'หมอของขวัญ' ปัดทะเลาะ 'พิมรี่พาย' ดึงสติเอฟซี อยากเสพดราม่า แนะนำพบหมอ
‘หมอของขวัญ’ เปิดใจทุกเรื่อง ‘พิมรี่พาย’ ยันไม่ได้ทะเลาะกัน ดึงสติเอฟซี อยากเสพดราม่า แนะนำพบจิตแพทย์
หากมองเผินๆ คนอาจมองว่าเรื่องราวระหว่าง พิมรี่พาย-พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ แม่ค้าออนไลน์ชื่อดังและเป็นหุ้นส่วนอิสคิวท์ คลินิกเวชกรรม สาขาห้วยขวาง และ หมอของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ แพทย์ผิวหนังคนดัง เป็นดราม่าย่อมๆ
เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นจาก “พิมรี่พาย” เข้าแจ้งความกับตำรวจ บก.ปคบ. เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2564 ว่าถูก น.ส.อาลินดา ธนาทรัพย์วรกิจ อายุ 29 ปี ใช้เอกสารใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทย์หญิงท่านอื่นมาสมัครเป็นแพทย์ผู้ให้บริการของคลินิก เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหายต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ ทั้งที่ความจริงแล้ว น.ส.อาลินดาเป็นเพียงอดีตเซลส์ขายคอร์สประจำคลินิกเท่านั้น
ต่อมา“พิมรี่พาย” ได้ระบุถึง “หมอของขวัญ” ที่ออกมาเตือนเรื่องการใช้ฟิลเลอร์ของคลินิกว่าบางช่วงบางตอนหมอของขวัญก็พูดแรงไป
อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุม น.ส.อาลินดาได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เจ้าตัวสารภาพว่าจบการศึกษาชั้น ม.6 เคยสมัครเข้าทำงานเป็นเซลส์อยู่ที่คลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่งย่านจตุจักร ต่อมาคลินิกดังกล่าวขยายสาขา จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการสาขาและเป็นเซลส์ ระหว่างที่ทำงานในคลินิกแห่งนี้ได้ลักลอบนำยาโบท็อกซ์ที่เหลือจากการให้บริการลูกค้ามาทดลองฉีดกันเองในกลุ่มพนักงานจนเกิดความชำนาญ กระทั่งมาก่อเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ น.ส.อาลินดาได้ยื่นขอประตัวในชั้นสอบสวน 100,000 บาท และได้ปล่อยตัวชั่วคราว
วานนี้ (19 ธันวาคม) “หมอของขวัญ” ได้เผยภาพคู่กับ “พิมรี่พาย” พร้อมระบุว่าเป็นการเปิดใจคุยกัน อีกทั้งจะไลฟ์วันรุ่งขึ้น (20 ธันวาคม) เพื่อกล่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด
