โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

[Review] Suicide Squad: Kill the Justice League เกมเพลย์โลดโผน เนื้อเรื่องเสี่ยงบาทาแฟน DC'

BT Beartai

อัพเดต 20 ก.พ. 2567 เวลา 02.25 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. 2567 เวลา 16.02 น.
[Review] Suicide Squad: Kill the Justice League เกมเพลย์โลดโผน เนื้อเรื่องเสี่ยงบาทาแฟน DC'
[Review] Suicide Squad: Kill the Justice League เกมเพลย์โลดโผน เนื้อเรื่องเสี่ยงบาทาแฟน DC'
[Review] Suicide Squad: Kill the Justice League เกมเพลย์โลดโผน เนื้อเรื่องเสี่ยงบาทาแฟน DC'

Suicide Squad: Kill the Justice League จุดเด่น เนื้อเรื่องที่ 'กล้า' นำเสนอ ระบบการเคลื่อนที่ของทั้ง 4 ตัวละคร ทำออกมาได้สนุกจนลืมไปเลยว่ามี Fast Travel บอสไฟต์หลาย ๆ ตัวสนุกท้าทาย ให้ความรู้สึกเป็นไปไม่ได้ที่จะโค่นมันลง เกมเพลย์ฉับไว ปราดเปรียว โลดโผน (แต่ต้องใช้เวลาคุ้นชินพอสมควร) จุดสังเกต ความกล้าในการนำเสนอของ 'เนื้อเรื่อง' ที่ไม่ชอบก็จะเกลียดไปเลย ระบบหลายอย่างดี แต่ตกม้าตายเพราะเกมเพลย์ซ้ำซาก เจตนาชัดเจนมากว่าจะเป็นเกมเน้น Live Service เช่น ต้องต่ออินเทอร์เน็ตไม่งั้นเล่นไม่ได้! (นานิ!?) 7

**คำเตือน บทความรีวิวนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของเกม

**บทความนี้ใช้โน้ตบุ๊กในการรีวิวเกม

แม้เกมจะขายตั้งแต่ 30 มกราคม 2024 ที่ผ่านมา แต่ด้วยเลือดของแฟน DC ระดับชั้นผู้น้อย (ฮ่า ๆ) และความเชื่อมือใน Rocksteady Studios ผู้พัฒนาเกมนี้ เหนืออื่นใดก็ขอแก้ต่างตั้งแต่เนิ่น ๆ ให้ Suicide Squad: Kill the Justice League เลย ว่านี่ไม่ใช่เกมที่ย่ำแย่เตี้ยต่ำดินเหมือนที่ใคร ๆ ก่นด่าขนาดนั้น มันยังเป็นเกมในสเกล AAA ที่มองเห็นได้ถึงความตั้งใจและลูกบ้าหลาย ๆ อย่างที่เข้ากับอัตลักษณ์ในความเป็น Suicide Squad แต่ … ในขณะเดียวกันก็ปฎิเสธไม่ได้ว่ามีหลาย ๆ ส่วนมันไม่เวิร์กอย่างที่เสียงข้างมากเข้าบอกกันมา ฉะนั้นเรามาดูกันว่าจุดไหนละที่ดี ตรงไหนที่แย่!? ในรีวิวนี้ได้เลยครับ

Story – กล้า ท้าทาย ‘เรียกบาทาแฟน DC’

Task Force X ภารกิจใหม่ของพวกแก ‘ฆ่า Justice Leauge’
Task Force X ภารกิจใหม่ของพวกแก ‘ฆ่า Justice Leauge’

