มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม เชียงใหม่ นำกระต่ายจากการเลี้ยงเพื่อฆ่า เสี่ยงตาย มาฟื้นฟู มีมากกว่า 1,000 ตัว
อีจันได้ไปเจอชาวเน็ตแชร์ภาพเจ้ากระต่ายน้อย ที่อยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ เปรียบดังอาณาจักรกระต่ายขนาดย่อม ที่จันเห็นแล้วต้องร้องว้าวออกมาทันที เพราะมันเยอะมาก(ก.ไก่ล้านตัว) แถมตัวอ้วนน่ารักน่าชัง
จนในที่สุดจันก็สามารถหาถิ่นที่อยู่ของเจ้ากระต่ายน้อยพวกนี้ได้ นั่นก็คือที่ มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม จ.เชียงใหม่ ซึ่งจันก็ได้ส่งอีเมลล์ไปสอบถามถึงที่มาที่ไป ว่าเจ้ากระต่ายพวกนี้นำมาจากที่ไหน พี่ๆที่มูลนิธิฯก็ให้คำตอบมาได้ความว่า
จริงๆแล้วทางมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม ได้เริ่มต้นดำเนินงานเพื่ออนุรักษ์และปกป้องช้างมาตั้งแต่เริ่มต้น แต่ทางมูลนิธิฯได้เห็นสภาพของสัตว์ชนิดอื่นๆ ที่ได้รับความทุกข์ทรมาน จึงได้ช่วยเหลือสัตว์ชนิดอื่นๆด้วย ไม่เพียงแต่ช้างเท่านั้น ไม่ว่าสัตว์เล็กหรือสัตว์ใหญ่ที่ต้องการความช่วยเหลือ มูลนิธิฯก็ช่วยทั้งนั้น อาทิเช่น ไก่ เป็ด ห่าน สุนัข แมว ม้า วัว ควาย เป็นต้น
ส่วนที่เห็นว่ามีกระต่ายเยอะมาก(ก.ไก่ล้านตัว)นี้ เป็นเพราะว่า ตอนแรกมีชาวบ้านนำกระต่ายมาทิ้งที่มูลนิธิฯ ซึ่งกระต่ายที่นำมาทิ้งนั้นมีขนติดกันเป็นก้อนๆ และเป็นเรื้อนเต็มทั้งตัว ทางมูลนิธิ ฯจึงนำมาเลี้ยงก่อนประมาณ 3 ตัว หลังจากนั้นมีคนติดต่อมาบอกว่าสวนสัตว์เอกชนแห่งหนึ่ง มีการเลี้ยงดูสัตว์แบบทิ้งๆขว้างๆ รวมทั้งกระต่ายด้วย ปล่อยให้กระต่ายกินกระต่ายด้วยกันเองในกรง จนกระทั่งทางมูลนิธิฯไปเจอและได้เห็นความเป็นอยู่ที่โหดร้าย จึงตัดสินใจไปรับมาเลี้ยงอีก 8 ตัว ในจำนวนนั้นมีกระต่ายตั้งท้องมาด้วย 2 ตัว หลังจากนั้นรอจนกระต่ายคลอด มูลนิธิฯจึงนำมารักษาพร้อมกับทำหมันให้ ทั้งนี้กระต่ายตัวอื่นๆที่ทางมูลนิธิฯรับมาก็จะทำหมันให้ทั้งหมด เพื่อควบคุมการขยายพันธุ์ เนื่องจากมูลนิธิฯมีนโยบายที่จะช่วยเหลือกระต่ายที่ต้องการความช่วยเหลือเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันได้รับดูแลกระต่ายเกือบ 1,000 ตัวแล้ว เป็นกระต่ายตัวโตทั้งหมด ทั้งตัวผู้ตัวเมีย อ้วนท้วนสมบูรณ์ดีทั้งนั้น
จันจึงได้ถามต่อไปว่า กระต่ายเยอะขนาดนี้ ได้เปิดให้ผู้คนเข้าเยี่ยมชมบ้างไหม เพราะพวกมันน่ารักมากๆ ทางมูลนิธิฯก็บอกว่า ตอนนี้เนื่องจากเพิ่งเริ่มต้นในการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ความเป็นอยู่ให้กระต่าย จึงยังไม่สามารถให้เยี่ยมชมได้ ต้องทำการแบ่งโซนให้กระต่ายอยู่ก่อน เพราะกระต่ายแต่ละตัวที่มาอยู่ที่นี่ มีสภาวะเครียดและบาดเจ็บ ทางมูลนิธิฯจึงให้มีเฉพาะผู้เลี้ยงที่เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด ยังไม่สามารถเปิดให้เยี่ยมชมได้ และในอนาคตจะเปิดให้เข้าชมหรือไม่นั้น ก็ต้องแล้วแต่สภาพจิตใจและร่างกายของกระต่าย
