โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

เสด็จพ่อ Christopher Nolan ไม่รู้สึกผิดที่ได้เป็นแฟน 'Fast & Furious' แนะนำเริ่มดูภาค 'Tokyo Drift'

BT Beartai

อัพเดต 09 ก.พ. 2567 เวลา 11.39 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. 2567 เวลา 08.55 น.
เสด็จพ่อ Christopher Nolan ไม่รู้สึกผิดที่ได้เป็นแฟน 'Fast & Furious' แนะนำเริ่มดูภาค 'Tokyo Drift'

แม้ ณ ตอนนี้ สถานการณ์ของแฟรนไชส์แอ็กชันซิ่งรถสุดโม้ ‘Fast & Furious’ จะถือว่าไม่ค่อยไปในทิศทางที่สวยงามหนัก หลังจากที่ปฐมบทปิดฉากภาคสุดท้ายอย่าง ‘Fast X’ (2023) ที่เข้าฉายไปเมื่อปีที่แล้ว ที่ทำรายได้ค่อนข้างสูงด้วยตัวเลข 714 ล้านเหรียญ แต่ถ้าคำนวณจากทุนสร้างที่สูงมหาศาลกว่า 340 ล้านเหรียญ พอเคาะตัวเลขออกมาก็เลยทำได้แค่พ้นเส้นขาดทุนแบบปริ่มน้ำ

แต่เหนืออื่นใด ก็คงหนีไม่พ้นคำวิจารณ์ที่แม้จะดีกว่าภาคที่แล้ว ‘F9’ (2021) ขึ้นมานิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้พ้นคำครหามากนัก (ไหนจะเรื่องคดีความของ วิน ดีเซล (Vin Diesel) ที่กำลังคาราคาซังอยู่ตอนนี้อีก) คงต้องรอดูว่า ‘Fast X’ Part 2′ จะสามารถกอบกู้ชื่อเสียงและศรัทธาของแฟน ๆ กลับมาได้ หรือจะล้มเหลวปิดตำนานไปแบบหงอย ๆ

แต่อย่างไรก็ตาม มีคนชังก็ต้องมีคนรัก เพราะหลายคนก็ยังชื่นชอบหนังแฟรนไชส์ชุดนี้และติดตามดูมาทุกภาคอย่างเหนียวแน่น ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า 1 ในแฟนคลับคนรักครอบครัว ‘Fast & Furious’ ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นผู้กำกับระดับเสด็จพ่อ คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) ที่ตอนนี้ ‘Oppenheimer’ (2023) กำลังรอเข้าชิงออสการ์ถึง 13 สาขานั่นเอง ซึ่งใครจะไปคาดคิดว่า โนแลนไม่ได้ดูแค่หนังระดับมาสเตอร์พีซเพื่อเอาแรงบันดาลใจอย่างเดียว แต่ยังดูหนังแอ็กชันเพื่อความบันเทิงไม่คิดมากเหมือนกับเรา ๆ ท่าน ๆ นี่แหละ

The Fast and the Furious Tokyo Drift
The Fast and the Furious Tokyo Drift

โนแลนถูก สตีเฟน โคลแบร์ (Stephen Colbert) พิธีกรชื่อดังถามเรื่องนี้ ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ในรายการ ‘The Late Show with Stephen Colbert’ ตอนล่าสุด ที่เขายังคงย้ำชัดว่า เขาเป็นแฟนคลับ ‘Fast & Furious’ และไม่เคยรู้สึกผิดหรือคิดเป็นเรื่องน่าอายที่จะบอกใคร ๆ ว่าเขาก็ดูหนังเรื่องนี้กับเขาด้วยเหมือนกัน แถมเขายังแปลกใจที่พิธีกรอย่างโคลแบร์ไม่เคยดูแฟรนไชส์นี้เลย

โนแลน: “ผมไม่เคยรู้สึกผิดเลยครับ ที่ได้เป็นแฟนของ ‘Fast & Furious’ แฟรนไชส์หนังแอ็กชันสุดยิ่งใหญ่…”

โคลแบร์: “คือผมยังไม่เคยดูเลยสักภาคนะครับ…ผมเองก็อยากดูเหมือนกัน เพราะว่ามันเป็นหนังที่ฮิตมาก ๆ และผมเองก็ต้องการเข้าใจในพรมแดนใหม่ ๆ ที่ผมพูดถึงทุกวัน ๆ ให้มากขึ้น ผมไม่ชอบที่จะพูดถึงแบบนั้นโดยที่ไม่ได้ดู ‘Fast & Furious’ มาก่อนเลยน่ะ คือผมสงสัยว่า ถ้าคุณต้องพาผมดูหนัง ผมควรจะดูทุกเรื่องรวดเดียวไหม แบบว่าเราต้องนั่งดูกันตั้งแต่ 6.00 น. แล้วไปจบอีกทีเที่ยงคืนอะไรแบบนี้”

