โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

MG ES รถอีวีที่คุ้มค่า น่าใช้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ต.ค. 2566 เวลา 03.35 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2566 เวลา 03.32 น.

คอลัมน์ : เทสต์คาร์ ผู้เขียน : วุฒิณี ทับทอง

เพิ่งมีโอกาสได้นำรถยนต์ไฟฟ้าจากค่าย MG มาทดสอบกัน สำหรับเจ้า MG ES รถสไตล์สเตชั่นแวกอน

ที่ในบ้านเราถือว่ามีรุ่นนี้ที่ยืนหนึ่ง เป็นทางเลือกให้กับผู้ที่ชื่นชอบ (เหลือรถสไตล์นี้น้อยลงไปทุกที)

สำหรับเส้นทางทดสอบครั้งนี้เลือกเดินทางมุ่งหน้าไปยัง จ.ลพบุรี เส้นทางที่ใช้ไป-กลับวิ่งวนไป รวม ๆ ระยะทางแล้วกว่า 400 กิโลเมตร

เตรียมตัวก่อนออกเดินทางพอสมควร มีไฟฟ้าในแบตเตอรี่อยู่ที่ 95%

MG ES

เพราะระยะทางที่ทาง MG เคลมไว้ต่อการชาร์จไฟฟ้า 1 ครั้ง รถ MG ES จะวิ่งได้ 412 กิโลเมตรเท่านั้น

เพื่อความสบายใจ ก่อนเดินทางวางแผนหาพิกัดจุดชาร์จไฟฟ้าไว้ล่วงหน้า เพื่อให้การเดินทางในวันนี้ไหลลื่นไม่เสียเวลามากนัก

ออกเดินทางในช่วงเช้าตรู่ มุ่งหน้าใช้เส้นทางสายเอเชีย

เลือกโหมดอีโคในการทดสอบครั้งนี้ เนื่องจากเป็นการวิ่งออกต่างจังหวัด จะได้เซฟพลังงาน ส่วนน้ำหนักการหน่วงของพวงมาลัย เซตค่าไว้ที่ระดับต่ำสุดคือ ระดับ 1 เพื่อให้สะดวก

ด้วยกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าของ MG ES คันนี้ถือว่า ตอบสนองได้ดี โดยเฉพาะอัตราเร่งดีมาก

MG ES

แบตเตอรี่ความจุ 51 กิโลวัตต์ ที่มีการปรับปรุงใหม่

กดปุ๊บ มอเตอร์ตอบสนองได้ทันที ความแรงที่ 177 แรงม้า 280 นิวตัน-เมตร ถือเป็นรถที่มีความคล่องตัว ขับไปได้สบาย ๆ เรื่อย ๆ

ส่วนช่วงล่าง MG ES นั้น ให้ความรู้สึกไปทางสปอร์ตไม่ถึงกับนุ่มนวลสไตล์รถบ้าน แต่มีความหนึบ ตึง ๆ บ้างในจังหวะทางขรุขระ

แต่ในส่วนของห้องโดยสารด้านหลัง พื้นที่กว้างขวางสไตล์สเตชั่นแวกอน แต่ผู้โดยสารจะสัมผัสกับแรงเหวี่ยงแรงโยน รวมทั้งแรงหน่วงของรถได้เร็ว

จากการสังเกตจากผู้โดยสารในครั้งนี้ แต่ก็ถือว่าเบากว่าในหลาย ๆ รุ่น

MG ES

ด้านอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในห้องโดยสารนั้นมีมาให้ครบ เสียดายยังไม่มีไวร์เลสชาร์จเจอร์มาให้ เเต่ก็สามารถเชื่อมต่อด้วยสายชาร์จถูไถไปได้

เมื่อขับมาได้ 155 กม. คำนวณจากระยะทางที่ต้องใช้งานในวันนี้ตัดสินใจแวะชาร์จไฟฟ้าในระดับแบตเตอรี่เหลืออยู่ที่ 34% เพื่อไปต่อ เพราะคำนวณจากระยะทางที่เหลือวิ่งได้อีก 123 กิโลเมตร…ไม่น่าจะพอ

ใช้เวลาไปราว ๆ 20 นาที กับการชาร์จไฟฟ้าที่ตู้บริการของ EA ANYWHERE แล้วไปต่อ ซึ่งต้องชมว่าเป็นผู้ให้บริการที่มีความเสถียรและใช้งานได้ดีที่สุดเจ้าหนึ่ง

ระหว่างขับวน ๆ กันอยู่ในเมืองลพบุรี เหลือบเห็นโชว์รูม MG สาขาเมืองลพบุรี มองในรถมีบัตรชาร์จแบตเตอรี่ที่ทางทีมงาน MG ให้ติดรถไว้ ถือโอกาสเข้าไปใช้บริการซะหน่อย

มีปัญหาเล็กน้อยเพราะเขาติดตั้งตู้ MG SUPER CHARGE ใต้ชายคาก็จริง แต่ตัวตู้แสงแดดส่องหน้าจอ มองจอสั่งการไม่ชัด เรียกว่าต้องกางร่มเพื่อบังแสงสะท้อน

ปัญหานี้ลูกค้า MG คงเจอบ่อย ถึงกับมีป้ายติด ขัดข้อง โทร.คอลเซ็นเตอร์ได้เลยจ้า ในที่สุดไม่ประสบความสำเร็จ

MG ES

ตัดสินใจย้ายไปอีกโชว์รูม เป็นสาขาสิงห์บุรี ปรากฏว่าหนังคนละม้วน ใช้งานง่ายรอบเดียวผ่านฉลุย

ใช้เวลาราว ๆ 40 นาที ได้แบตเตอรี่มาเต็ม 100% ที่หน้าจอบอกระยะวิ่งได้อีก 366 กิโลเมตร

ถือว่าเพียงพอ และทำให้เบาใจขึ้น ว่าเราขับมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯถึงแน่นอน

อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องชมคือ MG ใส่ใจมาก เปิดพื้นที่ห้องรับรองลูกค้าให้สามารถเข้าไปใช้บริการระหว่างรอชาร์จไฟฟ้าได้

ถึงตรงนี้ต้องบอกว่าการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้านั้น ระยะทางที่ค่ายรถเคลมมาให้ กับระยะทางในการใช้งานจริงนั้น อาจต้องเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้บ้าง

สรุปหลังได้ทดลองขับ MG ES คันนี้ จัดเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าสนใจเลยทีเดียว ค่าตัวไม่ถึงล้านบาท

ราคาเริ่มต้น 959,000 บาท กับการใช้งานรถ EV ที่สมรรถนะเหลือ ๆ คันนี้

ตอบโจทย์ได้ทั้งความเป็นสเตชั่นแวกอนเหมาะกับครอบครัวใหญ่

หรือจะใช้งานแบบหนุ่มหรือสาวออฟฟิศ

น่าจะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าเลยทีเดียว

MG ES
MG ES
MG ES
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...