โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

แม่ล้มทั้งยืน ฝากลูก 3 เดือนเข้าเนิร์สเซอรี่วันแรก 'เสียชีวิต' ปรี๊ด ครูลั่นเป็นคราวซวย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 14 ก.ค. 2566 เวลา 11.01 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2566 เวลา 09.46 น.

แม่ร้องสื่อลูกสาว 3 เดือน ดับคาเนิร์สเซอรี่ ครูอ้างสำลักนม คาใจเก็บศพไว้ร้องขอความเป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องขอความเป็นธรรม จากแม่วัย 36 ปี ชาวอุดรธานี กรณีนำลูกสาววัย 3 เดือนไปฝากเลี้ยงที่เนิร์สเซอรี่แห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร แม่ไปทำงาน เพียงแค่วันเดียวได้รับแจ้งจากเจ้าของเนิร์สเซอรี่ว่าลูกสำลักนม ทำให้หยุดหายใจ ทั้งที่ยังถ่ายคลิปส่งให้ดูเป็นระยะ จึงตัดสินใจนำศพลูกมาประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด แต่ตัดสินจะเก็บร่างลูกสาวไว้ยังไม่ฌาปนกิจ เพื่อกลับไปแจ้งความดำเนินคดีกับเนิร์สเซอรี่ และจนกว่าจะพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง เพื่อให้คลายความสงสัย

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ น.ส.ปอ (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี ชาว จ.อุดรธานี พบว่าญาติพี่น้องและชาวบ้านกำลังช่วยกันจัดพิธีบำเพ็ญกุศลศพ น้องปาลิน อายุ 3 เดือน 8 วัน ลูกสาว ซึ่งญาติพี่น้องและชาวบ้านได้ทำอาหารเลี้ยงพระเพล โดย น.ส.ปอ แม่น้องปาลิน ซึ่งยังมีอาการโศกเศร้า ได้เล่าว่า ตนทำงานที่บริษัทมีชื่อแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ตนได้แยกทางกับสามีตั้งแต่น้องปารินอยู่ในครรภ์ เมื่อคลอดน้องปาลิน ตนจึงเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงน้องปาลินเอง 3 เดือน

น.ส.ปอเล่าต่อไปว่า น้องปาลินเป็นเด็กน่ารัก เลี้ยงง่าย แข็งแรง ไม่งอแง ใกล้ครบวันลาคลอด 3 เดือน เพื่อนร่วมงานแนะนำให้ตนนำน้องปาลินไปฝากเลี้ยงที่เนิร์สเซอรี่แห่งหนึ่ง ใกล้กับบริษัทที่ตนทำงาน รับดูแลตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงก่อนเข้าอนุบาล เพราะมีเพื่อนร่วมงานนำลูกไปฝากเลี้ยงมา 3 คนแล้ว วันที่ 8 กรกฎาคม ตนจึงสมัครให้ลูกไปอยู่ที่เนิร์สเซอรี่ดังกล่าว วันที่ 10 กรกฎาคม ตนนำลูกไปรายงานตัวกับครูเอ (นามสมมุติ) เจ้าของเนิร์สเซอรี่ พบว่ามีครูเอ รับดูแลเด็ก 6 คน รวมกับน้องปาลินเป็น 7 คน ไม่มีผู้ช่วย ตนจ่ายเงินค่าดูแลเดือนละ 3,500 บาท

น.ส.ปอเล่าต่อไปอีกว่า เช้าวันที่ 11 กรกฎาคม ตนนำลูกไปฝากเลี้ยงที่เนิร์สเซอรี่วันแรก โดยครูเอ เป็นคนมารับ พร้อมกับบอกว่าไม่ต้องห่วง จะถ่ายคลิปน้องปาลินส่งให้ตนดูเป็นระยะ ซึ่งตนก็ไปทำงาน เวลา 08.30 น. ครูเอก็ถ่ายคลิปน้องปาลินนอนดูน้องเล่นบนเตียงเด็กแรกเกิดมาให้ดู เวลา 09.55 น. ส่งภาพป้อนนม เวลา 15.05 น. ส่งคลิปน้องปาลินนอนเล่นบนเตียงเด็กแรกเกิด เวลา 16.35 น. ครูเอโทรมาบอกว่าน้องปาลินสำลักนมหยุดหายใจ กำลังนำตัวส่งคลินิกที่อยู่ใกล้เนิร์สเซอรี่

หลังได้รับแจ้งจากครูเอ ตนก็รีบออกไปที่คลินิกและโทรบอกพี่ชายมาที่คลินิก โดยครูเอและสามีก็มาด้วยพูดเพียงว่าน้องปาลินสำลักนม รีบช่วยเอาน้องปาลินพาดบ่า และปั๊มหัวใจช่วยประมาณ 10 นาที น้องไม่พื้นจึงนำส่งคลินิก แต่ที่ตนเห็นน้องปาลินข้อเท้าเขียวแล้ว แพทย์ที่คลินิกน้องปาลินไม่มีชีพจร คลินิกส่งน้องปาลินไปที่โรงพยาบาลสินแพทย์ศรีนครินทร์ โดยมีตนนั่งไปด้วย เมื่อไปถึงโรงพยาบาล แพทย์ระบุว่า น้องปาลินเสียชีวิตก่อนมาถึงโรงพยาบาล ตนก็เป็นลมหมดสติทันที ต่อมาพี่ชายตนได้เข้าไปดูศพหลาน พบว่ามีรอยเขียวช้ำไปทั้งตัว ตนจึงไม่เชื่อว่าน้องปาลินสำลักนมตามที่ครูเอบอก

