โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

โรดแมป EEC "อีสเทอร์นสตาร์" ปั้นแลนด์แบงก์ 1,000 ไร่ สู่เป้า 1,000 ล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 พ.ย. 2566 เวลา 03.35 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2566 เวลา 04.04 น.
ไพโรจน์ วัฒนวโรดม

“เราเป็นเซลส์แมน เราก็ต้องไปบอกว่าประเทศไทยเปิดแล้ว ไม่มีเวลาไหนที่จะดีเท่าเวลานี้ที่จะมาลงทุนที่ประเทศไทย” คำกล่าวในโอกาสแถลงผลงาน 2 เดือนของรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา

อาจกล่าวได้ว่าสร้างแรงกระเพื่อมระลอกใหญ่ เพื่อรองรับอนาคตคลื่นการลงทุนจากต่างประเทศที่คาดว่าจะไหลบ่าเข้าไทย โดยหนึ่งในจุดโฟกัสย่อมหนีไม่พ้นโซนระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือโซน EEC-Eastern Economic Corridor 3 จังหวัด (ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา)

และเป็นโอกาสที่ค่ายอสังหาริมทรัพย์มหาชน “กลุ่มอีสเทอร์นสตาร์” ในฐานะแจ้งเกิดและเติบใหญ่ในภาคตะวันออกไม่ต่ำกว่า 30 ปี จะถือโอกาสลอนช์แผนธุรกิจเพื่อรองรับเส้นกราฟขาขึ้นของการลงทุนรอบใหม่ เจาะเซ็กเมนต์ 3-12 ล้านบาท

ปี 2566 จบยอดรายได้ 700 ล้าน

โดย “ไพโรจน์ วัฒนวโรดม” กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ ESTAR เปิดเผยความสำเร็จ 5 โครงการบ้านแนวราบ โดยปี 2566 นี้ บริษัทประสบความสำเร็จในการปิดการขายโครงการพื้นที่ฝั่งระยอง-บ้านฉาง อาทิ โครงการบ้านสินทวี การ์เด้นท์ 2, แฮมเล็ต 3, เวลาน่า กอล์ฟ เฮาส์

ในขณะที่ 5 โครงการแบรนด์ดังในจังหวัดระยอง ประกอบด้วย 1.โครงการ “บรีซ แอท อีสเทอร์น สตาร์ ฟอเรสโต้” ปัจจุบันมียอดขาย 99% จึงคาดหมายได้ไม่ยากว่าจะปิดการขายทั้งโครงการได้ภายในปีนี้ 2.เวลาน่า อะโมด้า อู่ตะเภา-บ้านฉาง มียอดขาย 96%

3.แกรนด์ เวลาน่า มียอดขาย 80% 4.เธร่า พรีม่า บูรพาพัฒน์-สุขุมวิท มูลค่าโครงการ 600 ล้านบาท มียอดขายแล้ว 75% และ 5.บรีซ ชาเล่ต์ บูรพาพัฒน์-สุขุมวิท มูลค่าโครงการ 600 ล้านบาท มียอดขาย 80% ของเฟสแรก

ไฮไลต์อยู่ที่ ESTAR เตรียมลอนช์บ้านนิวซีรีส์ รีโมเดลตั้งแต่ดีไซน์ การตกแต่ง กลิ่นอาย ภายใต้แบรนด์ “เวลาน่า ไฮด์ อู่ตะเภา-บ้านฉาง” ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง วางไทม์ไลน์เปิดให้เยี่ยมชมสัมผัสใกล้ชิดได้ภายในไตรมาส 1/67 นี้

“ปีนี้คาดว่าจบเป้ารายได้ 700 ล้านบาท เฉพาะโซนภาคตะวันออก ปี 2567 เป้าสร้างอัตราเติบโตขยับไปที่ 800 ล้านบาท แต่ประเมินจากเทรนด์ธุรกิจขาขึ้นของโซนอีอีซี ผมมั่นใจว่าจะผลักดันยอดรายได้ไปถึง 1,000 ล้านบาท”

อสังหาฯระยองโตดับเบิลรอบ 5 ปี

ทั้งนี้ ความมั่นอกมั่นใจของกรรมการผู้จัดการ ESTAR มาจากองค์ประกอบดังต่อไปนี้

เรื่องแรก “ขนาดตลาดใหญ่ขึ้น” โดยสถานการณ์ธุรกิจที่อยู่อาศัยในจังหวัดระยองช่วง 10 ปีที่แล้ว (2557) มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 10,000 ล้านบาท ชลบุรี ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย (รองจากกรุงเทพฯ) มีขนาดตลาดอยู่ที่ 50,000 ล้านบาท