ค่ำคืนที่ทุกอย่างจะดูเหมือนปกติ แต่ที่หน้าทางเข้าของ Arkham Asylum โรงพยาบาลเฉพาะโรคทางจิตเวชสถานที่คุมขังเหล่าวายร้ายจำนวนมาก ได้มีขบวนรถกองกำลังทหารปริศนารีบเร่งเข้ามายังตัวอาคารอย่างมีนัยสำคัญ โดยกองทัพดังกล่าว คือ A.R.G.U.S (คำเต็มมันมีหลายเวอร์ชันเหลือเกินไม่ขอแปลนะ กลัวพลาด) กองกำลังความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ซึ่งมี อแมนดา วอลเลอร์ (Amanda Waller) เป็นผู้อำนวยการสูงสุด เธอได้ยื่นขอเสนอให้กับผู้ต้องขังทั้ง 4 ได้แก่ Deadshot นักฆ่าผู้ไม่เคยพลาดเป้า, Harley Quinn หญิงสาววิกลจริตผู้ไม่อาจเดาใจได้, Captain Boomerang อาชญากรที่รู้วิธีการรับมือ The Flash และ King Shark สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปริศนาครึ่งฉลาม ให้มาปกป้อง Metropolis นครแห่งความหวังที่ถูกรุกรานโดย Brainiac ที่ยังได้ทำให้ทีม Justice League ตกอยู่ใต้อาณัติของมัน ซึ่งหนทางเดียวที่จะเข้าถึงตัว Brainiac ได้ มีเพียงแต่การฆ่าซุปเปอร์ฮีโร่กลุ่มนี้ลงเท่านั้น!? ทั้ง 4 จึงต้องรวมตัวภายใต้ทีมเฉพาะกิจในชื่อ Task Force X ที่มองจากดาวอังคารก็ดูออก ว่านี่มันคือ ‘ภารกิจฆ่าตัวตาย’ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ความหวังของโลกทั้งใบก็ขึ้นอยู่กับทีมรวมวายร้ายนี้อย่างเป็นทางการ

Superman ที่กลายเป็นตัวร้าย ฝันร้ายที่สุดของมวลมนุษยชาติ!
Superman ที่กลายเป็นตัวร้าย ฝันร้ายที่สุดของมวลมนุษยชาติ!

ผู้เขียนต้องขอชมทีมงานจากใจเลยว่าห้าวมาก! ที่กล้าจะนำเสนอเนื้อเรื่องออกมาได้ล่อบาทา เสี่ยงดราม่าจากแฟน DC แบบสุด ๆ และก่อนจะถลำลึกในเนื้อเรื่องไปไกล ผู้เขียนได้ใส่เสื้อเกราะกันกระสุนไว้แล้วด้วยการหมายเหตุว่าอาจมีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ เพราะเนื้อเรื่องเกมนี้มันอ่อนไหวง่ายมากในแง่ความรู้สึกของแฟน ๆ ซึ่งนั่นก็หมายถึงผู้เขียนด้วยละนะ ฮ่า ๆ เอางี้ครับ ถ้าถอดฟีลเตอร์ความเป็นแฟนออกไป เอาจริง ๆ เนื้อเรื่องของเกมค่อนข้างน่าติดตามในระดับหนึ่งผ่านการนำเสนอสเกลของเหตุการณ์ที่มันเตลิดไปไกลสุดลูกหูลูกตาชนิดที่ว่าความวายป่วงที่เกิดไปก่อนหน้านี้ กลายเป็นเรื่องกระจิ๋วหลิวไปทันทีเมื่อได้เจอเข้ากับสิ่งที่มันเกิดขึ้นในลำดับถัดไป จนต้องหันหลังกลับมาดูว่า เฮ้ย! ไอ้ทีมวายร้ายพวกนี้มันไปไกลได้ขนาดนี้เลยเหรอ?

