ประชาชนต้องมาก่อน
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา คนไทยจุกอกไปตาม ๆ กันกับการควักเงินจ่ายค่าสินค้าอุปโภคบริโภคที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แถมสินค้าบางชนิดไม่เพียงแพงขึ้นแต่ยังขาดตลาดอีกต่างหาก จนมาในห้วงเวลานี้ที่เกิดศึกยืดเยื้อระหว่าง “รัสเซีย-ยูเครน” ส่งผลให้ราคาน้ำมัน-ก๊าซแพงขึ้นอย่างมาก ทำให้สินค้าต่าง ๆ ที่ส่วนใหญ่ต้องเกี่ยวข้องกับน้ำมันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แบกรับต้นทุนไม่ไหวพาเหรดขึ้นราคาถ้วนหน้า
แม้แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สินค้าควบคุมที่รัฐพยายามเบรกไม่ให้ปรับราคามานานกว่า 10 ปี จำต้องขอขยับราคา ไม่เพียงเท่านั้นประเมินกันว่าสินค้าอีกจำนวนมากจ่อปรับราคาขึ้นภายใน 3-6 เดือนข้างหน้า เมื่อบวกกับราคาน้ำมันโดยเฉพาะแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 น้ำมันหลักของผู้ใช้รถเก๋งและจักรยานยนต์ในปัจจุบันที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทั่งแก๊สโซฮอล์ 95 พุ่งเกิน 40 บาท/ลิตรไปแล้ว เพราะรัฐบาลนอกจากจะไม่ยอมหั่นภาษีสรรพสามิตแต่ยังบวกเพิ่มเข้าไปเพื่อนำเงินมาชดเชยน้ำมันดีเซลที่รัฐอุ้มไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร
นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน หารือกับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือมาตรการรับมือและเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ส่วนสำคัญคือการดูแลค่าครองชีพ การใส่เงินเข้ากระเป๋าประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ ที่ผ่านมามาตรการที่ได้รับผลมากสุดไม่พ้น “คนละครึ่ง” เพราะเงินถึงมือประชาชนโดยตรงทำให้การรั่วไหลมีน้อยมากหรือแทบไม่มีก็ว่าได้ โดยกระทรวงการคลังกำลังพิจารณาว่าจะมีคนละครึ่ง “เฟส 5” ตามมาหรือไม่
จากผลสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ถึงการครองชีพครัวเรือนไทยเดือน ก.พ. แม้จะปรับดีขึ้นแต่เชื่อว่าเป็นเพียงชั่วคราว เพราะการสำรวจเกิดขึ้นก่อนศึก “รัสเซีย-ยูเครน” จะทวีความร้อนแรง ทำให้เดือน มี.ค.ได้รับผลกระทบโดยตรงมากที่สุด คนไทยจำนวนไม่น้อยเปลี่ยนพฤติกรรมใช้จ่ายโดยซื้อสินค้าที่ถูกลง ปริมาณน้อยลง เรียกว่าซื้อแค่พอใช้ไปวัน ๆ แทนที่จะซื้อมาตุนไว้เหมือนในอดีต
ที่น่าห่วงคือ จากผลสำรวจพบว่า รายได้และค่าใช้จ่ายโดยรวมของกลุ่มครัวเรือนในปัจจุบัน สถิติ 33.8% เป็นกลุ่มมีรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายรายเดือน นอกจากนี้ มีมากถึง 67.5% ไม่มีเงินออม เรียกว่าหาได้เท่าไหร่ก็ใช้ไปเท่านั้น เป็นเรื่องที่น่ากังวลถึงสภาพเศรษฐกิจของคนไทยในปัจจุบัน ยิ่งหากศึก “รัสเซีย-ยูเครน” ยังยืดเยื้อ ยิ่งส่งผลกระทบรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ เพื่อให้ประชาชนประคองชีวิตอยู่ได้ในช่วงข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ ค่าใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่จำเป็นหรือสามารถเลื่อนออกไปควรต้องพิจารณาเป็นพิเศษ อย่างน้อยก็ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ เพราะความอยู่รอดของประชาชนคนไทยต้องมาก่อนสารพัดโครงการของรัฐบาล