โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนดูจุดเริ่มต้นและจุดจบ “คณะกรรมการราษฎร 2475” ผู้พลิกโฉมหน้า “การเมืองไทย” (ตอนที่ 1)

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 01 มิ.ย. 2566 เวลา 07.05 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2566 เวลา 07.05 น.
ภาพวันงานฉลองรัฐธรรมนูญ (เครดิต Wikimedia)

“คณะกรรมการราษฎร” มีอำนาจเบ็ดเสร็จหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 แล้วเริ่มใช้อำนาจตามธรรมนูญการปกครองรื้อถอนขุมอำนาจเก่า ปลด เปลี่ยน และโยกย้ายบุคคลที่ไม่พึงปรารถนา จัดสายสืบสอดส่องพฤติกรรมฝ่ายตรงข้าม และอีกมากมาย

การกระทำดังกล่าวทำให้ “คณะกรรมการราษฎร” ได้ชื่อว่าเป็นผู้พลิกโฉมหน้าการเมืองไทย ทว่าเมื่อเวลาผันเปลี่ยนไปกลับกลายเป็นบ่อเกิดของความแตกแยก

เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงยอมจำนนต่อคณะผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ความชุลมุนวุ่นวายตลอด 30 ชั่วโมง นับตั้งแต่เช้าวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 สงบลงชั่วคราว ข้าราชการ พ่อค้า ชาวบ้าน สโมสร ห้างร้าน เริ่มแสดงตัวให้ “ผู้กุมอำนาจใหม่” รู้จัก

เมื่อ “กลุ่มก้อนอำนาจใหม่” เกิดขึ้นมา ผู้คนต่างยินดีปรีดา ส่งจดหมาย โทรเลข ของขวัญมาแสดงความยินดีในวาระ “มหาศุภมงคล” หวังว่าประเทศจะแปรเปลี่ยนไปในทิศทางใหม่เพื่อประชาชนคนไทยโดยแท้ ถึงขนาดที่มีการบันทึกถึงถ้อยคำสุดแสนจะดีใจไว้ในเอกสารแฟ้มสำนักราชเลขาธิการว่า ทุกคน “เกือบแทบน้ำตาไหล โดยความปลาบปลื้มอย่างหาที่สุดไม่ได้ ที่คณะราษฎรเห็นแก่ชาติและคนไทย และมีจิตรมีใจเป็นหัวอกเดียวกันทั้งสิ้น”

ถึงแม้ว่าจะได้รับชัยชนะ และประสบความสำเร็จกับการก่อการในครั้งนี้ แต่คณะราษฎรก็ไม่ได้มีเวลาชื่นชมกับความสำเร็จมากนัก เนื่องจากต้องปฏิบัติหน้าที่ตามเป้าประสงค์ของตนเองโดยด่วน แต่คำยินยอมของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวที่จะทรงเป็น “พระเจ้าแผ่นดินตามปกครองตามพระธรรมนูญ” ทำให้หมดโอกาสต่อรองเรื่องอื่น ๆ นอกจากทำเรื่องเฉพาะ คือ ร่างธรรมนูญ และเข้าบริหารประเทศ

คณะผู้ก่อการใช้เวลาร่างพระธรรมนูญเพียง 2 วัน และเมื่อประกาศใช้ในวันที่ 27 มิถุนายน ความสับสนเรื่อง “ประชาธิปไตย” ก็เริ่มขึ้น

บทบัญญัติมาตรา 39 ของพระธรรมนูญได้ให้อำนาจสิทธิ์ขาดการปกครองแก่คณะกรรมการราษฎร บุคคลคณะนี้มาจากสภาผู้แทนราษฎรซึ่งตั้งโดยคณะผู้ก่อการจำนวน 15 คน มีอำนาจออกกฎหมายในกรณีฉุกเฉินเรียกประชุมสภาไม่ทัน มีอำนาจให้อภัยโทษ มีอำนาจกำหนดนโยบายต่างประเทศ มีอำนาจเหนือกษัตริย์ในการตั้งการถอดเสนาบดี การประกาศสงคราม และถ้าพระมหากษัตริย์มีเหตุจำเป็นชั่วคราวที่จะทำหน้าที่ไม่ได้ หรือไม่อยู่ในพระนคร ให้คณะกรรมการราษฎรเป็นผู้ใช้สิทธิ์แทน