เอาจริงดิ? ไม่ส่งกระสุนมากับจดหมายเลยละ
เอาจริงดิ? ไม่ส่งกระสุนมากับจดหมายเลยละ

และอีกคำถามที่หลายคนน่าจะตั้งสงสัยกันตั้งแต่ตอนเห็นเทรลเลอร์แล้วว่าวายร้ายระดับตำบลทั้ง 4 คน (และตัว) จะรับมือกับสมาพันธ์ยุติธรรมได้จริงเหรอ? ได้อย่างไร? และด้วยอะไร? แต่เมื่อเกมดำเนินไปเรื่อย ๆ มันจะค่อย ๆ ไล่เรียงเหตุการณ์ที่ทำให้เราเห็นถึงความเป็นไปได้มากขึ้น ในช่วงแรกเราแทบจะเห็นพ้องต้องกันกับตัวละครในเกมเลยว่าไม่มีทางเลยที่เราจะชนะทั้ง Justice League และ Brainiac แถมตัวเกมก็ขยี้เข้าไปอีกด้วยการนำเสนอความทรงพลังและความน่าเกรงขามของซูเปอร์ฮีโรแต่ละคน ที่ผู้เขียนถูกใจเป็นพิเศษคือซีเควนซ์โชว์เหนือของ ‘Batman’ ยิ่งพอตัวละครที่เราได้สวมบทเป็นวายร้าย มันคือประสบการณ์ที่เราจะได้สัมผัสเองกับตัวว่าการถูกอัศวินรัตติกาลล่าในความมืด ‘มันระทึกขวัญขนาดไหน’ แต่จากที่เหมือนจะไร้ทางสู้ เราจะเริ่มได้เห็นโอกาสมากขึ้นเรื่อย ๆ และในบทสรุปส่งท้าย คุณจะต้องไม่เชื่อกันแน่ว่า Suicide Squad โหดกว่าที่คิด

อีกหนึ่งสิ่งที่ผู้เขียนชอบคือเคมีของตัวละครหลักทั้ง 4 ในจังหวะที่ต่อบทพูด ประชดประชัน หรือเหน็บแหนมกัน หรือพฤติกรรมต่าง ๆ ที่มันเข้าขั้นเลว มันช่างแสบเสียดทานอารมณ์ขันเรียกเสียงหัวเราะหรือรอยยิ้มที่มุมปากได้ตลอด เป็นสีสันที่รู้สึกได้เลยว่าเราคงไม่มีวันได้เห็นภาพนี้จากเกมที่ให้ผู้เล่นได้สวมบทบาทเป็นซูเปอร์ฮีโรแน่ ๆ เพราะมันมีทั้งแม่สาวปากแซ่บจังหวะนรก, ครึ่งคนครึ่งฉลามซื่อบื้อ, อาชญากรแดนจิงโจ้ปากคอเราะร้าย (ตัวนี้ผู้เขียนถูกใจเป็นพิเศษ ให้เครดิตทั้งบทพูด และนักพากย์เต็ม ๆ คือถ้าในแง่ความสมเหตุสมผลว่ามีประโยชน์ในทีมมากน้อยขนาดไหนอันนี้ไม่รู้ครับ แต่ในแง่ความบันเทิง ความโดดเด่นด้านคาแรกเตอร์เอาไปเลย 10 กระโหลก!) และนักฆ่าที่จืดจางเอาใจผู้เล่นสายเงียบขรึม …

แต่ก็ด้วยความที่ผู้เล่นจะได้สวมบทเป็นวายร้ายที่ ‘ไม่ได้ถูกผูกมัดด้วยศีลธรรมนี่แหละ’ มันเลยเป็นการเปิดทางกลาย ๆ ให้ตัวเกมนำเสนอภาพของสิ่งที่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะเกิดขึ้นได้กับซุปเปอร์ฮีโร่ที่เรารักยิ่ง ถ้าคุณเป็นแฟนเดนตายของ Justice League ไม่ว่าจะทั้งตามอ่านคอมิก, อ่าน Lore, ดูแอนิเมชัน หรือแม้แต่ภาพยนตร์ ที่ต่างก็นำเสนอบริบทของความเป็นวีรชนหรืออิสตรีอย่างสมศักดิ์ศรี เกมนี้อาจจะ ‘ไม่เหมาะกับคุณ’ เพราะต่อให้เกมนำเสนอความน่าเกรงขามของพวกเขาออกมาทั้งในแง่เนื้อเรื่องและฉากบอสไฟต์ยิ่งใหญ่อลังการขนาดไหน แต่ในแง่ความรู้สึกมันก็ล้ำเส้นหัวใจแฟนไปไกลมาก หลายคนน่าจะได้เห็นดราม่าที่เกี่ยวกับ เควิน คอนรอย ผู้ให้เสียงพากย์ Batman ตลอดมาที่เขาได้ฝากผลงานชิ้นสุดท้ายกันในเกมนี้กันไปแล้ว นั่นแหละครับ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมากกว่าคุณรับสิ่งที่ตัวเกมนี้นำเสนอมันได้ไหม? ซึ่งถ้าหากรับได้ไม่ว่าจะในระดับไหน ก็ต้องขอบอกว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะคุณจะได้ไม่พลาดเกมการเล่น Suicide Squad: Kill the Justice League มันเข้าขั้นสนุกจนลืมเวลาเลยละ

