โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

สะใภ้เกาหลี จับธุรกิจนำเข้าเสื้อผ้าเด็ก รายได้ปีละครึ่งล้าน

เส้นทางเศรษฐี

อัพเดต 23 ม.ค. 2565 เวลา 12.45 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. 2565 เวลา 12.44 น.
สะใภ้เกาหลี จับธุรกิจนำเข้าเสื้อผ้าเด็ก รายได้ปีละครึ่งล้าน

สะใภ้เกาหลี จับธุรกิจนำเข้าเสื้อผ้าเด็ก รายได้ปีละครึ่งล้าน

การเป็นคุณแม่ลูกสามแม้จะเป็นงานหนักมากๆ อยู่แล้ว แต่ คุณกัน-กษมา พุฒิศรีกุล ก็ยังเลือกหารายได้เสริมจากสิ่งที่ตัวเองคลุกคลีอยู่ทุกวัน นั่นคือเสื้อผ้าเด็กที่ลูกๆ ของเธอใส่นั่นเอง โดยเริ่มสร้างธุรกิจนำเข้าเสื้อผ้าเด็กเกาหลี “Agaya-아가야 เสื้อผ้าเด็กนำเข้าจากเกาหลี มายาวนาน 2 ปี เพราะสัมผัสได้ถึงคุณภาพ และความใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต

“จากการที่เราอาศัยอยู่เกาหลีใต้ สัมผัสได้เลยว่าการออกแบบผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่ต้องใช้กับเด็ก เขามีความใส่ใจมากๆ ตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ไปจนถึงกระบวนการผลิตเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ออกมาคุณภาพดี ไม่แพ้และดีต่อสุขภาพเด็ก เพราะเกาหลีใต้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคเขาค่อนข้างเข้มงวด ผู้ผลิตจึงต้องใส่ใจเรื่องนี้อย่างเข้มงวด” คุณกัน เล่า

นอกจากคุณภาพที่สัมผัสได้ อีกปัจจัยที่ทำให้คุณกันสนใจเสื้อผ้าเด็กเกาหลี คือ เสื้อผ้าเป็นปัจจัย 4

“เสื้อผ้าคือปัจจัย 4 เป็นสิ่งที่เราต้องใช้และสัมผัสทุกวัน สำหรับเด็กนั้นเสื้อผ้านับเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ลำดับแรกๆ ในชีวิต เด็กจะเรียนรู้ผ่านสีบนเสื้อผ้า ฝึกใช้กล้ามเนื้อและการจัดลำดับผ่านการสวมใส่ ทำให้เรารู้สึกว่านี่คือสิ่งสำคัญของการเติบโตของเด็ก” คุณแม่ลูกสาม เล่า 

ปัจจุบัน คุณกันนำเข้าเสื้อผ้าเด็กเกาหลีทั้งหมด 2 แบรนด์ คือ pimpollo และชุดนอนเด็กแบรนด์ olomimi

“Agaya นำเสื้อผ้าเข้ามาจำหน่าย 2 แบรนด์ คือ pimpollo และชุดนอนเด็กแบรนด์ olomimi เราอาจจะพูดว่าสินค้าเรามีราคาค่อนข้างสูง หากเทียบกับเสื้อผ้าเด็กที่จำหน่ายในประเทศไทย แต่มีจุดเด่นคือ olomimi เป็นแบรนด์ชุดนอนผ้าฝ้ายออร์แกนิก ที่ได้รับการรับรองจากสถาบันมาตรฐาน นอกจากผ้าจะใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี ไม่ระคายเคืองหรือก่อให้เกิดอาการแพ้แล้วนั้น ยังมีแพตเทิร์นการตัดเย็บที่ประณีต และลวดลายที่ช่วยส่งเสริมจินตนาการเด็กได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของ pimpollo นั้น เป็นแบรนด์ชุดลำลองที่เน้นเรื่องการดีไซน์ที่น่ารัก และการตัดเย็บอย่างประณีต บางลายเราชอบมากๆ มันน่ารัก พอเห็นลูกใส่แล้วแบบ เอ้ย! เราอยากให้ลูกคนอื่นใส่แบบนี้ด้วยทำยังไง เราเลยนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย”

ซึ่งผลตอบรับจากลูกค้านั้นเห็นแล้วชื่นใจ ถึงแม้ราคาสูงแต่ด้วยคุณภาพทำให้แม่ๆ กลับมาซื้อซ้ำจนกลายเป็นลูกค้าประจำ โดยมีราคาเริ่มต้น 290-790 บาท 

“ลูกค้าให้การตอบรับดี แม้ช่วงแรกจะบอกว่าแพงหรือมีคำถามว่าทำไมถึงแพง แต่เมื่อได้ลองสั่งไปแล้วมักจะกลับมาซื้อซ้ำและซื้อจำนวนมากขึ้นกว่าครั้งแรก เราใช้เวลานานเหมือนกันเพื่อที่จะสื่อสารกับลูกค้าว่าสินค้าของเราดีอย่างไร มีคุณภาพกว่าอย่างไร และการที่เด็กได้ใส่เสื้อผ้าคุณภาพดีที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของเขา ใส่แล้วสบายตัวไม่งอแง นั้นดีอย่างไร” คุณกัน เล่า

และจากการทำธุรกิจนำเข้าเสื้อผ้าเด็กเกาหลีนี้เอง ทำให้คุณกันมีรายได้กว่าครึ่งล้านบาทต่อปี โดยคุณแม่ลูกสามคนนี้ ยังมีแผนธุรกิจในอนาคตที่วางไว้ คือการนำเข้าเสื้อผ้าเด็กเกาหลีเพิ่มขึ้นอีก 1 แบรนด์ เป็นชุดเที่ยวชุดลำลองสำหรับเด็ก ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการคัดเลือกแบรนด์ที่มีคุณภาพตอบโจทย์ลูกค้า

หากคุณแม่ท่านไหนสนใจสามารถเข้าดูได้ที่เพจAgaya-아가야 เสื้อผ้าเด็กนำเข้าจากเกาหลี

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...