โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไม่สน! มีข้อหาติดตัว ‘ดูแตร์เต’ คว้าชัยนายกเทศมนตรีดาเวา แม้ตัวติดคุกศาลโลกอยู่กรุงเฮก

TODAY

อัพเดต 13 พ.ค. 2568 เวลา 20.57 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 13.57 น. • workpointTODAY

การเมืองฟิลิปปินส์ยังคงเวียนวนอยู่ในวังวนเดิม? เมื่อโรดริโก ดูแตร์เต อดีตประธานาธิบดีซึ่งขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำของศาลอาญาระหว่างประเทศ(ICC) กลับคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ด้วยคะแนนเสียงทิ้งห่างคู่แข่งแบบถล่มทลาย

แม้จะเป็นการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น แต่ผลลัพธ์ครั้งนี้สะท้อนมิติทางการเมืองหลายด้านของฟิลิปปินส์ การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างไร? เราสรุปให้เข้าใจง่ายที่สุดไว้ในโพสต์นี้

[ฟิลิปปินส์จัดการเลือกตั้งอะไร]

เมื่อวานนี้(12 พ.ค.) ฟิลิปปินส์จัดการเลือกตั้งกลางเทอมระดับประเทศและท้องถิ่นครั้งใหญ่ ซึ่งจะมีผลต่อการแต่งตั้งตำแหน่งทางการเมืองทั่วประเทศมากกว่า18,000 ตำแหน่ง และที่น่าจับตาอย่างยิ่งคือ การเลือกตั้งครั้งนี้กลายเป็นเวทีขับเคี่ยวของสองตระกูลใหญ่ที่เคยเป็นพันธมิตรกันมาก่อนจะกลายมาเป็นคู่ปรับทางการเมืองในปัจจุบัน ได้แก่ ตระกูล‘ดูแตร์เต’ และ‘มาร์กอส’

การเลือกตั้งกลางเทอมของฟิลิปปินส์จะจัดขึ้นทุก3 ปี เพื่อเลือกผู้ที่จะดำรงตำแหน่งในช่วงกลางวาระของรัฐบาล ได้แก่ สมาชิกวุฒิสภา12 ที่นั่ง(จากทั้งหมด24), สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร317 ที่นั่ง, ผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าฯ82 ตำแหน่ง, นายกเทศมนตรีและรองนายกฯ ทั่วประเทศ1,642 ตำแหน่ง และสมาชิกสภาท้องถิ่นอีกกว่า14,000 ตำแหน่ง

[ผลเลือกตั้งเป็นอย่างไร]

โรดริโก ดูแตร์เต อดีตประธานาธิบดีวัย80 ปี ชนะเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา แม้ขณะนี้จะถูกคุมขังอยู่ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ตามคำสั่งศาลอาญาระหว่างประเทศ(ICC) จากข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ จากการทำสงครามยาเสพติดที่คร่าชีวิตประชาชนไปนับพันคน

ดูแตร์เตได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนกว่า660,000 คะแนน ทิ้งห่างคู่แข่งถึง8 เท่า สะท้อนถึงอิทธิพลทางการเมืองที่ยังเหนียวแน่นในบ้านเกิด ขณะที่ลูกชายของเขา เซบาสเตียน ได้รับเลือกเป็นรองนายกเทศมนตรี เปาโล ลูกชายคนโตได้เป็น ส.ส. อีกสมัย และหลานชายอีก2 คนก็ชนะเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ยืนยันว่าตระกูลดูแตร์เตยังเป็นพลังสำคัญในภูมิภาคนี้

ที่สำคัญกว่านั้นคือผลการเลือกตั้งวุฒิสภาซึ่งฝ่ายสนับสนุนดูแตร์เตสามารถคว้าที่นั่งได้หลายตำแหน่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่ออนาคตของซาราดูแตร์เตรองประธานาธิบดีซึ่งกำลังเผชิญกระบวนการถอดถอนหลังถูกกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริต

โดยการลงมติถอดถอนในวุฒิสภาต้องใช้เสียง2 ใน3 จากสมาชิกทั้งหมด24 คน หรืออย่างน้อย16 เสียง หากไม่ผ่าน เธอจะรอดพ้นจากการถูกปลดจากตำแหน่งและตัดสินทางการเมือง ซึ่งเท่ากับว่า ซารา ดูแตร์เต จะยังมีสิทธิลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี2028 ได้

ดังนั้น ยิ่งฝ่ายสนับสนุนดูแตร์เตคว้าที่นั่งวุฒิสภาได้มากเท่าใด ก็ยิ่งเป็นหลักประกันความมั่นคงทางการเมืองของซารา ดูแตร์เต แม้พรรคของ เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ‘บองบอง’ ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน จะยังครองเสียงข้างมาก แต่ผลการเลือกตั้งที่ปรากฏออกมา ได้แสดงให้เห็นว่า ซาราและตระกูลดูแตร์เตยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากฐานเสียงจำนวนมาก

[‘ซารา ดูแตร์เต’ กับอนาคตการเมืองบนเส้นด้าย]

การเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้มีความสำคัญต่ออนาคตของทายาทตระกูลดูแตร์เตอย่างชัดเจน แต่ก่อนจะไปไกลถึงปี2028 เราต้องย้อนกลับไปดูจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งระหว่างสองตระกูลใหญ่ ที่กำลังสั่นคลอนการเมืองฟิลิปปินส์อยู่ขณะนี้