- ‘พิมรี่พาย’ ลั่น จะติดต่อหมอถูกอ้างชื่อให้ได้ ‘ยกมือขอโทษ’ วอนอ่านอินบ็อกซ์
- รวบ ‘หมอปลอม’ หลอกทำงานคลินิก ‘พิมรี่พาย’ รับเคยเป็นเซลส์ในคลินิก ลอบฉีดโบท็อกซ์ให้ พนง.จนชำนาญ
‘หมอของขวัญ’ เล่านาทีเจอ ‘พิมรี่พาย’
ดึงสติติ่ง อย่ารักใครแบบไม่ลืมหูลืมตา
“จริงๆ ไม่มีอะไรเลย”
หมอของขวัญ เริ่มต้นไลฟ์ด้วยประโยคดังกล่าว ก่อนชี้แจงถึงที่มาที่ไป และเหตุที่ต้องโพสต์รูปคู่ พิมรี่พาย ถึง 2 ครั้ง 2 ครา
“ขั้นต้นคือหมอไม่เข้าใจว่าหมอโพสต์รูปหมอกับคุณพิมรี่พาย 2 ครั้ง ตั้งแต่เมื่อวานคือเจอกันตอนบ่าย ไปทานข้าวกันมา โพสต์ที่เฟซบุ๊กถูกลบทั้ง 2 ครั้ง โพสต์ใหม่ด้วยข้อความเดิม ไม่มีฮาราสเมนต์ ไม่มีการยุยงปลุกปั่นกระแสอะไรให้เกลียดชังเลย หมอโพสต์ทุกช่องทาง แต่เฟซบุ๊กถูกรีพอร์ตจนโดนลบ รูปแรกรู้สึกว่าแชร์ไปเยอะมาก หลายพัน ถ้าไปอ่านในไอจีจะรู้ว่าไม่มีข้อความที่บูลลี่ ฮาราสเมนต์ หรือผิดกฎคอมมูนิตี้เลย จึงโพสต์ใหม่ หมอไม่เข้าใจคนรีพอร์ต
“หมออยากจะดึงสติติ่งทุกคน ทั้งเอฟซีพิมรี่พาย เอฟซีหมอเอง เอฟซีทั้งคู่ หรือเกลียดทั้งคู่ ถ้ารักพิมรี่พาย เกลียดหมอของขวัญ จงรู้ไว้ว่าสิ่งที่หมอจะพูดต่อไปนี้คือทั้งหมดเป็นผลดีกับพิมรี่พาย ถ้ารักหมอ เกลียดพิมรี่พาย เพราะเขาอาจพูดไม่เหมาะสมในบางครั้ง ขอให้กลับไปดูไลฟ์ทั้งหมด ความเครียดของเด็กอายุ 30 คนหนึ่งที่เครียดมาก แต่ต้องไลฟ์ เขาร้องไห้ทั้งไลฟ์ ดังนั้น อารมณ์จะปรี๊ดขึ้น หรือพูดอะไรไม่สมควรไปบ้าง”
หมอของขวัญบอกอีกว่า สำหรับคนที่รักทั้งหมอและพิมรี่พาย ก็ไม่คิดว่าจะมีใครรีพอร์ต ส่วนถ้าเกลียดทั้งหมอและพิมรี่พายและกดรีพอร์ตรูปที่เขาดีกัน คุณอยากเสพดราม่า เห็นเขาะทะเลาะกัน หมอว่าคุณควรไปพบจิตแพทย์
“แม้แต่แอดมินเพจดังๆ หมอก็โทรหา ก็งงว่ารูปลบไปได้ไง
“หมอขอฝากและดึงสติทุกเอฟซี ทุกอย่าง ให้ใจเย็น อย่ารักแบบไม่ลืมหูลืมตา ถูกก็ว่าไปตามถูก ผิดว่าตามผิด ชอบส่วนชอบ หมอชอบน้องอยู่แล้ว เขาเป็นคนเก่ง หมอว่าหมอโตกว่าเขาเป็น 10 ปี หมอมืออาชีพพอ (Professional) ที่จะข้ามผ่านสิ่งที่น้องอาจหลุด หรือพูดในสิ่งที่ไม่เหมาะสม”
หมอของขวัญกล่าวด้วยว่า ตนเองเป็นคนลั่นวาจาในสัมภาษณ์ทั้งหมดว่าถ้าพิมรี่พายต้องการคำแนะนำในฐานะผู้เชี่ยวชาญการเปิดคลินิก ก็บอกน้องเช่นนั้น เพราะพิมรี่พายอาจไม่รู้ว่าตนเองมีคลินิกกว่า 10 สาขา (Khongkwan Clinic) หากนับที่เปิดบ้างเจ๊งบ้างก็ราว 30 สาขาที่เปิดกับมือตลอด 16 ปีที่ทำงานมา