Gameplay – มันส์ ปราดเปรียว โลดโผน

Suicide Squad: Kill the Justice League มีแก่นการเล่นหลักของเกมเป็นแนวยิงมุมมองบุคคลที่ 3 แบบ Loot Shooter พร้อมกับมีระบบพัฒนาตัวละคร คล้าย ๆ เกมตระกูลซีรีส์ Borderland แต่จุดที่เกมนี้ทำได้ยอดเยี่ยมเด่นชัดออกมาเลย คือระบบการเคลื่อนที่ ซึ่ง Rocksteady Studios ทำได้ดีมากอยู่แล้วต่อยอดมาจากผลงานเก่า ๆ ของพวกเขาอย่างซีรีส์ Batman Arkham โดยระบบการเคลื่อนที่ของเกมนี้มันทั้งอิสระ ปราดเปรียว โจนทะยาน ที่มันก็เชิญชวนให้เราเดินทางไปมาผ่านฉากการเล่นขนาดใหญ่เป็นเมือง Metropolis อีกทอด ซึ่งผู้เล่นจะได้สลับไปมาระหว่างตัวละครได้อย่างอิสระที่มีรูปแบบการบังคับที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงอย่างมีนัยสำคัญ จนสามารถแบ่งแยกได้เลยว่าคุณถนัดและเข้ามือแบบไหน

  • Deadshot จะเป็นตัวละครที่มีการเคลื่อนที่เข้าใจง่ายที่สุดในเกม เด่นด้านการเหาะเหินด้วยไอพ่น ที่สามารถลอยค้างกลางอากาศได้ชั่วขณะ และพุ่งตัวไปทิศทางต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับประเภทอาวุธที่ตัวละครนี้ใช้งานเป็นอย่างดี (เรื่องอาวุธเดี๋ยวว่ากันต่อในย่อหน้าถัด ๆ ไป)
  • Harley Quinn จมีความยืดหยุ่นที่สูงกว่าใครเพื่อนด้วยปืน Grapple Hook ที่สามารถยิงเกาะมุมตึกหรือหรือสิ่งปลูกสร้าง และสามารถห้อยค้างไว้อย่างนั้นเพื่อสร้างความเสียหายใส่ศัตรูจากมุมสูงจนกว่าจะปล่อยไก ที่แม้ความรวดเร็วอาจจะเป็นรองตัวละครอื่น แต่ตัวละครนี้มีความสามารถในการเคลื่อนที่แบบต่อเนื่องได้ดีที่สุด โดยหากในบริเวณนั้นไม่มีสิ่งใดให้ยึดเหนี่ยว เธอยังสามารถที่จะใช้ Grapple Hook ในการยึดตรึงโดรนคู่ใจของเธอ และต่อจังหวะด้วยการเกาะมุมตึกใหม่เพื่อโหนตัวได้อีกครั้ง
  • Captain Boomerang อู้วววววววววววววว ตัวนี้ผู้เมนผู้เขียนเลย ฮ่า ๆ นี่คือตัวละครที่เคลื่อนที่ได้ไวที่สุดในเกมด้วยพลังจากถุงมือ Speed Force ที่จะเป็นการปาบูมเมอแรงไปข้างหน้าและเทเลพอร์ตตัวเองแทนที่เมื่อสุดระยะที่เรากำหนด นอกจากนี้ยังสามารถบลิงก์ในการเคลื่อนที่ตามทิศทางที่กำหนดแบบรวดเร็วหนึ่งสเต็ปที่ก็ใช้เป็นการหลบหลีกการโจมตีศัตรูไปในตัว ซึ่งข้อเสียใหญ่ ๆ คือตัวละครนี้ใช้ความเคยชินในการควบคุมมากกว่าตัวอื่นพอสมควร แต่ถ้าถนัดแล้ว คุณอาจจะไม่เปลี่ยนตัวละครอีกเลยก็ได้ (ถ้าไม่ถูกเกมบังคับให้เปลี่ยนละนะ)
  • King Shark เป็นตัวละครที่อาจจะเคลื่อนที่ได้ไม่ค่อยสมใจนึก แต่จะมีประสิทธิภาพมากในแง่ใช้โจมตีศัตรู จุดเด่นของตัวละครนี้คือการกระโดดพุ่งตัวขึ้นกลางอากาศ และสามารถกดทิ้งตัวมาโดนศัตรูเพื่อสร้างความเสียหายและเก็บคอมโบได้ในทันที

