โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภรรยา เล่าก่อนสิ้น 'เมฆ วินัย' รูดผิวหนังจนเลือดท่วมเตียง เผยอยากปล่อยโฮกอดศพ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 มี.ค. 2567 เวลา 11.27 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. 2567 เวลา 08.38 น.

ภรรยา เล่าก่อนสิ้น ‘เมฆ วินัย’ รูดผิวหนังจนเลือดท่วมเตียง เผยอยากปล่อยโฮกอดศพ

นับเป็นความสูญเสียของวงการบันเทิงไทยอีกครั้งต่อการเสียชีวิตของ“เมฆ-วินัย ไกรบุตร” ด้วยโรคตุ่มน้ำพอง โดยมีกำหนดการสวดอภิธรรม “นายหัฒศนัย ไกรบุตร” หรือ “เมฆ-วินัย ไกรบุตร” ตั้งแต่วันที่ 21-24 มีนาคม ณ ศาลา 10 วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต ซอยวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ และฌาปนกิจ 25 มีนาคม

โดยได้เคลื่อนศพของเมฆ-วินัยจากโรงพยาบาล ซีจีเอช สายไหม ไปยังวัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต ด้วยความโศกเศร้า

ทั้งนี้เอ๋ อรชัญญาช์ ภรรยา ของ เมฆ วินัย ไกรบุตร ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า วันนี้เป็นวันรดน้ำศพวันแรก มันปุบปับ แต่ว่าก็อยากทำให้ดีที่สุด อยากทำให้คนมาร่วมส่งพี่เมฆเป็นครั้งสุดท้าย

เมฆ วินัย เข้าโรงพยาบาลครั้งล่าสุดเมื่อไหร่?

“พี่เมฆเข้าโรงพยาบาลล่าสุด เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ แต่ก่อนหน้านั้น วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พี่เมฆหยุดหายใจไปแป๊บนึง ตอนที่พี่ออกไปรับเด็ก พี่ก็รีบกลับบ้าน พอกลับไปถึง น้องเขาก็กระตุ้นให้ฟื้นก่อน ตอนแรกก็คิดว่าเขาอาจจะแค่ค้างไป แต่พอหลังจากวันนั้นเขาก็มีอาการแปลกไป เขาก็จะเรียกหอม และบอกรักตลอดเวลา”

“เขาก็บอกเราตลอดว่า รักนะ รักนะ (น้ำเสียงสั่นเครือ) โดยที่เขาก็ทำแบบนี้อยู่ประมาณ 2- 3 วัน แล้วเขาก็บอกว่าเขาเหนื่อยมากเลย ก็เลยคิดว่าเขาเหนื่อยจากแผล นึกว่าเหนื่อยจากการเข้าโรงพยาบาลครั้งล่าสุดที่ไปให้น้ำเกลือ เราก็คิดว่าเขาเพลีย ก็เลยบอกให้เขานอน เหนื่อยก็พัก เหนื่อยก็นอน ต่อจากนั้นวันที่ 18 มีนาคม จู่ๆเขาก็มีอาการเกร็ง ก็เลยตัดสินใจเรียกรถพยาบาลฉุกเฉิน หลังจากวันนั้นก็ไม่ได้คุยกับเขาอีกเลย เขาก็ไม่มีสติอีกเลย ”

ตอนนั้นที่ เมฆ วินัย บอกว่าเหนื่อย พลางบอกรักตลอด ตอนนั้นรู้สึกอะไรไหม มีคิดอะไรในใจบ้างหรือเปล่า?

“ก็สังหรณ์เหมือนกัน รู้สึกว่าเขาผิดปกติ เพราะโดยปกติแล้วพี่เมฆไม่เคยบ่นว่าเหนื่อย พี่เมฆจะพูดกับเราเสมอว่าให้สู้ไปด้วยกันนะ สู้อีกนิดเดียวก็จะหลุดแล้ว ”

สภาพจิตใจเราตอนนั้นเป็นอย่างไร เมื่อเขาพูดประโยคเหล่านั้น?

