ย้อนเส้นทาง ใหม่ เจริญปุระ กว่าจะเป็นนางเอกไม่ใช่เรื่องง่าย-ทำงานหนักจนน้ำตาตก
ฝากฝีมือไว้ในละครเรื่องล่าสุด กรงกรรม ที่ทำเอาชื่อของนักร้องสาว ใหม่ เจริญปุระ นั้นได้ขึ้นแท่นนักแสดงมากฝีมืออีกครั้ง ล่าสุดเธอได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บSHOW ทางช่อง ONE31 โดยได้บอกเล่าถึงความภูมิใจที่ผลงานนั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก
“มันก็เป็นความปลื้มปริ่ม หายเหนื่อยแล้วก็ภูมิในมากในฐานะที่เราเกิดมาจากการเป็นนักแสดง”
ก่อนจะเล่าถึงสาเหตุที่เลือกเล่นเรื่องนี้ หลังจากห่างหายจากงานแสดงไปเป็น 10 ปี ว่าเป็นเพราะผู้จัดอย่าง อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ และแดง ธัญญา วชิรบรรจง “ตอนแรกเคยมีคนติดต่อให้เล่นแบบมีลูกเล็ก เราก็ยังรู้สึกว่าไม่เอาอะเดี๋ยวคนติดภาพ พี่อ๊อฟก็บอกว่าใจเย็นๆ เอ็งอ่านก่อน พี่แดงบอกว่าเรื่องนี้เอาหัวเป็นประกัน เราก็โอ้โห ขนาดนี้เชียวหรอ แล้วพอเราได้อ่านบทจริงๆ มันจี๊ดหัวใจจริงๆ เราก็เลยรู้สึกว่าถ้าไม่เล่นก็บ้าแล้ว” หากจะย้อนไปถึงเส้นทางการเป็นนักแสดงของใหม่ เจริญปุระ นั้น เจ้าตัวก็ว่า
“ถ้าย้อนกลับไปตอนเราเกิดใหม่ๆ โอ้โห..เต้นกิน รำกินไม่ไหวหรอกผู้หญิงคนนี้”
“แต่ก่อนกลับโดนดูถูกด้วยซ้ำไป คือพี่สาวใหม่สวยๆ คุณพ่อเขาก็จะไปจัดการกับผู้กำกับว่าอย่ามายุ่งกับลูกนะ พอถึงคิวใหม่เป็นลูกเป็ดขี้เหร่ก็คงไม่มีใครมอง แต่ทีนี้พ่อเองมาบอกว่าพ่อประสบความสำเร็จ เดี๋ยวไปเล่นละครพ่อกัน แต่พอพ่อพูดเสร็จพ่อหายไป เราก็รอกับแม่” จนกระทั่งได้ไปเจออาจารย์คนนึงในงานเลี้ยง แนะนำตัวเองบอกว่ามาขอสมัครเล่นหนัง “อาจารย์เขาถามว่าอยู่ที่ไหน เราก็เลยบอกว่าเรียนอยู่อังกฤษ แล้วเขาก็ถามต่อว่าแล้วพ่อแม่ล่ะ เราก็ไม่ได้เตรียมมา บอกว่าพ่อแม่ค้าขาย แล้วเขาถามชื่ออะไร เราก็บอกว่า ชื่อใหม่” “แล้วตอนนั้นนักข่าวกำลังรุมอาจารย์ พอเขาได้ยินชื่อใหม่ก็หันมาบอกว่าถ่ายนางเอกใหม่หน่อย เราก็อุ้ย..ทำไมเป็นนางเอกง่ายจังเลย” แต่กระนั้นกว่าจะได้เล่นหนังเรื่องแรกจริงๆ เวลาก็ผ่านไปเป็นปี “ท่านก็พาไปได้ไปเจอกับหม่อมเจ้าทิพยฉัตร ฉัตรชัย ก็แนะนำให้รู้จักนางเอก ท่านก็บอกว่าไม่ต้องแนะนำ ผมรู้จักนี่ลูก รุจน์ รณภพ” ที่ทำเอาใหม่บอกว่า ‘สลดเลย’ “เพราะว่าถ้าเกิดลูกรุจน์คือฉันจบเลย เพราะพ่อค่อนข้างดุ” “แล้วจากนั้นไม่นานพี่สาวก็แต่งงานก็มีโอกาสไปเจอกับพ่อและอาจารย์ไพจิตรในงาน