สิบปีต่อมาในยุคปัจจุบัน ขนาดตลาดที่อยู่อาศัยระยองปี 2565 เติบโตก้าวกระโดดไปอยู่ที่ 11,760 หน่วย มูลค่ารวม 25,717 ล้านบาท ถึงแม้ว่าปี 2566 คาดว่าเมื่อจบปียอดขายรวมในด้านจำนวนหน่วยอาจหดตัว -15% อยู่ที่ 10,240 หน่วย มูลค่าหดตัว -11% อยู่ที่ 23,178 ล้านบาท

ขณะที่เทรนด์ปี 2567 ขนาดตลาดคาดว่าเฉลี่ยอยู่ที่ 25,000 ล้านบาทบวกลบ นั่นหมายความว่าระยองมีการเติบโตดับเบิลดิจิตจาก 1.2 หมื่นล้าน เป็น 2.5 หมื่นล้านบาท

กรณีเทียบกับขนาดตลาดจังหวัดชลบุรี ในยุคที่ระยองมีไซซิ่ง 12,000 ล้านบาท ชลบุรีอยู่ที่ 50,000 ล้านบาท เท่ากับมีขนาด 1 ใน 5 ของชลบุรี แต่ปัจจุบัน ตลาดระยองโตขึ้นเป็น 25,000 ล้านบาท ดังกล่าว ทำให้มีขนาดเทียบเท่า 1 ต่อ 3.5 เท่าของชลบุรี แสดงว่าขนาดตลาดระยองเริ่มโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

มนุษย์เงินเดือน 6 หมื่น-3 แสน

เรื่องที่ 2 “กำลังซื้อมนุษย์เงินเดือน 60,000-300,000 บาท/เดือน” สะท้อนออกมาจากสินค้าบ้านเดี่ยวครองส่วนแบ่ง 60% และแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการซื้อในช่วง 3 ปี (2564-2565-2566) ไม่เหมือนคอนโดมิเนียมกับทาวน์เฮาส์ที่เป็นสินค้าทดแทนกัน มีการขยับตัวเลขขึ้น-ลงอยู่ตลอด

ซึ่งจะเห็นได้ว่า บ้านเดี่ยวบูมมาจากลูกค้ากลุ่มกำลังซื้อแข็งแรง โดยสัดส่วนบ้านเดี่ยวขายดีมากที่สุดในประเทศ กระจุกตัวอยู่ที่ 3 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ ชลบุรี ระยอง

เมื่อใช้แว่นขยายส่องมาที่ระยองเพียงจังหวัดเดียว ตลาดที่อยู่อาศัยไม่ได้บูมที่อำเภอเมืองแต่อย่างใด หากแต่มาบูมที่ “บ้านฉาง-มาบตาพุด” เพราะเป็นโซนแหล่งงานในนิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ ทั้งรายได้ขององค์กรและพนักงาน

โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายพนักงานจากธุรกิจปิโตรเลียม-ปิโตรเคมี อาทิ พนักงาน ปตท. พนักงานเครือเอสซีจี ฯลฯ เวลากรอกแบบสอบถามพบว่า มีฐานเงินเดือนเริ่มต้น 60,000 บาท ไปจนถึง 300,000 บาท จึงถือเป็นกำลังซื้อที่แข็งแกร่งและเป็นฐานลูกค้าหลักที่ช็อปซื้อสินค้าบ้านเดี่ยว มากกว่าสินค้าที่อยู่อาศัยประเภทอื่น ๆ

โฟกัสขนาดตลาดระยองทั้งจังหวัด 23,000 ล้านบาท สัดส่วนรายได้ ณ พฤศจิกายน อยู่ที่ 698 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนเพียง 3% ของตลาดระยองเท่านั้น หากโฟกัสเฉพาะตลาดโซนบ้านฉางที่ประเมินขนาดตลาด 2,752 ล้านบาท รายได้ 698 ล้านบาทของ ESTAR ก็เพิ่งจะมีสัดส่วน 25% ของตลาดอสังหาฯบ้านฉางเท่านั้น

ในขณะที่มีความพร้อมทุกด้านที่เป็นองค์ประกอบต้นทุนในการพัฒนาโครงการ ดังนั้น เป้าหมายสร้างรายได้ 1,000 ล้านบาท ในปีหน้า จึงอยู่ใกล้เท่ามือเอื้อมถึง เพราะเป็นการขยับส่วนแบ่งตลาดจาก 3% ไปที่ 5% ซึ่งเป็นตัวเลขธุรกิจที่มีความเป็นไปได้สูง

