หุ้นไทยวันนี้ย่อตัวในกรอบ 1,100-1,120 จุด กังวล “ทรัมป์” ไม่ยืดเส้นตายขึ้นภาษี 9 ก.ค.-การเมืองยังไม่แน่นอน
หุ้นไทยวันนี้ 2 ก.ค. นักวิเคราะห์คาดย่อตัวในกรอบ 1,100-1,120 จุด กลับมากังวลสงครามการค้าอีกครั้ง หลัง ทรัมป์ ระบุว่าไม่มีแผนขยายระยะเวลาผ่อนผันภาษีตอบโต้จากกำหนด 9 ก.ค. ขณะที่ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้เด้งขึ้นรับการเมืองลดความร้อนแรงหลังศาลสั่งนายกหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังมีความไม่แน่นอนจากคดีความต่าง ๆ รวมทั้งการชุมนุมของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล
2 กรกฎาคม 2568บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดแกว่งไซด์เวย์ ต้องไม่กลับไปหลุดตากว่า 1,105/1,100 จึงจะเป็นการแกว่งตัวเพื่อรอขึ้น มีแนวต้านที่ 1,120/1,128 ผ่านได้จึงจะเป็นสัญญาณยืนยันของการแกว่งตัวขึ้นรอบใหม่ ปัจจัยในประเทศเรื่องการเมืองมีความชัดเจนระดับหนึ่งจากการปรับ ครม. หากการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ และ พรบ. งบประมาณปี 2569 ยังไม่สะดุดไม่กลับมากดดันตลาด
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์และผันผวนต่อ หลังยังรอความชัดเจนของปจจัยทั้งในและนอกประเทศ โดยปัจจัยภายนอกติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และความคืบหน้าการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯ หลังใกล้เส้นตาย 9 ก.ค. ขณะที่ปัจจัยภายในติดตามเสถียรภาพทางการเมืองและปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา
อย่างไรก็ดีประเมิน SET ที่บริเวณตากว่า 1,100 จุด คิดเป็น PER ปี 2568 ต่ำกว่า 12 เท่า ยังเปนจุดที่เหมาะสมสําหรับนักลงทุนระยะกลาง-ยาว โดยกลยุทธ์ลงทุนคงแนะนําให้ “Selective Buy”
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสอ่อนตัวลง จากความกังวลสงครามการค้ากลับมากดดันอีกครั้งเมื่อประธานาธิบดีสหรัฐฯออกมายืนยันว่าไม่มีแผนขยายเวลาผ่อนผันการเรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับประเทศคู่ค้าหลังเส้นตายวันที่ 9 ก.ค.
ขณะที่ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้ดีดกลับจากประเด็นศาลรัฐธรรมนูญสั่ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หยุดปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ความร้อนแรงทางการเมืองลดลง โดยเฉพาะจากการชุมนุมของกลุ่มที่เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ถือว่ามีความไม่แน่นอนค่อนข้างมาก เพราะยังมีเรื่องคดีความต่าง ๆ รวมทั้งการชุมนุมที่ยังไม่ได้ยุติลง ซึ่งอาจกระทบการทำงานรัฐบาล และการผลักดันนโยบายต่าง ๆ ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจด้วย
ประเด็นที่ต้องติดตามวันนี้ คือ การเปิดเผยตัวเลขจ้างงานของสหรัฐ หลังจากท่าทีของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังมีโทนระมัดระวังเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยยังรอดูตัวเลขเศรษฐกิจก่อน ขณะที่วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติด้วยคะแนนเสียงฉิวเฉียด 51-50 อนุมัติต่อร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) ปรับตัวสูงขึ้น จากประเด็นดังกล่าวอาจทำให้นักลงทุนกังวลสหรัฐขาดดุลงบประมาณมากขึ้น โดยให้กรอบแนวรับ 1,100-1,090 จุด และแนวต้าน 1,120-1,125 จุด
บล.พาย ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1,100 - 1,120 อาจพักฐานบ้างหลังเมื่อวานปรับขึ้นมาแรง +1.8% และบรรยากาศรอบด้านเริ่มเป็นลบอาจสร้างแรงกดดันเชิงจิตวิทยาต่อตลาดหุ้นไทย ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนนักลงทุนระยะสั้นอาจเลือกแบ่งทำกำไรแต่หากเป็นนักลงทุนระยะกลางขึ้นไปยังแนะรอจังหวะสะสมช่วงย่อตัวเพราะมองไปข้างหน้ามีปัจจัยหนุนจากเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯผสานกับ Valuation หุ้นไทยที่ยังไม่แพง
ยังเน้นที่หุ้นใหญ่ อาทิ ศูนย์การค้า (CPN) ค้าปลีก (CPALL HMPRO CRC) ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KTB SCB) การเงิน (MTC SAWAD) ส่งออก (TU ITC)