“นี่คือประสบการณ์ที่หมอบอกว่าน้องอยู่ในภาวะวิกฤต หมอออกมาเตือน ไม่ได้ออกมาเกาะแสงใดๆ ถ้าจะขายหมอขายโต้งๆ หมอไม่จำเป็นต้องเหยียบย่ำซ้ำเติมเกาะแสงใครเพื่อขายของตัวเอง หมอไม่ได้ซ้ำพิมรี่พายเพื่อให้ลูกค้าเขามาหาหมอ”
ขอร้องสื่ออย่าปั่นกระแส ยืนยันไม่เคยทะเลาะกัน
“ขอเลยค่ะ เรื่องแรก ถ้าสื่อสำนักไหนอยากจะเอา คลิปนี้ ไปตัดใดๆ กรุณาเอาเนื้อหาสาระไปให้ครบถ้วน ขอร้องดีๆ ถ้าไม่ได้หมอจะฟ้อง
“อย่าพาดหัวข่าวให้คนตีกัน คำว่าจรรยาบรรณสื่อ หมอรู้ว่าขายข่าว ถ้าฟังแค่ข่าวแล้วหมอเกิดโกรธน้องขึ้นมา กลายเป็นหมอกับพิมรี่พายเป็นศัตรูกันโดยที่ไม่รู้จักกันมาก่อน และเอฟซีหมอกับพิมจะไฝว้กันสุดฤทธิ์ หมอขอว่าข่าวอย่าปั่นกระแส หมอกับพิมรี่พายไม่ได้ดีกัน เราไม่มีแฮชแท็กดีกันแล้ว เพราะเราไม่เคยทะเลาะกัน“ หมอของขวัญกล่าวขอร้องยาวๆ
หมอของขวัญระบุว่า ตั้งแต่วันแรกที่ข่าวออกไปพิมรี่พายได้ติดต่อมาทันทีว่าเครียดมากเลย ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะไม่มีประสบการณ์ด้านนี้ พร้อมถามว่านัดทานข้าวได้ไหม เขาอยากฟังจากคนที่รู้จริงๆ
“พิมรี่พายไม่ใช่น้ำเต็มแก้วเลย หมอยืนยัน คุณคิดถึงเด็กอายุ 30 ที่ควบคุมทุกสิ่งอย่างในโลกหล้า กลับมาใหม่ที่เด็กอายุ 30 หลุดอยู่แล้วโน่นนี่นั่น คนที่ไม่ทำอะไรผิดคือคนไม่เคยทำอะไรเลย แต่เขาประสบความสำเร็จ ซึ่งหมอชื่นชมเขาหนักมาก”
หมอของขวัญกล่าวว่า ในการไลฟ์ของพิมรี่พายอาจมีการพูดถึงหมอด้วยสรรพนามที่ไม่ค่อยโอเค แต่อยากให้ไปดูไลฟ์ว่าเขาร้องไห้ เครียด มันหลุด ตอนที่เจอกันก็ขอโทษขอโพย ไหว้สวยจนแทบจะเบญจางคประดิษฐ์อยู่แล้ว หมอบอกน้องไม่ต้อง น้องก็ให้แอดมินติดต่อมาแต่เช้า ไม่อยากให้โกรธ ซึ่งหมอมืออาชีพพอที่จะเข้าใจว่าการพาดหัวข่าวนั้น ได้ยินครั้งแรกก็สะอึกจริง แต่เราไม่ได้ไปดูไลฟ์เต็มของเขาเพราะไม่มีเวลา พอดูไลฟ์เต็ม มีช็อตที่เขาร้องไห้ก็เข้าใจเลย ถ้าเป็นหมอหมอไลฟ์ไม่ได้ เขาไลฟ์ได้ในอายุ 30 ถือว่าเก่งโคตร เขาจัดการตัวเองได้ดีมาก หมอมูฟออนตั้งแต่ดูไลฟ์เขา เข้าใจทั้งหมด