และไม่ใช่แค่การเดินทางไปในฉากการเล่น แต่ในแง่การต่อสู้มันยังเป็นปัจจัยหลักของเกม ด้วยความที่เลเวลดีไซน์ของเกมนี้มันออกแบบมาให้เราต้องรับมือกับศัตรูที่กระจัดกระจายออกไปตามพื้นที่ต่างระดับ ตึกราบ้านช่องความสูงต่างกัน หรือจะเป็นผืนดินที่ถูกยกสูงขึ้นมา นั่นหมายความว่าการอยู่กับที่เราจะถูกศัตรูโอบล้อม และผู้เขียนบอกเลยศัตรูเกมนี้มันไม่ปราณีเรานะ มันพร้อมจะประเคนห่ากระสุนชุดใหญ่ใส่เราแบบไม่มีจังหวะพัก บีบให้เราต้องเคลื่อนไหวไปมายังพื้นที่ต่าง ๆ ตลอดเวลาที่มันเป็นทั้งการหามุมได้เปรียบและการหนีตายไปในตัว ซึ่งในช่วงแรกของการเล่นมันจะโกลาหลวุ่นวายมาก ลำพังแค่ต้องเรียนรู้วิธีการเคลื่อนที่ให้ชินก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว เกมมันยังบังคับให้เราไม่หยุดนิ่งอีก! ผู้เขียนสารภาพว่ากว่าจะรู้ซึ้งตรรกะการเล่นใช้เวลานานอยู่ แต่พอปรับตัวได้มันค่อนค้างเป็นเกมที่สนุกสุดเหวี่ยงไปกับการต่อสู้มันส์ ๆ ที่ลื่นไหลไร้รอยต่อเลยละ

อาวุธปืนเองก็เป็นตัวกำหนดแนวทางสไตล์การเล่นของเราแบบกลาย ๆ ที่มันจะเหมาะสมกับวิธีการเคลื่อนที่ของแต่ละตัวละคร แต่เกมก็พอจะอะลุ่มอล่วยให้ผู้เล่นอยู่เล็กน้อย ไม่ให้ผูกมัดว่าเล่นเป็นตัวนี้มันต้องสายนั้นสายนี้แบบเป๊ะ ๆ ด้วยการที่แต่ตัวละครจะมีปืนให้เลือกใช้ได้ 3 ประเภท แต่จะใช้งานในขณะต่อสู้ได้ 2 ประเภท ยกตัวอย่าง Deadshot ที่แน่นอนละว่ายืนพื้นให้เลือกใช้คือสไนเปอร์ (สัญลักษณ์ของความแม่นยำ พิฆาต เฉียบขาดอะนะ) แต่ถ้าคุณต้องการความยืดหยุ่นทั้งเรื่องของระยะหวังผลและอัตราการยิง ก็ยังมีอีก 2 ปืนให้เลือกใช้เป็นปืนไรเฟิลจู่โจมกับปืนพกสั้น หรือจะ Harley Quinn ตัวละครที่การเคลื่อนไหวยืดหยุ่นสูง อาวุธทั้ง 3 ของเธอเลยจะเป็นปืนพก ปืนกลเบา และปืนแกตลิง สนับสนุนความคล่องตัวของเธอ

ห้อยตัวกลางอากาศแล้วสาดกระสุนปืนแกตลิง!
ห้อยตัวกลางอากาศแล้วสาดกระสุนปืนแกตลิง!

