โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

5 สมุนไพรไทย ช่วยรักษา โรคกระเพาะอาหาร แบบไม่ต้องพึ่งยา!!

MThai.com

เผยแพร่ 14 เม.ย. 2562 เวลา 14.06 น.
โรคกระเพาะอาหาร เป็นโรคที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารหรือเกิดการอักเสบของเยื่อกระเพาะอาหาร

โรคกระเพาะอาหาร เป็นโรคที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารหรือเกิดการอักเสบของเยื่อกระเพาะอาหาร ซึ่งสามารถรักษาโรคกระเพาะอาหารให้หายขาดได้ สมุนไพรไทยหลายชนิดช่วยบรรเทาอาการของโรคกระเพาะอาหารได้ มาดูกันเลยว่ามีสมุนไพรชนิดไหนบ้าง

5 สมุนไพรช่วยรักษา โรคกระเพาะอาหาร

กล้วยน้ำว้า

ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารได้เพราะในกล้วยดิบมีสารที่ชื่อว่า แทนนิน มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย และยังมีสารอีกตัวที่สำคัญคือ เซโรโทนิน ที่จะช่วยกระตุ้นให้กระเพาะอาหารผลิตเยื่อเมือกมากขึ้น จึงช่วยเคลือบแผลที่กระเพาะ ลดการระคายเคือง ความแสบร้อนลงได้ กล้วยน้ำว้าดิบจึงมีฤทธิ์ทั้งช่วยป้องกันและรักษาแผลในกระเพาะอาหารอีกด้วย

กระเจี๊ยบเขียว

มีสรรพคุณช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร เพราะในกระเจี๊ยบมีเมือกอย่างสารเพกทินและกัม ที่จะช่วยเคลือบแผลกระเพาะอาหารและลำไส้ได้ดี จึงช่วยบรรเทาอาการปวดท้องของผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะ เยื่อบุกระเพาะและลำไส้อักเสบ และยังลดความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งลำไส้ใหญ่

ขมิ้นชัน

เป็นสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อนมีฤทธิ์ขับลม แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ดี ทั้งยังช่วยบรรเทาอาการอาหารไม่ย่อย ที่สำคัญขมิ้นชันยังช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการปวดท้องเนื่องจากกระเพาะอาหารเป็นแผล อีกทั้งยังช่วยต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่

ว่านหางจระเข้

เมื่อรับประทานจะช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร โดยช่วยสมานของแผลในกระเพาะได้เร็วขึ้น และช่วยบรรเทากรดไหลย้อนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยบำรุงร่างกาย แก้ร้อนใน ดูดพิษร้อนภายในร่างกาย รวมทั้งช่วยบรรเทาอาการของผู้ป่วยโรคลำไส้ได้ดีอีกด้วย

สะเดา

จะช่วยลดการหลั่งกรดในกระเพาะและมีสรรพคุณช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ รวมทั้งช่วยลดกรดไฮโดรคลอริคในกระเพาะอาหารอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...