โนแลน: “ว้าว… นี่คุณไม่เคยดูมาก่อนเลยเหรอ ?… ผมดูหนังพวกเขาบ่อยมาก ผมรักพวกเขา ผมประหลาดใจนะที่คุณไม่เคยดูเลย คือคุณไม่จำเป็นต้องดูรวดเดียวจบหรอก มีแค่ภาคหลัง ๆ ที่เหตุการณ์จะเริ่มต่อเนื่องกัน ซึ่งผมแนะนำว่าให้เริ่มต้นที่ ‘Tokyo Drift’ เลยนะ เพราะมันไม่ได้มีเนื้อหาเชื่อมกับภาคอื่น ๆ “

ก่อนหน้านี้ โนแลนเคยตอบเปิดเผยเป็นครั้งแรกในพอดแคสต์ ‘Happy Sad Confused’ เกี่ยวกับข่าวลือที่เขาชอบแฟรนไชส์หนัง ‘Fast & Furious’ ว่าเป็นความจริง และเขาเองเผยว่า ภาคหนึ่งในแฟรนไชส์ที่เขาชื่นชอบก็คือ ‘The Fast and the Furious’ (2001) ภาคต้นกำเนิดที่ยังมีความเป็นหนังจารกรรมซิ่งรถยนต์ที่มีความติดดิน แต่ภาคที่เขาชื่นชอบที่สุดก็คงหนีไม่พ้นภาค ‘Tokyo Drift’

โนแลนเล่าถึงภาคแรกนี้ว่า “ผมเองชอบหนังต้นฉบับ (ภาคแรก) ที่ ร็อบ โคเฮน (Rob Cohen) กำกับนะครับ แต่ที่เรียกว่าเป็นที่ 1 ในใจผมก็คือ ‘Tokyo Drift’ รวมไปถึงความสามารถในการสานภาคต่อของ จัสติน ลิน (Justin Lin) ที่พวกเขาสามารถทำมันให้ใหญ่โตและบ้าระห่ำมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นสิ่งที่น่าสนุกขึ้นมาได้ ความสนุกของแฟรนไชส์นี้ก็คือ แม้ภาคต่อมันจะใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ อย่างที่ภาคต่อควรจะเป็น แต่ทุกคนก็มักจะบ่นกันว่าภาคต่อมันใหญ่มาก แต่เรานี่แหละคือคนที่ทำให้ภาคต่อมันใหญ่ขึ้น เราต้องการให้มันใหญ่ขึ้นเอง ไม่ใช่อยากให้มันเล็กลง”

The Fast and the Furious Tokyo Drift
The Fast and the Furious Tokyo Drift

ส่วน ‘The Fast and the Furious: Tokyo Drift’ (2006) ที่โนแลนแนะนำให้ดูนั้น ถ้าหากนับตามการเรียงลำดับการฉาย หนังเรื่องนี้จะถือว่าเป็นหนังเรื่องที่ 3 ของแฟรนไชส์ แต่ถ้านับตามไทม์ไลน์ที่อ้างอิงจากตัวละคร ฮาน (ซอง คัง – Sung Kang) เหตุการณ์ในภาคนี้จะเกิดขึ้นหลังจาก ‘Fast & Furious 6’ (2013) และเกิดก่อนเหตุการณ์ในภาค ‘Furious 7’ (2015)

เหตุการณ์ทั้งหมดจะย้ายไปเล่าเรื่องที่ฮานได้สอนให้ ฌอน บอสเวลล์ (ลูคัส แบล็ค – Lucas Black) หัดขับรถดริฟต์ที่โตเกียว พร้อมกับการกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งของ โดมินิก โทเร็ตโต ที่แสดงโดยดีเซลในตอนท้ายเรื่อง หลังจากที่หายไปจาก ‘2 Fast 2 Furious’ (2003) แต่แม้หลายคนจะชื่นชอบภาคนี้ แต่กลับทำรายได้เบ็ดเสร็จเพียง 159 ล้านเหรียญ เป็นภาคที่ทำรายได้น้อยที่สุดของแฟรนไชส์

โคแบร์: (ที่แนะนำภาค ‘Tokyo Drift’) “เป็นเพราะว่ามันเกิดขึ้นก่อนภาคอื่น ๆ ใช่ไหมครับ ? “

โนแลน: “ไม่ใช่ครับ… เอ่อใช่ เกิดก่อนสิ”

โคแบร์: “นี่ผมเพิ่งจับได้ว่า คริส โนแลน ไม่เข้าใจอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเวลาใช่ไหมเนี่ย…”

โนแลน: “คือผมกำลังจะบอกอะไรบางอย่างน่ะ แต่คุณควรจะไปดูเอาเอง เดี๋ยวมันจะเป็นการสปอยล์”

ที่มา: Variety, Slash Film

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...