EU บรรลุข้อตกลงแก้กฎระเบียบด้านการคลัง ขยายเวลาชำระหนี้-หนุนฟื้นฟูการลงทุน
EU บรรลุข้อตกลงแก้กฎระเบียบด้านการคลัง ขยายเวลาชำระหนี้-หนุนฟื้นฟูการลงทุน
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -12 ก.พ. 67 13:39 น.
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สมาชิกสหภาพยุโรป (EU)และสมาชิกรัฐสภายุโรป (MEP) บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเมื่อวันเสาร์ (10 ก.พ.) ในการผ่อนคลายความเข้มงวดด้านมาตรการทางการคลังของ EU เพื่อให้รัฐบาลของประเทศสมาชิกมีเวลามากขึ้นในการลดภาระหนี้ ตลอดจนสร้างแรงจูงใจในการส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศ นโยบายด้านอุตสาหกรรม และความมั่นคง
การบรรลุข้อตกลงในครั้งนี้เปิดทางให้ EU สามารถแก้ไขข้อตกลงว่าด้วยเสถียรภาพและการเติบโต (Stability and Growth Pact)ที่ประกาศใช้มากว่า 20 ปี หลังจากที่ชาติสมาชิกบางรายมีหนี้สาธารณะสูงเป็นประวัติการณ์ จากการเพิ่มการใช้จ่ายเพื่อหนุนให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวจากโควิด-19 รวมถึงการประกาศเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรม และการป้องกันประเทศ ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น
ภายใต้กฎระเบียบฉบับใหม่ จะมีการกำหนดเป้าหมายสำหรับงบประมาณขาดดุลขั้นต่ำและการปรับลดภาระหนี้ สำหรับประเทศที่มีการกู้ยืมเงินเป็นจำนวนมาก และมีภาระหนี้สูงกว่า 90% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) กลุ่มนี้จะต้องลดสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ให้ได้ 1% โดยเฉลี่ยต่อปี และ 0.5% ต่อปีสำหรับประเทศที่มีมูลค่าหนี้รวมแล้ว อยู่ระหว่าง 60-90% ของ GDP
สำหรับประเทศที่มีการขาดดุลมากกว่า 3% ของ GDP จะต้องลดสัดส่วนการขาดดุลลงมาอยู่ที่ 1.5% ในช่วงที่เศรษฐกิจมีการขยายตัว เพื่อสร้างเกราะป้องกันหากเกิดสถานการณ์ที่ยากลำบากในอนาคต
นอกจากนี้ ภายใต้กฎใหม่ ยังขยายเวลาในการปลดหนี้และลดการขาดดุล เพิ่มขึ้นเป็น 7 ปี จากเดิม 4 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2568
อย่างไรก็ดี ประเทศสมาชิกที่มีสัดส่วนหนี้สาธารณะเกินเพดานที่กำหนด จะได้รับการผ่อนผัน โดยไม่จำเป็นต้องลดมูลค่าหนี้ให้เหลือต่ำกว่า 60% ของ GDP ภายในเจ็ดปี ตราบใดที่แนวโน้มหนี้อยู่ในช่วงขาลง
จากความท้าทายทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญในช่วงเวลานี้ การปรับเปลี่ยนกฎใหม่จะช่วยให้เรารับมือกับสถานการณ์ได้สอดคล้องกับความเป็นจริงในปัจจุบันได้ดีขึ้น รวมถึงช่วยให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเห็นภาพที่ชัดเจนและคาดการณ์ถึงนโยบายการคลังของประเทศตนเองในภายภาคหน้าได้ นายวัลดิสดอมบรอฟสกิส (Valdis Dombrovskis)รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรปด้านเศรษฐกิจและกรรมาธิการยุโรปด้านการค้า ระบุในแถลงการณ์
ที่มา Reuters
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