เดิมทีตระกูลดูแตร์เตกับมาร์กอสเคยเป็นพันธมิตรกัน โรดริโก ดูแตร์เต สนับสนุนมาร์กอส จูเนียร์ ลงสมัครประธานาธิบดี พร้อมส่งลูกสาว ซารา ดูแตร์เต ลงชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในฐานะคู่หูทางการเมือง ผลคือทั้งคู่ชนะการเลือกตั้ง

แต่หลังร่วมกันตั้งรัฐบาลได้ไม่นาน ซาราก็ออกมาวิจารณ์บองบองอย่างรุนแรงว่า“ทำงานไม่เป็น” และ“ไม่รู้วิธีเป็นประธานาธิบดี” ถึงขั้นประกาศว่า ไม่เคยเป็นเพื่อนกับบองบอง และการเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นแค่ความร่วมมือทางการเมืองเท่านั้น

ความขัดแย้งยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อซาราออกมาพูดว่าเธอได้เตรียมนักฆ่าไว้ หากเธอถูกลอบสังหาร ก็จะให้ลอบสังหารบองบองตอบโต้ด้วย ทำให้รัฐบาลยื่นเรื่องสอบสวนซาราในข้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ และนำไปสู่กระบวนการถอดถอน ซึ่งหากผ่านวุฒิสภา ซาราอาจหมดสิทธิลงชิงตำแหน่งในปี2028

ความร้าวลึกยิ่งชัดเจนขึ้น เมื่อประธานาธิบดีมาร์กอส จูเนียร์ ตัดสินใจเปลี่ยนจุดยืนจากเดิมที่เคยปฏิเสธความร่วมมือกับICC มาเป็นยอมให้จับกุมและส่งตัวอดีตประธานาธิบดีดูแตร์เต ไปยังกรุงเฮก เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี นับเป็นจุดแตกหักอย่างแท้จริงระหว่างทั้งสองตระกูล

[ถึงเวลา‘โรดริโก ดูแตร์เต’ กลับมาทวงอำนาจคืน]

การส่งตัวอดีตประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เตให้ศาลอาญาระหว่างประเทศ เป็นความพยายามที่ถูกมองว่าเกิดจากแรงกระเพื่อมทางการเมือง เพื่อสกัดเส้นทางของตระกูลดูแตร์เต และเปิดทางให้ตระกูลมาร์กอสขยายอิทธิพลต่อไปในอนาคต

แต่ผลลัพธ์กลับสวนทางกับสิ่งที่มาร์กอส จูเนียร์ คาดหวัง เพราะผลการเลือกตั้งกลางเดิมที่เพิ่งเกิดขึ้น ปรากฏว่า โรดริโก ดูแตร์เต ชนะการเลือกตั้งตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ซึ่งเป็นฐานเสียงประวัติศาสตร์ของเขามานานกว่า30 ปี

นี่จึงไม่ใช่เพียงแค่การทวงคืนอำนาจ” ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของตระกูลเท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศว่าเขายังคงเป็นผู้เล่นคนสำคัญในสนามการเมือง แม้ตัวจะอยู่ไกลถึงกรุงเฮกก็ตาม และที่สำคัญชัยชนะครั้งนี้ไม่เพียงฟื้นคะแนนนิยมส่วนตัวของเขาให้กลับมา แต่ยังเสริมพลังให้กับซารา ดูแตร์เต ลูกสาวที่ยังมีโอกาสลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี2028 หากไม่ถูกตัดสิทธิ์จากข้อหาทางการเมือง

[ทำไมโรดริโก ดูแตร์เตถึงลงสมัครได้ และจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป]

แม้จะอยู่ภายใต้การควบคุมตัวของศาลอาญาระหว่างประเทศในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ แต่กฎหมายภายในของฟิลิปปินส์ไม่ถือว่าโรดริโก ดูแตร์เตเป็นผู้หมดสิทธิทางการเมือง เพราะเขายังไม่ถูกพิพากษาโดยศาลภายในประเทศ และฟิลิปปินส์เองก็ถอนตัวจากการเป็นภาคีICC ไปตั้งแต่ปี2019 แล้ว

ดังนั้น การเลือกตั้งจึงเป็นไปตามข้อกฎหมายในประเทศ โดยดูแตร์เตสามารถมอบอำนาจให้ทีมงานดำเนินเรื่องแทน และลงสมัครได้แม้อยู่ต่างแดน ขณะที่ฝ่ายของเขาก็เตรียม‘รองนายกเทศมนตรี’ ซึ่งก็คือ เซบาสเตียน ดูแตร์เต ลูกชายของโรดริโก เอาไว้ เผื่อในกรณีที่เขาไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายได้จริง

ภาพที่ออกมาจึงเป็นเหมือนสัญญาณการกลับมาทางการเมืองของตระกูลดูแตร์เต ที่ยังคงเดินหมากบนกระดานอย่างแข็งแรง แม้จะต้องสู้ทั้งกับกฎหมายระหว่างประเทศ และพันธมิตรเก่าอย่างตระกูลมาร์กอสก็ตาม ส่วนผลในสนามใหญ่จะออกมาเป็นอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไปในปี3 ปีข้างหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...