“เราก็ใจไม่ดีแล้ว แต่ตอนนั้นเราก็ไม่คิดว่าเขาจะไป แค่รู้สึกใจไม่ดี คิดว่าเขาคงแค่หนัก รอบนี้อาจจะหนัก”

ที่ผ่านมาอาการ เมฆ วินัย ก็ดูทรงๆ ทรุดๆ มาตลอด แต่ครั้งนี้มีอาการผิดแปลกไปจากทุกครั้งอย่างไร?

“จริงๆ พี่เมฆก่อนหน้านี้เขาดีขึ้นช่วงหนึ่ง เหมือนมีแผลเยอะ เขาก็เลยไปให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาลสายไหม คืนแรกที่เขาไป เขาบอกว่าเขาฝันว่า มีคนบอกให้เขารูดออกให้หมด เขาก็เลยไปรูดผิวหนังตัวเองออกหมดเลย ทั้งขา ทั้งแขน เป็นแผลเต็มไปหมดเลย”

“พอเราตื่นขึ้น เราก็นึกว่าเขาเป็นอะไร พอเดินไปดูเลือดก็ท่วมเตียงเลย ก็เลยเรียกพยาบาลเข้ามาดู ปรากฏว่าถุงที่ให้เลือด ก็ถูกดึงออกหมด แล้วเขาก็มีสติขึ้นมา เขาก็บอกว่าเขาขอโทษ เขายังหัวเราะเลย เขาบอกว่าเขาฝันว่ามีคนบอกให้เขารูดออกให้หมด เขาก็เลยรูดออกให้หมด หลังจากวันนั้นมาเขาก็เป็นแผลทั้งตัวเลย”

อาจจะแผลที่มาจากการติดเชื้อ?

“ใช่”

ซึ่งแพทย์ได้แจ้งไหมว่าภาวะอาการอาการแบบนี้เกิดจากอะไร ?

“ตอนแรกแพทย์ประเมินว่าติดเชื้อในกระแสเลือด เพราะว่าอุณหภูมิในตัวเขา 36 องศาตลอด ความดันตก หัวใจเต้นช้าลง แล้วก็มีอาการน้ำท่วมปอด แต่ว่าด้วยความที่ความดันเขาตก มันไม่สามารถที่จะรีดน้ำออกจากปอดได้ มันเป็นภาวะที่อันตราย ก็เลยต้องปล่อย แต่เราก็อยู่กับเขาทั้งวันเมื่อวาน อยู่จนเขาไป ”

ช่วงที่เมฆ วินัย ไป คุณเอ๋ได้บอกอะไรเขาไหม?

“แพทย์ให้เราเข้าไปคุย ก็บอกกับเขาว่าให้เขาสู้ แต่ถ้าสู้จน.. (กลั้นน้ำตา/ร้องไห้) 5 ปีเนอะ เป็นเวลาที่ยาวนาน และเขาก็สู้มาตลอดอยู่แล้ว พี่เมฆสู้มากเลย พี่เมฆจะคิดถึงครอบครัวตลอด พี่เมฆก็จะบอกเราว่า เขาสู้เพื่อเรานะ ก็เลยบอกว่า ให้สู้ให้ถึงที่สุด แต่ถ้ารู้สึกว่ามันไม่ไหว ถ้าเหนื่อยพี่ก็พักนะ”

เมื่อวานได้พูดประโยคนี้ไหม?

“พูดค่ะ บอกว่าถ้าไม่ไหวก็พอแล้ว ”

เมื่อกี้เอ๋พูดว่า ไม่คิดว่าจะเป็นช่วงเวลานี้ ?

