้าฉายเมื่อปี 2562 ผสมกับแรงสนับสนุนของแฟนคลับที่เหนียวแน่นเป็นพิเศษ และการทุ่มงบฯกระตุ้นของโรงหนังเอง เช่น เครือโรงหนังเอเอ็มซีร่วมกับโซนี่แจก NFC โทเค็นให้กับสมาชิกที่จองบัตรรอบพิเศษวันที่ 16 ธ.ค.ล่วงหน้า

นำไปสู่เหตุการณ์รุมจองบัตรล่วงหน้าจนเว็บไซต์หลายแห่งในสหรัฐ อาทิ อะตอมทิกเก็ตส์, แฟนดันโก และมูฟวี่ทิกเก็ตดอตคอม รวมไปถึงเว็บไซต์ของโรงหนัง ทั้งเอเอ็มซี, ซีเนมาร์ก และรีกัลล่มไปตาม ๆ กัน เมื่อช่วงปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา และมีความเป็นไปได้สูงที่หลังจากนี้ผู้ชมจำนวนไม่น้อยจะซื้อบัตรเพื่อดูซ้ำมากกว่า 1 รอบ ช่วยให้ยอดขายบัตรพุ่งต่อเนื่องไปอีกหลายสัปดาห์

“ชอน รอบบิ้น” ทิ้งท้ายว่า เหตุการณ์นี้จะต้องถูกจดจำในวงการภาพยนตร์และธุรกิจโรงหนังไปอีกนานในด้านความสำเร็จของสตูดิโอมาร์เวล สไปเดอร์แมน และการตัดสินใจใช้กลยุทธ์ฉายในโรงหนังเพียงอย่างเดียวของโซนี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...