“จบเรื่อดราม่าหมอของขวัญ-พิมรี่พาย เราไม่ได้ดีกัน อย่าพาดหัวข่าวว่าเราดีกันแล้ว เพราะเราไม่เคยทะเลาะกัน คนที่ทะเลาะคือติ่ง หมออยากให้ลืมหูลืมตา ถ้าคนที่จะพยายามมีวิชชั่นขึ้นมาได้ว่าคนที่ประสบความสำร็จเขาคุยกันยังไง พยายามเป็นอย่างคนที่คุณรัก เขาไม่ใช่น้ำเต็มแก้ว ถ้าเขาเกลียดหมอ เขาไม่โทรมาตั้งแต่แรกไหม
“เราไม่ได้ปรับความเข้าใจกัน เราไม่ได้อะไรเลย ส่วนเมื่อวานไปทำอะไรนั้น หมอบอกว่าวิกฤตของน้องมีอะไรบ้าง และที่น้องต้องทำก่อนคืออะไรบ้าง สิ่งที่ต้องจัดการเป็นยังไง ข้อดี-เสียเป็นยังไง หรือถ้าเป็นหมอจะเลือกข้อไหนบ้าง
“ไม่กี่วันก่อนมีข่าวว่าคนทื่ฆ่าคนตายได้ประกันตัวออกมา ไปยิงพยานเสียชีวิต ส่วนหมอปลอม (น.ส.อาลินดา) ก็ได้ประกันตัวออกมา เพื่ออะไรคะ? เพื่อให้เป็นหมอปลอมต่อ? เอาเป็นว่ามันก็เป็นสิทธิในการประกันตัว เราอยู่ในสังคมประชาธิปไตยมาก และศาลยังไม่ตัดสิน ดังนั้นก็เอาที่สบายใจ แต่หมออยากให้แชร์ไปทุกคนว่าระวัง บอกเลยว่าคลินิกอย่างหมอเขาไม่กล้ามาสมัครหรอก เพราะมันเช็กได้ได้ถึงแพทยสภา ยกหูครั้งเดียวจบ สังคมหมอมันแคบ”
เตือนปม ‘หมอปลอม’ ภัยสังคมที่อยากให้คนระวัง
ประเด็น “หมอปลอม” นั้น หมอของขวัญชี้ให้เห็นว่า บรรดาหมอที่ไม่ใช่หมอ หรือคนที่ทำตัวเป็นหมอจะทำตัวอยู่ 2 อย่าง คือ ทำตัวเป็นหมอกระเป๋า รับฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ตามบ้าน ซึ่งผิดทั้งการประกอบวิชาชีพเวชกรรมและ พ.ร.บ.สถานพยาบาล ซึ่งฉีด 5 พัน ขูด 5 แสน และไม่กลับมาเหมือนเดิมเยอะมาก
“หมอปลอมพวกนี้ เวลาจะเข้าไปสมัครงานคลินิกที่สแตนด์อโลน หรือเปิดคลินิกเองแล้วถูกจับก็มีมากมาย ข่าวเยอะแยะ หมอขอเตือนเป็นภัยสังคม เพราะเราอยู่ในวงการแพทย์มา เมื่อมีเคสเหล่านี้ขึ้นมาต้องส่งเข้าโรงเรียนแพทย์ ซึ่งมีไม่กี่โรงเรียน ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการแก้ ซึ่งแก้ไม่ทัน นั่นแหละคือคำว่าประสบการณ์
“ถามว่าตอนนี้หมออยู่ในฐานะอะไร ในอนาคตจะมีโครงการร่วมกันกับพิมรี่พายไหม อันนี้หมอไม่รู้ น้องอยากให้หมอไปเป็นที่ปรึกษา แต่หมอขอดูในบริบทของหมอเองด้วย ในฐานะซีอีโอของเคเคซี (Khongkwan Clinic)
“เมื่อวานที่ไปหาน้อง หมอไปทำสิ่งที่เรียกว่าการจัดการภาวะวิกฤต (Crisis Management) และการบริหารแบบมืออาชีพในภาวะวิกฤตของคลินิกเท่านั้น
“เชื่อว่าถ้าน้องโดนสั่งปิด (คลินิก) แล้วน้องพัฒนา แล้วเปิดขึ้นมาอีกครั้ง พิมรี่พายจะทำได้อย่างดี”