ทีนี้มาขยายภาพการต่อสู้ในเกมกันหน่อย เอิ่บ … มันยากจริง ๆ ที่ผู้เขียนจะสรุปรวบยอดให้มันกระชับเข้าใจง่ายเพราะมันมีระบบอะไรมากมายเต็มไปหมด เริ่มจากระบบพลังชีวิตของเกมละกัน ตัวละครของเราจะมี 2 หลอด อันแรกคือเกราะ (ตามภาพคือสีฟ้ามุมซ้าย) ที่ฟื้นขึ้นเองไม่ได้ แต่เราสามารถหาเก็บได้จากการใช้สกิล หรือการยิงศัตรูที่ขาของศัตรูแล้วใช้ท่าโจมตีระยะประชิดในการเข้าไปเก็บเกราะมา (เสียงตอนฆ่าศัตรูกระชากเอาเกราะมาอย่างสะใจ!) ส่วนหลอดล่างสุดสีขาวจะเป็นพลังชีวิตที่แท้จริงที่จะเข้าก็ต่อเมื่อไม่มีเกราะให้ลดแล้ววิธีการฟื้นฟูกลับมาทำได้แต่ต้องหลบไปพักฟื้นสักพักใหญ่ ๆ (แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ บอกเลย ศัตรูมันตอดเราตลอด)

ส่วนการโจมตีระยะประชิด นอกเหนือจากไว้เข้าไปเก็บเกราะ ศัตรูบางประเภทเราต้องใช้ท่านี้ใส่ก่อนถึงจะยิงเข้าได้ และก็ยังมีระบบธาตุที่สามารถติดตั้งให้การกดโจมตีระยะประชิดค้างกับการกดปาระเบิดค้างเป็นการทำให้กลุ่มศัตรูติดสถานะต่าง ๆ เช่นแช่แข็ง, ตีกัน, ไฟไหม้ เป็นต้น (อันนี้ประสบการณ์ตรงนะ น้ำแข็งเวิร์กสุดเป็นธาตุแรกที่เกมมันนำเสนอและผู้เขียนก็ไม่เคยเปลี่ยนไปใช้อันอื่นอีกเลย ฮ่า ๆ)

และในเมื่อเป็นเกมจากทาง Rock Steady แน่นอนว่าต้องมีระบบเคาน์เตอร์อยู่ในเกม เพียงแต่จะมาในบริบทของเกมแนวยิงที่มันมีการใช้งานที่แปลกดี (อันนี้ชมนะ) หลักการมันคล้าย ๆ กับการเคาน์เตอร์ในเกมต่าง ๆ แหละ เพียงแต่เปลี่ยนจากการออกหมัดเป็นการยิงที่ต้องถูกจังหวะ ที่มันจะช่วยยกเลิกท่าโจมตีหนัก ๆ ของศัตรูได้พร้อมสร้างความเสียหายกลับไป ซึ่งด้วยความจังหวะการเล่นของเกมมันเร็ว นี่น่าจะระบบเดียวของเกมที่ใจดีกับผู้เล่นตรงที่ช่วงเวลาในการที่ศัตรูมันเปิดโอกาสให้เราเคาน์เตอร์จะนานประมาณหนึ่ง (ราว ๆ 3 – 4 วินาที ซึ่งสำหรับเกมนี้มันเร็วแล้วนะ)

อีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการความเก่งของผู้เล่น คือระบบพัฒนาตัวละคร เริ่มจากสกิลก่อนละกันครับ ทุกครั้งที่ตัวละครเราเลเวลอัป เราจะสามารถเลือกปลดล็อกทักษะต่าง ๆ ที่จะทำให้เราเก่งขึ้นทั้งการมาในรูปแบบสกิลติดตัว (Passive) เช่นเมื่อทำคอมโบได้ถึงระดับหนึ่ง การโจมตีของเราจะแรงขึ้น ทำให้เก็บเกราะได้มากขึ้น และในรูปแบบสกิลกดใช้ (Active) ที่จะส่งผลในการใช้งานทันทีเช่นสร้างความเสียหายแบบหมู่ หรือสังหารศัตรูแบบเดี่ยว ๆ เพื่อเก็บกระสุนและเกราะ