“เมื่อวานนี้คุณหมอบอกตั้งแต่เช้าว่า อาการนี้มันเสี่ยง มันอันตรายมาก เราทำเรื่องส่งตัวไปจุฬาฯ และด้วยความที่ความดันตกลงเรื่อยๆ และทางโน้นก็ไม่กล้ารับ ทางนี้ก็ไม่กล้าส่ง แล้วเขาเหนื่อยด้วย ร่างกายกระตุกตลอด ซึ่งเพิ่งมาเป็นช่วงหลัง

“เรารักเขานะ รักแบบเราทำให้เขาได้ทุกอย่าง พอวันที่มันทรมานมาก เราก็รู้ว่าเขายังห่วงเราอยู่ เขาจะถามเราเสมอว่า เราไหวไหม แต่พอหลังๆ เราบอกพี่เมฆว่า เราไหว เราทำได้ ไม่ต้องห่วง เขาก็เลยหมดห่วง”

“เราก็บอกเขาว่า ไม่ต้องห่วงแล้ว ขอให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี พี่เมฆไม่ต้องห่วงแล้ว พี่เมฆทำเพื่อครอบครัวมาเยอะมาก เป็นสามีที่ดี เป็นพ่อที่ดีของลูก พี่เมฆสร้างเป้าหมายให้ลูกตลอดเวลา สิ่งที่ต้องการสานต่อ เราก็จะทำทุกอย่างให้ลูกอย่างดีที่สุด ในฐานะแม่ ในฐานะภรรยา จากวันนี้ไปจะทำทุกอย่าง”

วางแผนในครอบครัวอย่างไร ?

ก่อนเขาจะป่วยหลักเราก็วางแผนทำบริษัทเพิ่ม และทำธุรกิจเพิ่มไปแล้ว เริ่มมีการดีลกันหมดแล้ว บริษัทใหม่ก็เปิดแล้วด้วย กำลังไปเปิดบัญชีทำนู่นทำนี่ แล้วก็มาทรุด

การจัดคอนเสิร์ต เพื่อหารายได้ช่วยเหลือ เมฆ วินัย ไกรบุตร จะดำเนินการต่อหรือไม่ ?

“ด้วยความที่พี่เมฆเป็นหัวหน้าครอบครัว แล้วด้วยความที่เขาหาเงินได้ ในวันที่เค้าป่วย หาเงินไม่ได้ เขาเครียดมาก ก็ไปหยิบยืมเพื่อนบ้าง พี่่น้องบ้าง เราก็ให้เขาเทกแอคชั่น จนที่สุดแล้ว ก็บอกเขาว่า เดี๋ยวเรารับต่อเอง เราก็เป็นแบ๊กให้เค้ามาตลอด แต่พอวันหนึ่งเขาเหนื่อย เราก็มาอยู่ด้านหน้าแทน แล้วเราก็ทำเพิ่มจนมีรายได้มาจุนเจือครอบครัวอยู่แล้ว”

“บางคนบอกค่ายาพี่เมฆไม่แพง แต่ค่าดูแลแพง ทุกอย่างต้องพาสเจอร์หมด อุปกรณ์ค่อนข้างเยอะ ซึ่งตรงนี้มันหนัก พี่เมฆไม่เคยให้รับรู้รายจ่าย แต่พอเริ่มมารู้ปุ๊บ เขาก็เริ่มเครียด พี่หนุ่ม คงกะพัน ก็เลยหาทางออก ว่าเงินก้อนนี้ช่วยพี่เมฆรักษาตัว พอพี่เมฆเข้าโรงพยาบาลเอกชนที่ค่าใช้จ่ายไม่ถูก พอขึ้นหลักแสนก็เครียด แต่พี่หนุ่มบอกไม่ต้องเครียด เพราะจัดคอนเสิร์ตมาก็มาซัพพอร์ต พี่เมฆเข้าโรงพยาบาลไปทั้งหมด 3 รอบ ส่วนคอนเสิร์ตก็ยังจัดปกติหลังจากเสร็จพิธีของพี่เมฆเรียบร้อยแล้ว คอนเสิร์ตยังจัดปกติ”

มีอะไรอยากพูดไหม?