สำหรับองค์พระมหากษัตริย์นั้นทรงเป็นเพียง “ตัวเชิด” ของระบอบใหม่ เหมือนที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงคาดการณ์ไว้เมื่อยอมตกลงเสด็จกลับกรุงเทพฯ พระราชอำนาจที่เคยมีอย่างไม่จำกัดมานานหลายร้อยปีสิ้นสุดลง ข้อราชการใด ๆ หรือแม้แต่เรื่องส่วนพระองค์จะทรงทำมิได้ ถ้าไม่ได้รับความยินยอมจากคณะราษฎร

นอกจากนี้กฎหมายใดก็ตามที่พระมหากษัตริย์ทรงไม่เห็นด้วยก็สามารถประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ และสภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจดูแลควบคุมกิจการของประเทศ และสามารถถอดถอน “พนักงานรัฐบาล” คนใดได้ทั้งสิ้น

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาเป็นจำนวนมาก หลังจากสิ้นสมัยของคณะกรรมการราษฎร เช่น พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงให้ทรรศนะก่อนจะทรงสละราชสมบัติในปลายปี 2477 ว่า

“เมื่อข้าพเจ้า— ได้เห็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่หลวงประดิษฐมนูธรรมได้นำมาให้ข้าพเจ้าลงนาม ข้าพเจ้ารู้สึกทันทีว่า หลักการของผู้ก่อการกับหลักการของข้าพเจ้านั้นไม่พ้องกันเสียแล้ว เพราะผู้ก่อการมิได้มีความประสงค์ที่จะให้มีเสรีภาพในการเมืองโดยสมบูรณ์ แต่หากต้องการให้มีคณะการเมืองได้แต่เพียงคณะเดียว–”

แล้วยังกล่าวต่อไปว่า“–เมื่อคณะผู้ก่อการได้ประกาศว่าจะขอพระราชทานให้เปลี่ยนการปกครองเป็นแบบรัฐธรรมนูญนั้นคนไทยที่มีความรู้ย่อมโมทนาทั่วไปด้วย แต่เมื่อกลายเป็นการยึดอำนาจกันเฉย ๆ ไม่ได้ทำให้มีเสรีภาพทางการเมืองมากขึ้นก็กลายเป็นของขื่นขมกลืนไม่ลง เพราะผลร้ายของการปกครองแบบ ‘Absolute’ มิได้เสื่อมคลาย เป็นแต่เพียงเปลี่ยนตัวเปลี่ยนคณะกันเท่านั้น– ”

อย่างไรก็ตาม ขณะนั้น คณะกรรมการราษฎรก็มุ่งลุยงานกันต่อไปโดยเริ่มต้นใช้อำนาจตาม “ธรรมนูญ” ในการปกครองแผ่นดิน และงานเร่งด่วนที่เป็นเป้าหมายแรก ๆ ของคณะดังกล่าวก็คือ “ถอนขุมกำลังอำนาจเก่าของกษัตริย์” นั่นเอง

เรื่องราวปฏิบัติการของ “คณะกรรมการราษฎร” ยังมีต่ออีกมากมาย พวกเขาจะใช้วิธีใดในการทลายอำนาจเก่าของประเทศที่มีอยู่ยาวนาน และเกิดอะไรขึ้นต่อการกระทำเช่นนี้ ติดตามต่อได้ที่ ย้อนดูจุดเริ่มต้น และจุดจบของ “คณะกรรมการราษฎร” ผู้พลิกโฉม “การเมืองไทย” (ตอนที่ 2)

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : เนื้อหานี้เก็บความจาก“คณะกรรมการราษฎร : อำนาจเบ็ดเสร็จหลังเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475” เขียนโดย แถมสุข นุ่มนนท์ ใน ศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนกันยายน 2534. [เว้นวรรคคำ ปรับย่อหน้าใหม่ และเน้นคำเพิ่มเติมโดยกองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม]

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก เมื่อ 1 มิถุนายน 2566

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...