ในส่วนของการดูแลให้อาหารนั้น ก็ให้ตามหลัก ทั้งหญ้าแห้ง หญ้าสด อาหารเสริม มีการสร้างบ้าน สร้างแหล่งน้ำที่สะอาดให้กระต่าย มีบ้านฟางให้กระต่ายได้อยู่ด้วย และปัจจุบันกระต่ายสามารถขุดรูอยู่ได้ ในฤดูหนาวทางมูลนิธิฯก็จะมีฟางหญ้าฟางข้าว เพื่อสร้างบ้านที่อบอุ่นให้กระต่าย พร้อมทั้งสร้างอุปกรณ์ของเล่นให้เขาด้วยเพื่อให้กระต่ายได้คลายเครียด ส่วนท่านใดที่อยากจะบริจาคอาหารมาให้เจ้ากระต่ายพวกนี้ก็สามารถบริจาคมาได้ ทั้งอาหารเม็ดของกระต่ายหรือหญ้าแห้ง หญ้าสด อาหารเสริมสำหรับกระต่าย ที่มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม จ.เชียงใหม่
เห็นพี่ๆที่มูลนิธิฯดูแลกระต่ายดีขนาดนี้ จันก็นึกไปถึงว่าคนทั่วไป ที่ชื่นชอบกระต่ายและมีการซื้อมาเลี้ยงนั้นก็เยอะ แต่อัตราการรอดก็ไม่แน่ไม่นอน จันจึงได้สอบถามวิธีการดูแลกระต่ายที่ถูกต้องว่าควรจะทำอย่างไร เพื่อให้น้องอยู่กับเราได้นานๆ พี่ๆเขาก็ให้คำแนะนำมาว่า อย่าใส่กระต่ายในกรงขัง เพราะกระต่ายจะเครียด ควรต้องมีแหล่งน้ำที่สะอาดให้เขาได้กิน ดูแลขนกระต่ายอย่าให้ติดกัน ควรพากระต่ายไปตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ทำหมันกระต่ายทุกตัว อย่าให้ขยายพันธุ์ และควรให้ถ่ายพยาธิหรือตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ซึ่งกระต่ายจะมีอายุอยู่ได้ประมาณ 5-10 ปี
นอกจากนี้จันก็ยังนึกไปถึงธุรกิจค้าขายกระต่าย ที่เรามักเห็นเป็นประจำตามตลาดนัดใหญ่ๆ งานเทศกาลประจำปีทั่วประเทศ ที่มักจะมีคนนำกระต่ายมส่กรงมาขาย เรียกลูกค้าที่แพ้ความน่ารักไปได้เยอะ แต่จริงๆแล้ว อัตราการรอดของกระต่ายเหล่านี้น้อยมาก พี่ๆที่มูลนิธิฯจึงอยากฝากบอกกับผู้ค้า และทุกคนที่ชอบกระต่ายและอยากเลี้ยง ว่าควรดูแลกระต่ายให้ดี เพราะกระต่ายบอบบาง และตายง่าย กระต่ายก็มีชีวิตเหมือนกันเขาไม่ใช่สิ่งของ ผู้เลี้ยงจะต้องมุ่งเน้นในเรื่องของความรักและความเมตตา กระต่ายเป็นสัตว์ที่น่ารักมาก ถ้าเราเลี้ยงเขาอย่างถูกวิธี เขาสามารถเป็นสัตว์เลี้ยงที่สร้างความสุขให้กับผู้เลี้ยงได้ ดังนั้นต้องมีความรับผิดชอบต่อกระต่ายของตัวเอง จงอย่าทิ้งขว้างเขา ให้อาหารเขาอย่างสม่ำเสมอ ดูแลรักษาเขาให้ดี ให้ยาเขาในยามที่เขาเจ็บป่วย และสิ่งสำคัญอย่าเลี้ยงกระต่ายไว้กับสุนัขเพราะเขาจะเครียด ควรจัดพื้นที่ให้กระต่ายได้อยู่อย่างธรรมชาติมากที่สุด อย่างเช่น อยู่บนดินที่เขาสามารถขุดดินได้ อย่าเลี้ยงกระต่ายในกรงเล็กๆ อย่าเลี้ยงในบ้านที่เป็นซีเมนต์ ทำความสะอาดจุดเลี้ยงของกระต่ายทุกวัน เปลี่ยนน้ำเปลี่ยนอาหารตลอด หวังให้ผู้เลี้ย เลี้ยงกระต่ายตลอดจนหมดสิ้นอายุขัย และสุดท้าย อย่านำกระต่ายมาทิ้ง ไม่ว่าจะที่ไหนหรือที่มูลนิธิฯก็ตาม เพราะทางมูลนิธิรับภาระในการดูแลสัตว์หลายชนิตเยอะแล้ว
จันหวังว่าทุกคนที่ได้เข้ามาอ่านบทความอาณาจักรกระต่ายนี้ จะได้เล็งเห็นปัญหาในการอยากเลี้ยงสัตว์ของผู้คนในปัจจุบัน และช่วยกันรับผิดชอบต่อการเลี้ยงดูสัตว์เล็กสัตว์น้อยเหล่านั้น ไม่เพียงแต่กระต่ายที่ถูกนำมาทิ้ง แต่สัตว์ทุกชนิดก็ล้วนถูกทิ้งเช่นกัน ดังนั้น อย่ารักเขาแค่ในตอนที่ยังเล็กๆ ยังเห่อใหม่ๆ แต่ขอให้รักเขาด้วยความรักที่พึงมีให้กับสัตว์ร่วมโลกของเรา เพราะสัตว์เหล่านี้ล้วนมีชีวิตจิตใจ ฝากแง่คิดไว้ด้วยนะคะ