เห็นมันเยอะยั้วเยี้ยแบบนี้ แต่ถ้าชินมือแล้วก็ถือว่าสนุกไปกับความโกลาหล รวดเร็ว พลิ้วไหวอยู่นะ แต่ก็อีกนั่นแหละ … ถ้าเล่นไปอีกสักพักหนึ่ง คุณจะเริ่มเบื่อ ไม่ใช่จากเกมการเล่นนะ ‘แต่เบื่อจากภารกิจหลักและรองที่ซ้ำซาก’ กำจัดศัตรูให้ครบตามจำนวนโดยจะต้องใช้การโจมตีธาตุใส่ศัตรูก่อนถึงจะทำความเสียหายใส่พวกมันได้, กำจัดแท่นกระจายสัญญาณที่อยู่กันคนละตึก, ปกป้องรถไปให้ถึงจุดหมาย ฯลฯ ครั้งแรก ๆ ที่เจอภารกิจเหล่านี้มันก็ท้าทายแหละ แต่ถ้าต้องมาเล่นรูปแบบภารกิจเหล่านี้ซ้ำไปซ้ำมาตลอดทั้งเกม ใครมันจะทนไหว!

จังหวะปูทางก่อนเข้าสู่บอสไฟต์กับ Batman มันดันทำออกมาดีกว่าการต่อสู้จริง ๆ เสียอีก
จังหวะปูทางก่อนเข้าสู่บอสไฟต์กับ Batman มันดันทำออกมาดีกว่าการต่อสู้จริง ๆ เสียอีก

และในการต่อสู้ระดับบอสของเกมที่เป็นเหล่าซูเปอร์ฮีโรจาก Justice League ผู้เขียนยอมรับว่า The Flash นี่ทำออกมาได้น่าประทับใจน่าเกรงขาม ได้ความรู้สึกไร้ทางสู้มาก แต่ตัวถัด ๆ มาความรู้สึกและวิธีการปราบมันมันกลับดรอปลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะ ‘Batman’ ที่จังหวะการปูสถานการณ์ก่อนจะได้สู้กันจริง ๆ มันดันทำออกมาดีกว่า ผู้เขียนจะไม่สปอยล์ แต่เอาเป็นว่ามันไม่สมศักดิ์ศรีของความเป็น Batman สักเท่าไหร่

กับอีกจุดที่ผู้เขียนงงว่า Warner Bros. Games เขาคิดอะไรอยู่ในการทำให้เกมมันเป็น Live Service อันนี้คือถามจริง ถามจริ้ง ถามจริ๊ง!? เริ่มตั้งแต่เรื่องที่ชวนหงุดหงิดเลยคือเกมต้องต่ออินเทอร์เน็ต ไม่เช่นนั้นจะเล่นไม่ได้ และด้วยความที่ตัวเกมมันต้องส่งข้อมูลเข้าออนไลน์ การเปิดเกมจะเข้าไปเล่นแต่ละทีนี่รอเป็นหลักนาที คือมันไม่นานขนาดต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเสร็จ แต่มันก็ไม่ควรจะต้องให้ผู้เล่นมารออะไรแบบนี้ไหม? ทำไมไม่ไปโหลดตอนจังหวะหาคนเล่นในโหมดออนไลน์ และแน่นอนว่าถ้าเซิร์ฟเวอร์ปิดปรับปรุงคือเข้าเล่นไม่ได้ทันที! และถึงตัวเกมจะมีระบบเล่นออนไลน์แบบ Matchmaking แต่บทความรีวิวนี้ผู้เขียนไม่ได้เล่นกับใครเลย เพราะมันไม่มีคนมาจอยเลยน่ะสิ! ถ้าอยากจะ Co-op แนะนำให้หาเพื่อนร่วมชะตากรรมซื้อมาเล่นด้วยกันโดยเฉพาะ (ซึ่งก็ไปพิจารณาราคากับความคุ้มค่ากันเอาเองนะ …)