เราก็มองกับแม่ แน่นอนแล้วเขาต้องคุยกันแน่ แล้วพ่อก็ไปคุยจริงๆ แล้วอาจารย์ก็มาเล่าทีหลังว่า พ่อบอกขอร้องอย่ายุ่งกับลูกผม ผมขอเลยไม่ต้องเอาเขาไปเลย ให้เขาไปเรียนหนังสือ อย่ามายุ่ง” “อาจารย์บอกว่าผมทำแบบนี้กับเด็กคนนี้ไม่ได้ มันฝัน มันหวังของมันเหลือเกิน แล้วผมเซตกองถ่ายไว้หมดแล้ว เตรียมเรื่องราว ซื้อตั๋วไว้หมดแล้วจะไปถ่ายที่อังกฤษกัน พ่อก็พูดไม่ออก”
ซึ่งการเป็นลูกสาวของ รุจน์ รณภพ ผู้กำกับชื่อดังนั้น ก็ทำให้ใหม่เจอคำครหาว่าเป็นเด็กเส้น ทั้งยังมีคำถามที่เธอบอกว่าจี๊ดหัวใจที่สุดคือ “ทุกคนถามทำไมไม่เล่นหนังพ่อ เราก็ถามพ่อเรื่องจะเอาเราไปเล่นหนัง เขาก็กลายเป็นอีกแบบ เขาบอกว่าก็ลูกดังแล้ว เดี๋ยวเหมือนพ่อมาคว้าตอนลูกดัง ก็เป็นแบบนั้นไปอีก เรารก็เลยคิดว่าชีวิตนี้คงไม่มีโอกาสเล่นกับพ่อแล้วล่ะ” ทั้งนี้ใหม่ยอมรับว่าเคยรู้สึกเสียดายที่ไม่เคยได้เล่นหนังของพ่อ แต่ถ้ามองมุมกลับมันก็ทำให้เธอได้ผ่านความยากลำบาก จนแกร่งและมีความพยายามที่จะพัฒนาตัวเองมาถึงวันนี้ “ถ้าเกิดพ่อเอาไปเล่นเราอาจจะสบายใจได้ เป็นลูกรุจน์พ่อก็ต้องเขียนบทที่ดีให้เราคงไม่ต้องผ่านความยากลำบากเหล่านั้น” “เพราะฉะนั้นไม่เล่นก็ไม่เป็นไร ก่อนพ่อจะจากไปพ่อพูดอะไรไว้เยอะแยะมากมาย ที่ทำให้เรารู้สึกว่าแบบภูมิใจยิ่งกว่าได้เล่นละครได้เล่นหนังของพ่อ พ่อก็จะบอกคนอื่นและบอกใหม่ว่าภูมิใจนะที่คุณเกิดมาเป็นลูกผม ผมดีใจจังเลย ใหม่น้ำตาแตก รู้สึกว่าถึงเราจะไม่ได้ทำงานด้วยกันแค่เป็นพ่อ ลูกกัน มันก็ที่สุดแล้ว” อย่างไรก็ตามเมื่อสอบถามถึงเรื่องราวเมื่อ 5 ปีก่อน ที่เธอประกาศออกจากวงการ ใหม่ก็เล่าว่า
“คือใหม่แค่รู้สึกว่ามันอิ่มตัว แบบไม่ต้องรอคนมาไล่ เราไล่ตัวเราเองนี่แหละ พี่รู้สึกว่าทำมาเยอะไม่เคยหยุดเลยอยากให้อะไรกับตัวเองจริงๆ เคยบอกว่าพี่หนูหยุดปีนึงได้ไหมไม่ได้ 6 เดือนก็ไม่ได้ งั้นเราคงต้องหยุดตัวเองแล้ว”
“คือแบบว่าเหนื่อยมาก เหนื่อยเจียนตาย ตอนนั้นก็นั่งอยู่ที่พื้นแล้วโทรไปหาแม่บอกว่าแม่ไม่ไหวแล้ว แม่ขายที่ มีอะไรก็ไปขาย เราไม่ต้องทำงานแบบนี้อีกต่อไปแล้ว แม่คงช็อก เพราะเสียงที่ใหม่กรีดร้อง คือตอนนั้นเป็นคอนเสิร์ต 25 ปีใหม่ เจริญปุระ เราเดินออกไปโทรหาแม่ เพราะไม่ไหวแล้วทานข้าวไปน้ำตาตกในชามก๋วยเตี๋ยว คือแบบเหนื่อยจังเลย”
ฟังเรื่องราวทั้งหมดของ ใหม่ เจริญปุระ ได้ที่นี่