ในเวลาเดียวกัน ทำเลเชี่ยวชาญในบ้านฉางก็มีส่วนแบ่งตลาดแล้ว 25% การขยับเป้ารายได้จาก 700 ล้าน ไปสู่เป้าหมาย 1,000 ล้านบาท มีเซฟตี้แฟ็กเตอร์ในการแตกทำเลไปสู่อำเภอข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็น “อำเภอเมือง-ปลวกแดง-นิคมพัฒนา” ซึ่งไม่ใช่โจทย์ยากในการควบคุมต้นทุนพัฒนาโครงการ ดังนั้น เป้ารายได้ปีหน้าต้องบอกว่าเป็นการตั้งเป้าแบบเสริมใยเหล็กกันเลยทีเดียว

แลนด์แบงก์ไพรมแอเรีย 1,000 ไร่

เรื่องที่ 3 “แลนด์แบงก์ศักยภาพสูง 1,000 ไร่” เป็นการต่อจิ๊กซอว์จากเป้ารายได้ปี 2566 ที่ต้องการให้จบที่ 700 ล้านบาท ถึงแม้จะมาไกลมากจากรายได้ปี 2564 ที่มีรายได้ 345 ล้านบาท ปี 2565 จำนวน 428 ล้านบาท เหตุผลหนุนหลังมาจากมีโครงการอยู่ระหว่างขาย 4 โครงการ คลุมเซ็กเมนต์ 3-12 ล้านบาท ที่สามารถเก็บเกี่ยวยอดโอนหรือยอดรับรู้รายได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง

ตามแผนเติบโตแบบสโลว์บัตชัวร์ หากคำนวณจากยอดรายได้ปีละ 300-400 ล้านบาท บริษัทน่าจะเดินทางไปถึงยอดรายได้ 1,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี หรือภายในปี 2572 แต่สถานการณ์จริง ช่วง 5 ปีหน้าขนาดตลาดระยองอาจแตะ 30,000 ล้านบาท การเติบโตแบบประคองส่วนแบ่งตลาดก็น่าจะเติบโตเป็นเงาตามตัวด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีตัวช่วยจากการมีแลนด์แบงก์สะสมรวมกัน 1,000 ไร่ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท รองรับการพัฒนาโครงการไม่ต่ำกว่า 10 ปีหน้า

แบ่งเป็น 500 ไร่ อยู่ในบ้านฉางและถนนบูรพาพัฒน์ เฉพาะสนามกอล์ฟอีสเทอร์นสตาร์ แอนด์ รีสอร์ท มีขนาดที่ดิน 250 ไร่ ที่สามารถพัฒนาโครงการใหม่ได้อีก 5 หมู่บ้าน กับอีก 100 ไร่ กระจุกในโซนถนนบูรพาพัฒน์ อีก 500 ไร่อยู่ต่างอำเภอ อาทิ อำเภอมาบข่า หนองบอน ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีที่ดิน 50 ไร่ ติดโรบินสัน บ้านฉาง เป็นต้น

ทั้งนี้ โมเดลทำอสังหาฯในต่างจังหวัดให้ประสบความสำเร็จ มี 3 แฟ็กเตอร์หลัก 1.มีนิคมอุตสาหกรรมตั้งอยู่ในพื้นที่ 2.ต้องเป็นจังหวัดท่องเที่ยว และ 3.มีสถาบันการศึกษา

ปรากฏว่าระยองมีครบถ้วนทั้ง 3 องค์ประกอบนี้ แถมเพิ่มเติมกำลังจะมีสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ขนาดเทียบเท่าสนามบินดอนเมือง อยู่ระหว่างการลงทุนของรัฐบาล กำหนดแล้วเสร็จใน 4 ปี หรือภายในปี 2570-2572

“โซนนี้มีนิคมอุตสาหกรรมรายรอบ กำลังจะมีรถไฟความเร็วสูง ไม่ว่ารัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ทุกรัฐบาลพูดถึงการลงทุนเพื่อบูมโซน EEC ขณะที่ราคาที่ดินโซนพัทยา ชลบุรี แพงมาก เทียบกับโซนระยอง บ้านฉาง ยังพอรับได้ จึงเป็นทำเลอนาคตแท้จริง”

ดาต้าเบสยังรวมถึงสนามบินอู่ตะเภาในอนาคต ลงทุนคาพาซิตี้รองรับผู้โดยสาร 15.9 ล้านคน หากเต็มเมื่อไหร่ก็พร้อมจะลงทุนอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 เพิ่มทันที

ในขณะที่ ESTAR มีแลนด์แบงก์อยู่ติดสนามบินอู่ตะเภามากถึง 500 ไร่ ซึ่งนโยบายประกาศออกมาแล้ว “ไม่ขายให้ใครทั้งนั้น เพราะ…จะพัฒนาเอง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...