Graphic & Performance – สวย ลื่นไหล แต่พวกคุณเคยทำได้ดีกว่านี้นะ …

ชมก่อนและกัน นคร Metropolis ที่เกมนี้รังสรรค์ขึ้นมามันสวยงามและเต็มไปด้วยรายละเอียดที่พิถีพิถันมาก บรรดาอาคารสิ่งปลูกสร้างเป็นงานระดับเนี๊ยบที่เมื่อรวมเข้ากับระบบเคลื่อนที่ไปในเกม หลายจังหวะในการเล่นผู้เขียนก็มีเผลอเลยจุดภารกิจเลยด้วยซ้ำ แต่ … มันก็อดเอาไปเปรียบเทียบกับเกมจากปี 2015 ของพวกเขาไม่ได้ คุณรู้กันใช่ไหมว่าผมจะเขียนชื่อเกมอะไร … ครับ ‘Batman: Arkham Knight’ ถ้าวัดจากในแง่ประสิทธิภาพตั้งแต่ที่ตัวเกมวางจำหน่ายเกมนั้นอาจจะแย่กว่า แต่ในแง่โมเดลหรืองานกราฟิก มันยังคงเป็นเกมที่สวยและดูดีแม้จะผ่านมาหลายปีแล้วก็ตาม ซึ่งถ้าเอา Suicide Squad: Kill the Justice League ไปเปรียบเทียบกัน คุณจะในรายละเอียดหลายจุดเลยว่ามันด้อยกว่าจริง ๆ

ในแง่ประสิทธิภาพของเกมเอาจริง ๆ ผู้เขียนก็ไม่ได้เจอบั๊กที่ทำให้เกมเล่นต่อไม่ได้ แต่เจอเข้ากับปัญหาเกมค้าง ซึ่งก็น่าจะโทษตัวเกมทั้งหมดไม่ได้ เพราะโน้ตบุ๊กที่ผู้เขียนใช้ สเปกไม่ได้สูงมาก แค่ใช้ CPU เป็น Intel Core i7 เจน 12 (i7-12700H) แรม 16GB DDR5 ส่วนการ์ดจอเป็น Nvidia Geforce RTX 3050Ti ซึ่งในแง่การนำไปใช้งานหรือเล่นเกมสเปกนี้มันจะถูกลดทอนความสามารถลงประมาณหนึ่ง (เพราะเรื่องการระบายความร้อน) แต่จุดที่คิดว่าน่าจะตำหนิเกมได้จริง ๆ คือหากเจอเข้ากับศัตรูจำนวนมาก และต้องเข้าคัตซีนในเวลาถัดมาแบบติด ๆ กัน จะเกิดอาการโหลดพื้นผิวไม่ทัน

Final Verdict – ไม่ได้แย่เหมือนที่ใครเขาว่ากัน ‘แต่มันก็ดีได้มากกว่านี้’

โดยภาพรวม Suicide Squad: Kill the Justice League ไม่ใช่เกมที่ย่ำแย่เตี้ยต่ำดินเหมือนที่ใคร ๆ กร่นด่าขนาดนั้น มันคือเกม AAA ที่คุณสามารถเอนจอยไปกับความกล้าบ้าบิ่นที่ไม่คิดว่าจะนำเสนอเนื้อเรื่องได้ท้าทายแฟน ๆ จนอยากให้ลองได้สัมผัสกันดู (เปิดใจให้เยอะ ๆ ด้วยนะ ฮ่า ๆ) ไหนจะระบบการเคลื่อนที่ที่มันทำออกมาได้สนุกมาก ล่าสุดที่ผู้เขียนฟินไปกับอะไรแบบนี้ก็นู่นเลย Marvel’s Spider-Man แต่ขอเถอะนะไอ้ความเป็น Live Service มันไม่เวิร์กอย่างแรงเลย เกมหน้าไม่เอาแล้วนะ Warner Bros. Games สู้ทำเกมเน้น Single Player มอบประสบการณ์ดี ๆ ให้ผู้เล่นไปเลย แล้วจะต่อยอดก็ค่อยอัปเดตมาทีหลังหรือเป็น DLC ก็ได้ ถ้าเกมมันดีจริง คนเขาก็ยอมจ่ายกัน

***

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...