โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ทวี” เร่งแก้ปัญหายาเสพติด ดึงภาคประชาชนช่วย

INN News

เผยแพร่ 29 เม.ย. 2567 เวลา 07.06 น. • INN News

รัฐมนตรีฯ ทวี เร่งแก้ปัญหายาเสพติด ดึงภาคประชาชนช่วย แนะ ป.ป.ส. วัดผลกลางโดยใช้มหาวิทยาลัย สำนักงานสถิติแห่งชาติ คาด "ระเบียบคุมขังนอกเรือนจำฯ" บังคับใช้ทันภายในปีนี้

วันนี้ (29 เม.ย. 67) ที่ กระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมแนวทางการขับเคลื่อนการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ในห้วง 6 เดือนหลัง และปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ว่า วันนี้ถือเป็นการประชุมวาระสำคัญ เรื่องการแก้ปัญหา การป้องกันและปราบปรามปัญหายาเสพติด

โดยเฉพาะการที่มีงบบูรณาการ ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายส่วน จำนวน 28 หน่วยงาน เราจึงอยากให้การบูรณาการครั้งนี้ได้มีการนำเอาปัญหาและผลกระทบมากางให้เห็นชัดเจน เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดให้เกิดผลในทางปฏิบัติ เพราะปกติแล้วงบบูรณาการจะไม่ใช่การปิดงบเหมือนพวกงบก่อสร้าง แต่เป็นงบในการแก้ปัญหา อีกทั้งส่วนใหญ่แล้วจะได้งบบูรณาการดังกล่าวปีละ 4,000 ล้านบาท แต่ตอนนี้เหลือ 2,000-3,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ผ่านออกมาแล้ว จึงต้องมีการพูดคุยกันเพื่อหวังผล 2 ด้าน คือ 1.ด้านการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยจะต้องมีการประเมินผล และ 2.ด้านการทำให้ประชาชนมีความรู้สึกพึงพอใจ เนื่องจากที่ผ่านมาเราอาจจะพึงพอใจในสถิติการจับกุมที่มันเพิ่มขึ้น หรือมีสถิติการบำบัดรักษาเยอะขึ้น

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชนก็ยังไม่ลดลง นี่จึงเป็นอีก 1 ตัวชี้วัด นอกจากนี้ เราจะได้ดูด้วยว่างบบูรณาการดังกล่าว หน่วยงานใดก็ตามที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหายาเสพติดอาจจะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ เพื่อให้สอดคล้องกัน เพราะปัญหาใหญ่ คือ ผู้เสพยาเสพติด หรือผู้ติดยาเสพติดยังคงมีจำนวนมาก และที่ผ่านมาหลายหน่วยงานอาจมีปัญหาเรื่องการประสานงานในกระบวนการยุติธรรม

พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า สิ่งที่ตนมองก็คือเรื่องประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ พ.ศ. 2564 บังคับให้ผู้เสพต้องมีความสมัครใจที่จะเข้าบำบัดรักษา แต่ถ้าผู้เสพไม่สมัครใจเข้าบำบัดก็จะถูกจับกุมดำเนินคดี และเมื่อไปศาลแขวง ศาลก็จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 48 ชม. ในขณะที่ประมวลกฎหมายยาเสพติดฯ จะต้องใช้เวลาถึง 45 วัน ศาลก็จะสั่งไปคุมประพฤติ ตามมาตรา 56 และใน 48 ชม.นี้ ก็อาจมีการปล่อยให้ผู้เสพไปคุมประพฤติอยู่ในสังคมหลายแสนราย ตรงนี้จึงทำให้ชุมชนเกิดปัญหาขึ้น

