โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

สธ.เผย "โควิด-19" ในไทย ชายอัตราป่วยตายมากกว่าหญิง 4 เท่า

MATICHON ONLINE

อัพเดต 17 เม.ย. 2563 เวลา 10.40 น. • เผยแพร่ 17 เม.ย. 2563 เวลา 10.34 น.

สธ.เผย “โควิด-19” ในไทย ชายอัตราป่วยตายมากกว่าหญิง 4 เท่า ย้ำรักษามาตรการสวมหน้ากากผ้าต่อไป

โควิด-19 เมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม – วันที่ 17 เมษายน มีผู้ป่วย 2,700 ราย เสียชีวิต 47 ราย คิดเป็นอัตราป่วยตายร้อยละ 1.7 ต่ำกว่าอัตราป่วยตายของทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 6 อยู่ถึง 4 เท่า และพบว่า เพศชายมีอัตราป่วยตายมากกว่าเพศหญิง 4 เท่า เนื่องจากมีพฤติกรรมเสี่ยงมากกว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ ไต ภาวะอ้วน เป็นต้น แต่บางรายไม่มีโรคประจำตัว ดังนั้น ทุกคนจึงไม่ควรประมาท

นพ.โสภณ กล่าวว่า ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพอนามัยของตนเอง ปฏิบัติตามคำแนะนำของ สธ.อย่างเคร่งครัด ได้แก่ การสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงไปในพื้นที่เสี่ยง และเว้นระยะห่างทางสังคม หากปฏิบัติได้จะช่วยลดโอกาสการแพร่เชื้อได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเสียชีวิตได้ง่าย จากสถิติพบว่า กลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 70 ปี มีอัตราเสียชีวิตถึงร้อยละ 12.1 จึงเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการปกป้องให้ปลอดภัย

“อย่างไรก็ตาม วิธีป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ที่ดีที่สุด คือ ต้องระวังตนเองไม่ให้ป่วย สำหรับตัวเลขการติดเชื้อโควิด-19 ของบุคลากรทางการแพทย์ในประเทศ ข้อมูลวันที่ 14 เมษายน พบ 99 ราย เพศหญิง 71 ราย และเพศชาย 28 ราย โดยพบความเสี่ยงในการติดเชื้อ 2 รูปแบบ คือ ติดเชื้อขณะปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาล จากการให้การดูแลและรักษาผู้ป่วย ร้อยละ 73.68 สัมผัสเพื่อนร่วมงานที่ติดเชื้อในโรงพยาบาล ร้อยละ15.7 ซักประวัติและคัดกรองผู้ป่วยร้อยละ 2.63 อีกร้อยละ 3 ติดจากการปฏิบัติงานไม่สามารถระบุได้ชัดเจน และการติดเชื้อในขณะใช้ชีวิตประจำวันทั่วไป” นพ.โสภณ กล่าว

นพ.โสภณ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่บุคลากรทางการแพทย์ต้องปฏิบัตินอกจากป้องกันตนเองในขณะปฏิบัติงานแล้ว ควรป้องกันขณะดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า หมั่นล้างมือ รักษาระยะห่างกับผู้อื่น และขอความร่วมมือประชาชนให้แจ้งข้อมูลหรือประวัติความเสี่ยง ซึ่งมีความสำคัญที่จะช่วยลดโอกาสการแพร่กระจายเชื้อสู่บุคลากรทางการแพทย์

 

นอกจากนี้ นพ.โสภณ กล่าวว่า ส่วนการผ่อนคลายมาตรการป้องกันโรคที่ดีที่สุดคือ การไม่กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม และการสวมหน้ากากอนามัยชนิดผ้า มีผลทำให้การติดเชื้อในประเทศไทยลดลง และเริ่มมีการยอมรับในต่างประเทศแล้วว่า การสวมหน้ากากผ้าเป็นคำแนะนำในการป้องกันการติดเชื้อของโรคได้ เนื่องจากป้องกันได้ทั้งในส่วนของการรับเชื้อของผู้ที่ยังไม่ป่วย รวมถึงการแพร่เชื้อในผู้ที่มีอาการป่วยแล้วหากสวมหน้ากากอนามัยป้องกัน น้ำมูก น้ำลาย สารคัดหลั่ง ก็จะไม่แพร่ไปสู่ผู้อื่นได้

“จะเห็นได้ว่า มาตรการการสวมหน้ากากผ้าของคนไทยมีมากถึงร้อยละ 90 และหากมีการรักษามาตรการอย่างต่อเนื่องไปจนกว่าจะมีการปลดล็อกมาตรการอื่นๆ ความเสี่ยงในการติดเชื้อใหม่ก็จะต่ำ รวมถึงทำควบคู่กับมาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคมก็สามารถช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคได้มากยิ่งขึ้น” นพ.โสภณ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...