โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดภาพโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ติดถนนวิภาวดีรังสิต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 มิ.ย. 2566 เวลา 11.23 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2566 เวลา 09.18 น.

เปิดภาพโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ออกแบบโดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ พื้นที่ 25 ไร่ ตั้งอยู่ริมถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ทำเลติดรถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีบางเขน

วันที่ 5 มิถุนายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดคณะแพทยศาสตร์ สาขาวิชาเวชศาสตร์การเกษตรและชีวนวัตกรรม (Ago-Medicine and Bio-Innovation) ซึ่งจะรับนักศึกษารุ่นแรกในปีการศึกษา 2567 จำนวน 48 คน เพื่อผลิตบัณฑิตแพทย์เฉพาะทาง ที่มีความเชี่ยวชาญและมีความรู้ทางการรักษาโรคจากสัตว์สู่คน, โรคจากสารเคมีทางการเกษตร, โรคที่เกิดจากเครื่องจักรกลทางการเกษตร, โรคจากการบริโภคอาหาร ฯลฯ

พร้อมกับจัดตั้งโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ริมถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง (บางเขน) ซึ่งเดิมเป็นหอพักนิสิตหญิงที่สร้างเมื่อ 50-60 ปีแล้ว เนื่องจากมีสภาพทรุดโทรม ไม่คุ้มค่ากับการซ่อมแซม จึงได้เปลี่ยนมาเป็นสถานที่โครงการอุทยานการแพทย์

ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า โครงการอุทยานการแพทย์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีพื้นที่ 50 ไร่ แบ่งออกเป็นการก่อสร้าง คณะแพทยศาสตร์, คณะพยาบาลศาสตร์, คณะทันตแพทย์ และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ขนาด 400 เตียง จำนวน 25 ไร่ โดยจะเริ่มตอกเสาเข็มสำหรับสร้างโรงพยาบาลประมาณเดือนตุลาคม 2566

ส่วนที่ดินอีก 25 ไร่ที่เหลือจะออกแบบให้เป็นสวนสาธารณะทางการแพทย์ (Medical Park) เพื่อให้เป็นโรงพยาบาลสีเขียว ตามแนวทางเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals-SDGs) ของสหประชาชาติ โดยสถานที่จะรายล้อมไปด้วยต้นไม้และพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด เพื่อให้ผู้ป่วยและญาติของผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาลรู้สึกผ่อนคลายเหมือนกับมาสวนสาธารณะ ส่วนการออกแบบโครงสร้างอาคาร ให้อาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์เป็นผู้รับผิดชอบ

แผนที่คณะแพทยศาสตร์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด เฟซบุ๊กเพจคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เผยแพร่ภาพอาคารคณะแพทยศาสตร์ และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมใจความระบุว่า

“อาคารคณะแพทยศาสตร์และอาคารโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอุทยานการแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โครงการนี้เป็นความภาคภูมิใจของชาวเกษตรศาสตร์ที่จะทำให้เกิดความเชื่อมโยงและต่อยอดการนำศาสตร์แห่งแผ่นดินไปสู่การแพทย์อันจะสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนยิ่งขึ้น

การรวมพลังและความทุ่มเทอย่างจริงจังของทุกภาคส่วนทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้โครงการนี้ก้าวต่อไปสู่ความสำเร็จ การบูรณาการทั้งองค์ความรู้และความชำนาญในศาสตร์แขนงต่าง ๆ ในการวางแผนการสร้างอาคารนี้จะนำไปสู่ประโยชน์อันยิ่งใหญ่ของทั้งด้านแพทยศาสตรศึกษา การวิจัย และการบริการที่มอบให้แก่ประชาชน”

โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

อย่างไรก็ตาม ดร.จงรักกล่าวว่า การสร้างโรงพยาบาลอยากสร้างให้มีชื่อเสียงในระดับโลก ทางหนึ่งเพื่อช่วยประเทศไทยในอนาคต ขณะที่อีกทางหนึ่ง เราต้องการเป็น “ฮับ” เพื่อรองรับคนต่างชาติที่จะเข้ามารักษาในประเทศไทยด้วย โดยเฉพาะโรคจากสัตว์สู่คน-โรคจากสารเคมีทางการเกษตร-โรคที่เกิดจากเครื่องจักรกลทางการเกษตร และโรคจากการบริโภคอาหาร ถ้าเราทำถึงตรงจุดนั้นได้ จะทำให้คนต่างชาติที่มีฐานะเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลของเรา

“ผมวางแผนว่า หลังจากนิสิตแพทย์จบปี 6 จะคัดเลือกเพื่อส่งคนที่เรียนเก่ง ๆ ไปเรียนแพทย์เฉพาะทางที่ประเทศอังกฤษ เพราะที่นั่นมีโรงพยาบาลในลักษณะเดียวกันกับเรา เพื่อให้เขานำความรู้กลับมาประยุกต์ใช้เพื่อรักษาผู้ป่วยต่อไป ขณะเดียวกันก็ต้องหาแพทย์เฉพาะทางที่อยู่ในเมืองไทยเข้ามาเสริมทัพ พร้อม ๆ กับขยายจำนวนเตียงระดับพรีเมี่ยมเพิ่มขึ้นอีก 100 เตียง โดยจับกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่มีฐานะเพื่อมาช่วยโรงพยาบาลขนาด 400 เตียงอีกที คล้าย ๆ กับที่โรงพยาบาลของรัฐหลายแห่งเปิดดำเนินการในลักษณะนี้อยู่”

แผนที่คณะแพทยศาสตร์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
แผนที่คณะแพทยศาสตร์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...