ทรูวิชั่นส์ พลิกเกมสู้ศึกสตรีมมิ่ง ปรับโฟกัสสู่ ‘King of Contents’
หลังลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดโปรแกรมฟุตบอลยอดฮิต “พรีเมียร์ ลีก” อังกฤษ (EPL) หลุดมือไป เขย่าจุดแข็งความเป็น “King of Sports” หรือผู้นำด้านคอนเทนต์กีฬาไป แต่ “ทรูวิชั่นส์” ก็ยังเดินหน้าตอกย้ำว่า ตนยังคงเป็น King of Sports ต่อ ด้วยลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดรายการกีฬาสำคัญ ๆ อื่น ๆ
ตั้งแต่ F1, MotoGP, NFL, NBA, เทนนิสวิมเบิลดัน ยูเอสโอเพ่น, แบดมินตัน, กอล์ฟไรเดอร์คัพ, ดิ โอเพ่น,วอลเลย์บอล, สนุ้กเกอร์ ฯลฯ ที่รับชมได้แบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่านแอปนี้เท่านั้น เฉพาะฟุตบอลยังคงมีลีกชั้นนำอย่าง ลาลีกา, บุนเดสลีกา, ซาอุดีลีก, ยูฟ่าแชมเปียนส์ ลีก, ยูโรปา ลีก, คอนเฟอเรนซ์ ลีก, ฟุตซอลไทยลีก และอีกมากมาย
“องอาจ ประภากมล” หัวหน้าสายงานทรูวิชั่นส์ และมีเดีย บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า หลังจากรู้ว่าไม่สามารถประมูลสิทธิในการถ่ายทอดสด EPL ได้ กลับรู้สึกโล่งใจ และที่สำคัญกว่าคือจะมี “เงินเหลือ” ให้หวนกลับไปโฟกัสสิ่งสำคัญที่ทรูวิชันส์ เป็นมาตลอด 30 ปี นับแต่ยุค UBC นั่นคือการเป็น “King of Contents”
แม้รายการกีฬาจะเป็นรายการสำคัญ แต่สิ่งที่ลูกค้าจำนวนมากยังอยู่กับ “ทรูวิชั่นส์” คือความครบถ้วนของเนื้อหาด้านความบันเทิง ซึ่งใหญ่กว่ากีฬามาก
“เงินที่เหลือทำให้เราสามารถซื้อซีรีส์, ภาพยนตร์ และรายการบันเทิงอื่น ๆ แม้กระทั่งสร้าง Original Content ขึ้นมาเองได้ด้วย รวมไปถึงการมุ่งไปหาเทรนด์ใหม่ ๆ อย่างละครสั้น (Shorts) ที่จะมีโมเดลธุรกิจแบบใหม่ ๆ อีกมาก เราอยู่ในตลาดนี้มา 30 ปี เจ้าของคอนเทนต์ต่าง ๆ ทั่วโลกเรารู้จักเป็นอย่างดี และเรารู้ว่าตลาดบันเทิงใหญ่กว่ากีฬาหลายเท่า”
แต่สิ่งที่ท้าทายหลังจากยุคช่องดาวเทียม ดิจิทัลทีวี มาจนถึงปัจจุบัน คือเรื่องของแพลตฟอร์ม “OTT” จึงมีการปรับ “ทรูวิชั่นส์ นาว” สู่การเป็น“NOWtainment” ปรับโฟกัสสู่ตลาดความบันเทิงเต็มรูปแบบ
“ทรูวิชั่นส์จะยังคงรักษาฐานลูกค้าคุณภาพซึ่งดูทีวี และกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ดูผ่านอุปกรณ์ที่หลากหลาย ด้วยการโฟกัสแบบให้บริการแบบไฮบริด ระหว่างแอปที่ติดมากับโทรทัศน์ทุกรุ่น รวมไปถึงกล่องทรู ที่สำคัญคือ แอปพลิเคชั่น NOW ซึ่งเป็น OTT ได้มีการออกแบบแพ็กเกจที่พร้อมไปกับพันธมิตร OTT สตรีมมิ่งแพลตฟอร์มอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น iQIYI, WeTV, MAX, VIU, NETFLIX จะครอบคลุมอยู่ในแพ็กเกจใหม่ของ TrueVisions NOW”
หมายความว่า การซื้อแพ็กเกจของ TrueVisions นอกจากจะ “ไฮบริด” ทั้งการดูเนื้อหาของ “ทรูวิชั่นส์” ในระบบทีวี
และระบบอินเทอร์เน็ตแล้ว ยังเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่น และเนื้อหาลิขสิทธิ์ของ iQIYI, WeTV, MAX, VIU, NETFLIX ได้อีกด้วย
“ปัจจุบันเรามีลูกค้าที่สมัครสมาชิก TrueVisions ราว 1.3-1.4 ล้านราย ในจำนวนนี้เราไม่อาจเปลี่ยนพฤติกรรมคนที่ดูทีวีมา 30 ปีได้ เขายังคงอยากกดรีโมตเปลี่ยนช่องขณะเดียวกันเราก็ไม่อาจต้านทานการเข้าสู่แอปสตรีมมิ่งแบบ OTT ได้ จึงมีแพ็กเกจที่ออกแบบหลอมรวมกัน”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทรูวิชั่นส์ พลิกเกมสู้ศึกสตรีมมิ่ง ปรับโฟกัสสู่ ‘King of Contents’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net