“เขาขอบคุณเพื่อนๆ ในวงการเสมอ ถ้าไม่ป่วยเขาจะไม่รู้เลยว่า มีคนรักเขามากขนาดนี้ เพราะเขาเป็นคนพูดไม่ค่อยระวัง แต่เป็นคนจริงใจมาก บางทีเจตนาการพูดของพี่เมฆกับคนฟังอาจไม่ได้ชอบใจ แต่พี่เมฆพูดเสมอว่าเขาไม่ได้ตั้งใจไม่ดีเลย ณ วันนี้ ขอให้แฟนคลับทุกคนที่ฟังอยู่ อโหสิกรรมให้พี่เมฆ พี่เมฆเค้าอยากขออโหสิกรรมด้วยตัวเองด้วยซ้ำไป (เสียงสั่นเครือ)”

“ก่อนเค้าจะล้มเขาก็พูดกับพี่ว่าจะให้สัมภาษณ์ วันนี้ พี่ก็เป็นตัวแทนเขาขออโหสิกรรมให้กับทุกคนที่คิดว่าคำพูดของพี่เมฆไปแทงใจ คิดว่าคำพูดของพี่เมฆทำให้บั่นทอน แต่จริงๆ แล้ว เพื่อนพี่เมฆทุกคนที่รู้จัก ถ้าพี่เมฆไม่ดี ก็คงไม่มีใครร่วมมือกันจัดคอนเสิร์ต พี่เมฆอยากขอบคุณศิลปินที่ร่วมมาคอนเสิร์ต ซึ่งเขาอยากไปคอนเสิร์ต และพี่ก็บอกเขาว่าสภาพนี้มันไปไม่ได้ แต่เขาก็ยังถามหมอว่าเขาจะไหวมั้ย เขาจะฟื้นมั้ย”

ความรู้สึกตอนที่เอ๋สู้เคียงข้างเขา?

“เราทำเต็มที่แล้ว แล้วเราก็เชื่อว่าสิ่งที่เราทำ มันทำให้เขาไปได้อย่างสงบ เพราะเราก็สร้างกำลังใจมาตลอด
เราก็พยายามสร้างพลังบวกมาตลอด เราอยากให้แบบหลายๆ คนที่ท้อมีกำลังใจ พี่เมฆพูดเสมอว่าสังคมสมัยนี้มันบั่นทอน และหลายๆคนก็ท้อ เขาก็เลยอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนเห็นว่าเขาไม่ท้อและเขาสู้ และพี่ก็อยากให้คนรักสมัยใหม่ เวลามันตกมันล้ม ให้อยู่เคียงข้างกัน เวลามันมีความสุข ก็ต้องกลับไปคิดว่าเวลาทุกข์มันขนาดไหน แล้วก็ความรักที่ฉาบฉวย เราว่ามันอยู่ไม่แน่น ดังนั้นถ้าทุกคนเห็นเรากับพี่เมฆเป็นตัวอย่าง เราอยากจะบอกว่ามันคุ้ม เพราะมันเป็นความสุขทางใจ แล้วมันส่งต่อไปทางลูกด้วยลูกก็รับรู้”

ความรู้สึกของคุณแม่พี่เมฆ?

“วันที่คุณแม่กลับไม่กี่วัน พี่เมฆก็แบบมีอาการช็อก จริงๆคุณแม่พี่เมฆจองตั๋วเครื่องบินคืนนี้ มาอยู่แล้ว เพราะเขาตั้งใจว่างานคอนเสิร์ตเขาจะอยู่เป็นเพื่อนพี่เมฆ แต่มันปุ๊บปั๊บเขาก็เลยตีรถกลับมาจากกระบี่ก่อนเลย แต่พี่เมฆก็ไม่ได้ฝากอะไร เขาคงไม่ได้คิดถึงขั้นนั้น”

พี่เอ๋บอกอะไรกับลูก?

