'ประยุทธ์' อารมณ์บ่จอย! สื่อตีข่าว 'ธรรมนัส' พ้อมีแต่เรื่องกระจ๊อกกระแจ๊ก น่าเบื่อ
‘ประยุทธ์’ อารมณ์บ่จอย! หลังสื่อนอกตีข่าว ‘ธรรมนัส’ แขวะสื่อถามให้อารมณ์เสียอยู่เรื่อย ขอลดข่าวที่กระพี้ ชวนดู “จิ๋นซี ฮ่องเต้” งอนอีก! อย่าไปสนใจเรื่องอะไรไม่รู้ ปล่อยมุขอยากติดหนวด-ปลอมตัวไปไหนมาไหนบ้าง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ก่อนการประชุมเช้าวันเดียวกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้าเคร่งเครียดและอารมณ์ไม่สู้ดีนัก คาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องที่สื่อต่างประเทศพาดพิง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ พัวพันคดียาเสพติดและต้องโทษจำคุก 4 ปี ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงประเด็นดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถามและมีสีหน้าเรียบตึง
ทั้งนี้ ก่อนการประชุม ครม. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นำเสนอผลการปฏิบัติงานในการคุ้มครองผู้บริโภคด้านโฆษณา มาตรการในการแก้ไขปัญหาด้านอสังหาริมทรัพย์และรถยนต์ การตรวจฉลากสินค้าจัดทำฉลากเป็นเท็จหรือเกินความจริงรวมทั้งการตรวจค้นจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า บารากู่ และสินค้าอันตรายที่มีคำสั่งห้ามขาย
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
นอกจากนี้ ได้นำเสนอโครงการ “สคบ. งดพลาสติก หิ้วปิ่นโต โชว์ถุงผ้า” ซึ่งเป็นโครงการที่เจ้าหน้าที่ สคบ. ร่วมกันรณรงค์ซื้อสินค้าไม่รับถุงพลาสติก ใช้ปิ่นโต และถุงผ้าในการบรรจุอาหารเพื่อช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพื่อเป็นตัวอย่างให้ข้าราชการทุกหน่วยงาน โดยนายเทวัญ ได้มอบปิ่นโตและถุงผ้า สคบ. ให้แก่นายกฯ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนงดพลาสติก หิ้วปิ่นโต โชว์ถุงผ้าอย่างกว้างขวางต่อไป
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้ช่วยกันเพื่อที่ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น ทุกคนต้องช่วยกันแก้ปัญหา จากนั้น นายกฯ ได้กล่าวกับนายเทวัญว่า ขอให้ไปดูในโซเชี่ยลด้วยเพราะมีหลายเรื่อง มีปัญหาหลายด้านหลายอย่าง รัฐบาลเองก็พยายามทำอย่างเต็มที่ *แต่พอรัฐบาลทำเต็มที่ก็จะมีเรื่องกระจ๊อกกระแจ๊ก น่าเบื่อเข้ามาอีก* พร้อมกับกล่าวกับเจ้าหน้าที่ว่า วันนี้ต้องทำงานเพิ่มอีกหลายเท่า รวมทั้งเรื่องโซเชี่ยลต้องเร่งแก้ไข เพราะมันออกไปแล้วคนเชื่อทันที
ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข นำชุดสุขภาพวัยทำงาน 10 package ‘ปลอดภัยดี สุขภาพดี งานดี มีความสุข ในสถานประกอบการ’ มาแสดงโชว์ต่อนายกฯ กระตุ้นวัยทำงานดูแลสุขภาพตนเอง สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งจากข้อมูลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยของมหาวิทยาลัยมหิดล โดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2557 พบว่า ประชากรวัยทำงาน ร้อยละ 9 เป็นโรคเบาหวาน ร้อยละ 25 เป็นความดันโลหิตสูง ผู้หญิง ร้อยละ 55 และผู้ชาย ร้อยละ 42 มีภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน ผู้หญิง ร้อยละ 20 และผู้ชายร้อยละ 19 มีกิจกรรมทางกาย ไม่เพียงพอ เป็นปัญหาสุขภาพวัยทำงานที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรวัยทำงาน อายุ 15-59 ปี ประมาณ 56 ล้านคน หรือ 2 ใน 3 ของประชากรทั่วประเทศ จึงต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาประชากรกลุ่มนี้ในทุกๆ ด้าน เพื่อให้คนวัยทำงาน มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีจากการทำงาน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ทำนั้นดีแล้ว แต่ต้องพยายามลดโรคที่เป็นโรคติดต่อเรื้อรังลง อีกทั้งในการทำงานต้องชี้แจงและทำความเข้าใจว่าเรากำลังทำอะไรอยู่บ้าง รวมทั้งต้องสร้างความเข้าใจกับหน่วยงานรัฐว่าเราจะทำงานร่วมกันอย่างไร “จะได้ลดข่าวที่เป็นข่าวกระพี้ๆ ลง ถามกันให้อารมณ์เสียอยู่เรื่อย”
จากนั้น นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม นำคณะผู้บริหาร เข้าพบนายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมพิเศษ เรื่อง จิ๋นซี ฮ่องเต้:จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยจะมีพิธีเปิดนิทรรศการในวันที่ 15 ก.ย. และเปิดให้ประชาชนเข้าชมถึงวันที่ 15 ธ.ค.นี้ เวลา 09.00-16.00 น. ปิดวันจันทร์-อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ค่าธรรมเนียมเข้าชม คนไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท โดยได้มีนักแสดงแต่งตัวเป็นทหารจีนและมีนักดนตรีบรรเลงเพลงจีน เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมดังกล่าว ขณะที่ นายกฯ กล่าวเชิญชวนว่า ขอให้ไปดูกัน เพราะหาดูได้ยาก ขอให้ประชาสัมพันธ์กันเยอะๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกฯ ได้หันไปถามรัฐมนตรีว่า ได้ไปดูกันหรือยัง เป็นทหารที่ปั้นจากดินเผาที่ถูกฝังไว้ใต้ดิน เห็นเขาบอกรูปปั้นหน้าไม่เหมือนกันซักคน ตนอยากให้คนไทยสนใจเรื่องนี้ ดีกว่าไปสนใจอะไรไม่รู้ ก่อนที่นายกฯ หันไปถามนักแสดงที่แต่งตัวเป็นทหารจีนว่า หนวดที่ทำมาล้างออกไหม วันหลังว่าจะติดหนวดบ้างจะได้เดินไปไหนมาไหนได้บ้าง
จากนั้น นายกฯ ได้เรียกรัฐมนตรีทั้งหมดที่ร่วมกิจกรรมช่วงเช้าก่อนประชุม ครม.ถ่ายภาพร่วมกัน พร้อมกล่าวว่า “มาถ่ายรูปกันให้หมด เพราะเราทำงานร่วมกันแล้ว”