“เลี้ยงลูกมา 3 เดือน รู้ว่าต้องป้อนนมลูกแบบไหน อิ่มแล้วจึงจับลูกพาดบ่าให้เรอ ครูเอบอกว่าลูกสำลักนม จึงอยากถามว่าตอนป้อนนมได้ดูแลน้องปาลินหรือไม่ หรือเอานมป้อนแล้วปล่อยไว้ตามลำพัง พอเกิดอาการสำลักนมแล้วไม่เห็น ไม่ได้ช่วยเหลือ น้องปาลินสำลักนมนานแค่ไหนถึงเห็นและมาช่วยปั๊มหัวใจ รู้สึกเสียใจมากแค่ตนนำลูกมาฝากให้ดูแลแค่วันเดียว ลูกต้องมาเสียชีวิต หลังเสร็จพิธีสวดพระอภิธรรม จะนำร่างน้องปาลินไปฝากไว้ที่โรงพยาบาล และกลับไปแจ้งความดำเนินคดีกับครูเอ เพื่อให้ครูเอพูดความจริง ว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้น้องปาลินเสียชีวิตคืออะไร”

น.ส.ปอเล่าอีกว่า ทางโรงพยาบาลได้ผ่าพิสูจน์ศพแล้ว แต่ยังไม่แจ้งสาเหตุการเสียชีวิต ถึงวันนี้สภาพจิตใจของตนดีขึ้น เพราะได้กำลังใจจากญาติพี่น้อง และเพื่อนร่วมงาน ตนจึงออกมาร้องหาความเป็นธรรมให้น้องปาลินลูกสาว โดยมีญาตินำเรื่องราวของน้องปาลินไปโพสต์ลงในโซเชียล

ทันทีที่เห็นโพสต์ครูเอก็ได้ส่งข้อความมาว่า

“เห็นข้อความนี้แล้วอยากจะแจ้งคุณแม่นะคะว่า ครูไม่ได้เงียบหายไป อยากจะพูดคุยกับคุณแม่ แต่ครูเข้าใจดีว่าคุณแม่เองก็ยังอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจ คงไม่อยากให้ครูมารบกวนจิตใจ ครูเองก็เศร้า เสียใจไม่ต่างจากคุณแม่ ที่เกิดความสูญเสียนี้ขึ้น ทั้งตกใจและพยายามตั้งสติ พยายามช่วยเหลือน้องแล้วอย่างสุดความสามารถ”

และยังส่งข้อความที่อ่านแล้วทำให้ตนรู้สึกโกรธว่า “ครูเปิดมา 14 ปี ไม่เคยมีประวัติเลย คงเป็นคราวซวยของครูจริงๆ ได้เงิน 6,200 บาท ต้องแลกกับชื่อเสียงที่สั่งสมมานานและจะต้องมาเสียเงินกับเรื่องนี้อีกมากมาย ทั้งที่ต้องมีตราบาปติดตัวไปตลอดชีวิต” ใครอ่านข้อความนี้ก็ต้องรู้สึกโกรธเหมือนตน เพราะคิดว่าเขาซวย ที่รับดูแลน้องปาลิน ลูกพ้นจากอกไปอยู่ในความดูแลของคนอื่นแค่ 1 วัน ลูกก็มาเสียชีวิต ซึ่งตนจะดำเนินคดีกับครูเอจนถึงที่สุด เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าลูกตนเสียชีวิตจากสาเหตุใด

ส่วน พี่ชาย น.ส.ปอ และลุงน้องปาลิน อายุ 45 ปี เผยว่า น้องสาวเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว คลอดลูกตามลำพัง ตนเป็นคนเห็นหน้าน้องปาลินคนแรก ตนรักหลานมาก พอน้องสาวโทรมาบอกว่า น้องปาลินสำลักนมเสียชีวิต ทำให้ตนรีบมาที่โรงพยาบาล เห็นน้องสาวเป็นลมหมดสติ เห็นศพหลานเขียวช้ำ เหมือนถูกทำร้าย ตนเป็นคนเห็นศพหลานคนแรกอีก ตนรู้สึกจุกอก เสียใจ อยากให้เนิร์สเซอรี่ออกมาบอกความจริงว่าหลานเสียชีวิตเพราะอะไร

ส่วนด.ต.เจริญ จันทร์รักษ์ ผบ.หมู่ จร.สภ.เมืองอุดรธานี ปฎิบัติหน้าที่เคลื่อนที่เร็วช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางท้องถนน เปิดเผยว่า การช่วยเหลือเบื้องต้นทารกสำลักนม หมดสติ ควรให้เด็กนอนตะแคงข้าง เพื่อเปิดทางเดินหายใจ ให้ของเหลวไหลออก ไม่ให้ของเหลวไหลลงปอด ถ้ามีของเหลวไหลออก ให้ดูระบบการหายใจและชีพจร หากไม่มีชีพจรให้รีบทำ CPR และส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...