โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬาในร่ม (1)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 06 ก.ค. 2566 เวลา 05.13 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2566 เวลา 02.00 น.

กีฬาในร่ม (1)

คนไทยขึ้นชื่อว่ารักความสนุกสนาน ไม่เคยขาดสิ่งบันเทิงใจ สมัยนี้เล่นเกม สมัยก่อนเล่นสกาและหมากรุก สนุกจากการแข่งขันพนันกันทั่วหน้า

“กำสรวลโคลงดั้น” หรือ “กำสรวลสมุทร” วรรณคดีสมัยอยุธยา กวีเล่าถึงหญิงคนรักว่าโปรดปรานหมากรุกและสกาอย่างยิ่ง

“ปารนี้อรเช้าแม่ เกลาองค์ อยู่ฤๅ

ต่งงกรดานจตุรงคมยง ม่ายม้า

ฤๅวางสกาลง ทายบาท

ฤๅกล่าวคำหลวงอ้า อ่อนแกล้งเกลาฉนนทฯ” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

คําว่า ‘จตุรงค’ ในที่นี้คือ หมากรุก ‘กรดานจตุรงค’ คือ กระดานหมากรุก นอกจากนี้คำว่า ‘ม้า’ คือ หนึ่งในตัวหมากรุกไทย ที่ประกอบด้วย ขุน 1 เม็ด 1 โคน 2 ม้า 2 เรือ 2 เบี้ย 8 รวม 16 ตัว ผู้เล่นทั้งสองมีฝ่ายละ 16 ตัว รวมทั้งหมด 32 ตัว

ลองนึกภาพกระดานหมากรุกเป็นตารางสี่เหลี่ยมจัตุรัสด้านละ 8 ช่อง หรือ 8 ตา รวมทั้งกระดานมี 64 ตา

สมัยผู้เขียนยังเล็ก ชอบเอาตัวหมากรุกของคุณปู่มาเล่น ติดใจหน้าตาและชื่อต่างๆ กัน ชอบตัวม้าที่สุด มีทั้งทำด้วยไม้และงาช้าง ใครมาขัดจังหวะตอนกำลังเล่นเพลินๆ หน้าจะงอทันที คำพูดที่คุ้นหูผู้เขียนและติดปากคุณย่าคือ “หน้าเป็นม้าหมากรุกอีกแล้ว” ความหมายคือ ทำหน้างอง้ำแสดงความโกรธ

โคลงข้างต้นสะท้อนภาพสตรีมีความรู้ รู้วิธีเดินม้าหมากรุกและเล่นสกา มีความสามารถด้านอักษรศาสตร์อ่านออกเขียนได้ในระดับดียิ่ง นอกจากอ่านมหาชาติคำหลวง ยังแต่งคำประพันธ์ได้อีกด้วย

ข้อความว่า ‘ฤๅวางสกาลง ทายบาท’ บอกให้รู้ว่า ‘สกา’ คือเครื่องเล่นพนันอย่างหนึ่ง ใช้กระบอกทอดลูกบาศก์ หรือลูกเต๋าบนกระดานสกา แล้วเดินตัวสกาตามแต้มลูกบาศก์นั้น

หนังสือ “ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติและการเมืองแห่งราชอาณาจักรสยาม (ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์” โดย นิโกลาส์ แชรแวส (ฉบับ สันต์ ท. โกมลบุตร แปล) ยืนยันว่า สมัยอยุธยามีหมากรุกและสกาเล่นแล้ว

“การพนันที่นิยมเล่นกันมากก็คือ หมากรุก และตัวเล่นบนกระดานก็มีชื่อคล้ายๆ กับของเรา และมีการเล่นทอดลูกบาศก์อีกชนิดหนึ่ง เรียกว่า สะกา” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

ซึ่งสอดคล้องกับที่ มองซิเออร์ เดอ ลาลูแบร์ บันทึกไว้ในเรื่อง “จดหมายเหตุ ลาลูแบร์ ราชอาณาจักรสยาม” (ฉบับสันต์ ท. โกมลบุตร แปล)

“การพนันที่เขาชอบเล่นมากที่สุดก็คือ Tric – trac ซึ่งชาวสยามเรียกว่าสกา (Saca) อันดูเหมือนเขาจะได้เรียนเล่นมาจากชาวปอรตุเกศ เพราะชาวสยามเล่นแบบเดียวกับพวกนั้น และแบบเดียวกับพวกเรา (ฝรั่งเศส) ชาวสยามไม่เล่นไพ่เลย และข้าพเจ้าไม่ทราบว่าการพนันเสี่ยงโชคชนิดอื่นๆ อีกด้วยหรือไม่ แต่ข้าพเจ้าเห็นเขาเล่นหมากรุกตามแบบของเราและตามแบบจีน”

หมากรุกและสกาใช่จะนิยมเฉพาะฆราวาสชายหญิงเท่านั้น ภิกษุสามเณรก็นิยมด้วย ดังที่ “กฎหมายตราสามดวง ฉบับราชบัณฑิตยสถาน” เล่ม 1 ในส่วน ‘กฎพระสงฆ์’ กล่าวถึงนักบวชบางรูปที่เล่นการพนันปฏิบัติตนไม่สมควรแก่ฐานะ

“ทังสมณแลสามเณร มิได้รักษาพระจัตุปาริยสุทธิศีล ร่ำเรียนธุระสองประการ แลชวนกันเทียวเข้าร้านตะหลาด ดูสิกามีอาการกิริยาหนุ้งหมเดิรเหินกระด้างหย่างฆะราวาศ มิได้สำรวมรักอินทรีย มิเปนที่เลื่อมไสศรัทธาแก่ทายก แลเที่ยวดูโขนหนังลคอนฟ้อนขับ แลเล่นหมากรุกสกากันพนันทังปวง” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

หมากรุกและสกาพนันสมัยอยุธยา สนุกกันจนเลยเถิด เสียสิ้นทุกสิ่ง ดังที่หนังสือ “ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติและการเมืองแห่งราชอาณาจักรสยาม” (ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์) เล่าถึงชายไทยสมัยนั้นว่า

“สิ่งที่พวกเขานิยมเท่าๆ กับมหรสพก็คือ เล่นการพนัน ปรากฏว่าเมื่อเล่นเสียจนหมดทรัพย์แล้ว ก็เอาเมีย, ลูกลงเป็นเดิมพัน ครั้นเสียไปอีกก็เอาตัวลงเป็นเดิมพัน เมื่อเสียอีกก็ยอมไปเป็นขี้ข้าเขาแต่โดยดี”

ทั้งยังทิ้งท้ายติดตลกว่า

“เคราะห์ดีสำหรับสามีทั้งหลาย ที่ผู้หญิงในประเทศสยามเกือบไม่นิยมเล่นการพนันกันทีเดียว หรือจะเล่นบ้างก็เล่นในวงการพนันได้เสียกันเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น”

ไม่เช่นนั้นละก็ ผัวก็ผัวเถอะ เอาไป ‘ต่อทุน’ ได้เลย •

จ๋าจ๊ะ วรรณคดี | ญาดา อารัมภีร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...