เราเองก็ต้องมีคณะกรรมการพัฒนากระบวนการยุติธรรม จะต้องเอาข้อมูลไปประสานอย่างไรก็ตาม ถ้าศาลไม่สั่งให้ผู้เสพได้รับการบำบัด ก็จะทำให้คนกลุ่มนี้กลับไปอยู่ในชุมชน จึงทำให้ผู้คนรู้สึกว่ายาเสพติดไม่ได้ลดลง วันนี้จึงเป็นการเอาปัญหามาพูดคุยกันเพื่อเข้าสู่การแก้ไขอย่างเร่งด่วน อีกทั้งจะช่วยทำให้ทุกหน่วยงานเข้าใจสถานการณ์ยาเสพติดและปัญหาไปพร้อมกัน รวมถึงเป็นโจทย์ว่าจะทำให้ประชาชนมีความพึงพอใจในการแก้ปัญหายาเสพติดของรัฐบาลอย่างไร

พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า รัฐจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหายาเสพติด โดยรัฐจะต้องไปปกป้องคุ้มครองประชาชนที่เป็นอาสาสมัครที่เข้าไปแก้ปัญหายาเสพติด แต่ตอนนี้อยู่ระหว่างลงรายละเอียดกันอยู่ ตนก็ต้องขอบคุณกระทรวงสาธารณสุขที่ได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับนักเสพป่วยจิตเวช หรือรองรับกลุ่มที่เสพติดยาเสพติด และต้องเตรียมพื้นที่สำหรับการบำบัดและฟื้นฟูอีกด้วย เหนือสิ่งอื่นใดเราตั้งใจจะนำผู้เสพยาเสพติดเข้ารับการบำบัดให้มากที่สุด เพราะประชาชนในชุมชนได้รับความเดือดร้อน

อีกทั้งในกระบวนการของกฎหมายยังไม่ชัดเจน เพราะบางราย ศาลได้มีคำสั่งให้กลับไปคุมประพฤติในสังคม ทำให้พวกเขาต้องกลับไปอยู่ในหมู่บ้าน ทราบว่าตัวเลขมีถึง 200,000 ราย โดยเราจะต้องไปแก้ปัญหาตรงนี้ และเหลือเวลาอีกไม่ถึง 6 เดือน ตนก็อยากให้มีการวัดผล และขอให้ ป.ป.ส. มีการวัดผลที่เป็นกลาง โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ มหาวิทยาลัยที่เป็นกลางมาช่วยดู นำเอาเสียงสะท้อนมาแก้ปัญหา

พ.ต.อ.ทวี กล่าวเสริมว่า การทำอะไรก็ตามถ้าได้ทำ? ตนถือว่าไม่ล้มเหลว แต่สิ่งที่ล้มเหลว คือ สิ่งที่ไม่ได้ทำ ส่วนกรณีที่ผู้ต้องขังคดียาเสพติด หรือผู้เสพติดยาเสพติด เมื่อออกมาก็กระทำความผิดเหมือนเดิมนั้น บางส่วนสังคมไม่ยอมรับ เหตุใดไม่มีโทษหนักไปเลย ตนอยากชี้เเจงว่าความยากของการพัฒนาพฤตินิสัย คือ ปัญหานักโทษล้นเรือนจำ

ปัจจุบันเรือนจำรองรับผู้ต้องขังได้ไม่เกิน 200,000 ราย แต่ตอนนี้มีเกือบ 300,000 และความยากอีกอย่างคือผู้ต้องขังในเรือนจำส่วนใหญ่มีการศึกษาต่ำกว่าเกณฑ์ ภาคบังคับ คิดเป็น 75% และความยากสุดท้ายคือการกลับเนื้อกลับใจของผู้ต้องขัง แต่สังคมก็ยังตราหน้า ยังมีอคติ ดังนั้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่กรมราชทัณฑ์จะต้องไปพิสูจน์ เช่น ต้องให้การศึกษาแก่ผู้ต้องขังเมื่ออยู่ในเรือนจำ เพราะเชื่อว่าการได้รับการศึกษาหรือมีวิชาชีพ จะลดโทษยาเสพติดได้มากกว่า 50%

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...