“พี่จะเป็นทั้งพ่อกับแม่ให้เขา ไม่ต้องกลัวในเรื่องการศึกษาในเรื่องชีวิตพี่จะทำเต็มที่เหมือนสมัยที่พี่เมฆอยู่ เราจะทำให้มากกว่าเดิม แล้วก็จะเป็นทั้งพ่อกับแม่ให้เขา ดังนั้นเราอยากให้เขาเข้มแข็ง เพราะว่าสิ่งที่พ่อเขาปูไว้ เราเชื่อว่าเขาเห็น เขาจะเข้าใจครอบครัว”

เขาถามถึงคุณพ่อไหม?

“เมื่อเช้าเขาถาม แต่เขาคงพอรู้ เพราะเขาเห็นพ่อเขาอาการทรุดลง น้องมาร์คเขาจะถามว่าทำไมป๊าอาการแย่ลง เราก็บอกว่าเราไม่รู้เหมือนกัน จนพี่เมฆเสียก็บอกกับเขา เขาก็อึ้งไปแปปนึง เขาก็เสียใจ เขาก็ไม่กินเลยตั้งแต่เมื่อเช้า ปกติเขาเป็นคนทานเยอะก็ไม่กินจนถึงตอนนี้ เขาก็พยายามเข้มแข็ง เพราะเขารู้ว่าเขาเป็นแบบหลักแล้ว”

น้องแบมเป็นยังไงบ้าง?

“น้องแบมเขาดูแลตั้งแต่พี่เมฆป่วยปีแรกเลย คอยเช็ดแผล เขาจะเรียนรู้เขาจะรู้จักการดูแล เขาก็จะบอกพ่อเขาเสมอว่าเขาอยากเป็นนักแสดง พ่อเขาก็จะบอกว่าเดี๋ยวป๊าหายแล้วป๊าสอน เขาจะพูดคุยกัยตลอดเวลา น้องแบมจะมีความเป็นผู้ใหญ่ เขาก็เลยจะเข้าใจ แต่มีความเสียใจอยู่แล้ว”

เอ๋ไหวมั้ย?

“เอาจริงๆพี่ไหวเป็นช่วงๆ เพราะเราคิดถึงพี่เมฆเราก็ไม่ไหว แต่พอเรามองไปที่ครอบครัวมันก็ต้องไหว จริงๆพี่ไม่ได้เก่งเลยนะ พี่อยากจะปล่อยโฮ อยากจะกอดศพเขา อยากจะอยู่ข้างๆตลอดเวลา แต่พี่รู้ว่าจะยิ่งทำให้คนรอบตัวเขา พี่น้องเขา แม่เขา ลูกๆ มีความเครียด รวมไปถึงพ่อแม่พี่ เพราะว่า 5 ปี ที่เขาป่วยพี่ไม่เคยห่างเขาเลย พ่อแม่พี่เขาก็จะกลัวว่าแบบพี่จะไปตามเขา แต่บอกตรงนี้ป๊าม๊าไม่ต้องกลัว เอ๋ไม่ไปตามพี่เมฆหรอก เพราะเอ๋มีหน้าที่ดูแลลูก ดันลูกให้ไปดีที่สุด”

ช่วยสานฝันลูกๆยังไงบ้างในการเข้าวงการบันเทิง?

“น้องมาร์คมีเรียนร้องเพลงกับพี่เก่ง ธชย อยู่แล้ว แล้วก็พยายามไปคอนเสิร์ตการกุศลบ้างอะไรบ้าง แล้ววันที่ 26 นี้น้องมาร์คก็จะร่วมร้องเพลงด้วย ส่วนน้องแบมเขาอยากจะแสดงพี่ก็ว่าจะหาที่เรียนการแสดงให้ดีๆ”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภรรยา เล่าก่อนสิ้น ‘เมฆ วินัย’ รูดผิวหนังจนเลือดท่วมเตียง เผยอยากปล่อยโฮกอดศพ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...