โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ออมสิน นำร่องปล่อยกู้แสนล้าน หนุนธุรกิจรับพิษภาษี “ทรัมป์”

อีจัน

อัพเดต 15 พ.ค. 2568 เวลา 22.45 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 11.22 น. • อีจัน

วันนี้ (15 พ.ค.68) นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้หารือร่วมกับธนาคารเฉพาะกิจ 7 แห่ง เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เป็นต้น

โดยขอให้ธนาคารเฉพาะกิจรัฐทั้ง 7 แห่ง เข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจส่งออกและซัพพลายเชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายตอบโต้ภาษีของสหรัฐฯ

ขณะนี้ คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีทรัมป์ ไม่มากไปกว่าประเทศอื่น ในทางกลับกัน ถ้าสามารถทำได้ดี ก็คาดว่าประเทศไทยจะได้รับประโยชน์ในระยะยาว อย่างไรก็ดี ผลกระทบที่เกิดขึ้นในระยะสั้น หรือจากนี้ไปอีก 2 ปี จะทำให้เศรษฐกิจสะดุด โดยเฉพาะภาคการส่งออก ดังนั้น กล่มธุรกิจนี้ จึงเป็นเป้าหมายที่เราต้องเข้าไปดูแล

โดยสถาบันการเงินของรัฐทั้ง 7 แห่ง อยู่ระหว่างเตรียมดำเนินการตามนโยบายผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ โครงการสินเชื่อซอฟท์โลน (สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ) วงเงิน 100,000 ล้านบาท โดยธนาคารออมสิน กำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขแตกต่างจากสินเชื่อซอฟท์โลนโครงการอื่น

เนื่องจากมีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้ประกอบการที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการชัดเจน 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.ธุรกิจส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ 2.ธุรกิจซัพพลายเชน และ 3.ธุรกิจผู้ผลิตสินค้าที่ต้องมีการแข่งขันสูงกับสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ ตลอดจนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในภาพรวม

นอกจากนี้ เรายังต้องมีมาตรการเข้าไปช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อช่วยเหลือสำหรับผู้ที่ได้รับกระทบในวงกว้างด้วย โดยเฉพาะผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งธนาคารเฉพาะกิจควรเข้าไปช่วยเรื่องการปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการและรวมถึงผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอีรายย่อย ธุรกิจท่องเที่ยว และรวมถึงเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการนำเข้าสินค้าจีนด้วย

“เราต้องเติมเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ที่ผ่านมา การปล่อยสินเชื่ออยู่ในระดับคงที่และน้อยลง แปลว่า เศรษฐกิจชะลอตัว สถาบันการเงินเองขาดความมั่นใจ แต่ในส่วนแบงก์รัฐยังทำหน้าที่ได้ แปลว่าแบงก์รัฐตอบสนองต่อนโยบายทั้งเรื่องการปล่อยสินเชื่อและการช่วยเหลือลูกหนี้”

ทั้งนี้ ล่าสุดหนี้ครัวเรือนได้ลดลงจาก 91% ต่อจีดีพีในปีที่แล้ว เหลือ 86% ต่อจีดีพี แต่จำนวนหนี้ไม่ได้ลดลง หมายความว่า จีดีพีหรือตัวหารเราขยายตัวมากขึ้น อย่างไรก็ดี รัฐบาลก็จะเร่งแก้ไขหนี้เสียให้ได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มหนี้รายย่อยที่มีมูลหนี้ต่ำกว่า 100,000 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...