โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"โรม"หวังแพทยสภาทำหน้าที่ตรงไปตรงมา หลัง"สมศักดิ์"วีโต้กลับปมชั้น 14

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 29 พ.ค. 2568 เวลา 09.23 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. 2568 เวลา 09.23 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(29พ.ค.68) นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณี กระแสข่าวที่ว่านายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะ วีโต้กลับมติแพทยสภาที่ลงโทษแพทย์ 3 นาย จากการรักษานายทักษิณ ชินวัตร นายรังสิมันต์ระบุว่า นายทักษิณป่วยวิกฤตหรือไม่ ต้องเอาเทคนิคทางการแพทย์ ซึ่งมติแพทยสภาชัดเจนว่านายทักษิณไม่เป็นผู้ป่วยขั้นวิกฤต ตนมองว่ามันควรจะจบลงได้แล้ว ทั้งนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีพูดกลางสภาว่า ท้ายที่สุดให้มติแพทยสภาเป็นผู้ตัดสิน ดังนั้นมีมติชัดเจนแล้วว่านายทักษิณไม่ได้ป่วยหนักในขั้นวิกฤตจริง

ทั้งนี้ในส่วนของความจำเป็นที่ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจก็ควรจะจบเช่นกัน เพราะกระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่การนำตัวนายทักษิณไปอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจเป็นการช่วยเหลือกัน และเป็นเรื่องที่ทำให้นายทักษิณไม่ต้องติดคุก แต่เป็นการให้ไปอยู่สบาย ๆ ที่โรงพยาบาลตำรวจ ยังไม่รวมความหรูหรา ส่อให้เห็นว่านายทักษิณได้รับสิทธิพิเศษเหนือกว่าประชาชนโดย ซึ่งข้อเท็จจริงได้ปรากฏหมดแล้ว

ส่วนแพทยสภาจะมีมติอีกรอบหนึ่งหรือไม่หลังนายสมศักดิ์ได้วีโต้กลับมา ตนก็หวังว่าแพทยสภาจะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา โดยยึดพยานหลักฐาน และจะต้องคิดมาตรฐานในอนาคต ว่าหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ แพทย์ก็สามารถรับงานแบบนี้ต่อไปได้ ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าไม่ได้สนใจกระบวนการยุติธรรมและมาตรฐานวิชาชีพ เป็นการใช้วิชาชีพในการช่วยเหลือคนดังคนมีอำนาจ แบบนี้ประเทศไทยจะอยู่อย่างไร

โดยนายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ในเรื่องนี้จะแสดงให้เห็นถึงความสง่างามของนายสมศักดิ์ ในการใช้กระบวนการวีโต้กลับ ทั้งที่หลายคนรู้ว่า นายสมศักดิ์อยู่พรรคไหนและรู้ว่านายทักษิณมีอิทธิพลต่อใคร และทุกคนรู้ว่านายทักษิณเป็นพ่อของนายกรัฐมนตรี ทั้งหมดเป็นการซ้ำเติมกรณีชั้น 14 ว่าเป็นการช่วยเหลือพวกพ้อง-คนใกล้ชิด-คนมีอำนาจ ในวันนี้ต้องยอมรับว่ามีกระบวนการช่วยเหลือนายทักษิณ ไม่อายฟ้าดิน ไม่สนใจว่าประชาชนจะมองปรากฏการณ์ได้อย่างไรจนทำให้เกิดมาตรฐานที่เลวร้ายต่อไปเรื่อย ๆ

นายรังสิมันต์ ย้ำอีกว่า ในอดีตเคยมีกระบวนการช่วยเหลือนักโทษที่มีลักษณะกึ่งเทวดาก็แย่อยู่แล้ว แต่วันนี้เรามาเจอนักโทษเทวดาแบบเต็มรูปแบบ ตนคิดว่า กระบวนการยุติธรรมของเรามันเหลือที่จะอดทน อย่างไรก็ตามตนก็ได้แต่หวังว่าแพทยสภาจะทำหน้าที่ อย่างตรงไปตรงมาเพราะขณะนี้ไม่สามารถหวังพึ่งนายสมศักดิ์อะไรได้ต่อไปอีกแล้วเพราะนายสมศักดิ์อาจจะมีหน้าที่ปกป้องนายใหญ่

ส่วนเรื่องกระบวนการไต่สวนของศาลและกระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. ก็ขอให้ประชาชนจับตาดูว่าเป็นการทำหน้าที่โดยเฉพาะ ป.ป.ช.ว่าจะเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพราะกระบวนการชะล่าช้า ซึ่งตามข้อเท็จจริงแล้วควรจะต้องเรียกนางสาวแพทองธารและนายทักษิณเข้าไปให้ปากคำได้แล้ว

ทั้งนี้ตนหวังว่าหมอจะไม่เป็นส่วนหนึ่งของการคอร์รัปชัน ส่วนน้ำหนักของการวิโต้จะมีน้ำหนักหรือไม่นั้นในการไต่สวนของศาลฎีกาในวันที่ 13 มิถุนายนนี้ในรังสิมันต์ มองว่าเรื่องนี้ตนไม่สามารถตอบได้แต่ทราบว่านายสมศักดิ์ ไม่ได้พูดถึงเนื้อหาสาระในการวิโต้ อย่างไรก็ดีทั้งหมดจะต้องดูข้อเท็จจริง ซึ่งชัดเจนว่านายทักษิณไม่ได้ป่วยจริง หากนายสมศักดิ์ไม่ได้ข้อเท็จจริงเรื่องเหตุผลการวิโต้ตนในฐานะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ ก็จะนำเรื่องนี้มาพิจารณาอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...