หุ้นเทคฯ ฟื้น กองทุน Global Technology ผลตอบแทน 13.3% คว้าแชมป์เดือนม.ค. กองหุ้นจีนอันดับ 2 ทำได้ 8.5 %
มอร์นิ่งสตาร์ เปิด 3 อันดับกองทุนผลงานพลิกบวก กองทุนหุ้นเทคโนโลยีโลก แชมป์ ให้ผลตอบแทน 13.3% ตามมาด้วยกองทุนหุ้นจีน 8.5% กองทุนหุ้นสหรัฐฯ ไล่หลังมาอันดับ 3 ทำได้ 8.4 % ขณะที่เดือนม.ค. เงินไหลเข้ากองทุนตราสารหนี้ 3.6 หมื่นล้านบาท เทอมฟันด์ฮอตสุด บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า จากผลตอบแทนหุ้นทั่วโลกที่ฟื้นตัวในเดือนมกราคม ทำให้ Morningstar Global Market Index อยู่ที่ +7.1% เทียบกับทั้งปี 2565 ที่ติดลบ 17.6% ส่งผลให้กองทุนส่วนใหญ่มีผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นบวกในเดือนที่ผ่านมา นำโดยกลุ่มกองทุนหุ้นเทคโนโลยี ( Global Technology) ที่ให้ผลตอบแทน +13.3% ตามมาด้วยกองทุนหุ้นจีน +8.5% ส่วนกองทุนหุ้นสหรัฐฯ ให้ผลตอบแทนไล่หลังมาอันดับ 3 ที่ทำได้ +8.4 % ในด้านผลตอบแทนติดลบนั้นมีเพียง 3 กลุ่มคือ กลุ่มหุ้นอินเดีย -2.3% กลุ่มกองทุนน้ำมัน (Commodities Energy) -2.2% และหุ้นขนาดใหญ่ (Equity Large-Cap) -0.7% โดย SET TR รอบเดือนมกราคมอยู่ที่ +0.2%
ตารางกลุ่มกองทุนผลตอบแทนเฉลี่ยสูงสุด-ต่ำสุด 5 อันดับ
มอร์นิ่งสตาร์ ได้สรุปภาพรวมอุตสาหกรรมกองทุนรวมไทย ประจำเดือนมกราคม 2566 มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 3.9 ล้านล้านบาท (ไม่รวมกองทุนปิด ETF, REIT, Infra) เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2565 ราว 1.3 % กลุ่มกองทุนหุ้น มีมูลค่าทรัพย์สิน 1.44 ล้านล้านบาท และกองทุนตราสารหนี้อยู่ที่ 1.40 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% และ 2.8% ตามลำดับ กองทุนรวมตราสารหนี้มีเงินไหลเข้ารวม 3.6 หมื่นล้านบาท โดยส่วนใหญ่เกิดจากการเปิดกองทุนใหม่ประเภทเทอมฟันด์ นอกจากนี้ยังมีเงินไหลเข้ากองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ เช่น กลุ่ม Global Bond ที่มีเงินไหลเข้าสุทธิ 5.1 พันล้านบาท หลังจากมีเงินไหลออกสุทธิทั้งปีที่แล้ว 2.2 หมื่นล้านบาท ขณะที่ฝั่งเงินไหลออกสูงสุดยังคงเป็นกลุ่มกองทุนรวมตลาดเงิน ( Money market) ด้วยมูลค่าราว 1.7 หมื่นล้านบาท สะท้อนการกลับเข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าทั้งตราสารหนี้จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และตราสารทุนที่ในเดือนมกราคมโดยรวมเป็นบวก
ตารางกลุ่มกองทุนเงินไหลเข้า-ออกสุทธิสูงสุด
ด้านกองทุนรวมหุ้นระยะยาว ( LTF) มีเงินไหลออกน้อยกว่าปีที่แล้ว มอร์นิ่งสตาร์ ระบุว่า ในปี 2566 นี้เงินครบกำหนดไถ่ถอนตามเงื่อนไข 7 ปีปฏิทินจะเป็นเงินลงทุนจากปี 2560 โดยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีดังกล่าวนั้นมีเงินไหลเข้ากองทุน LTF รวมราว 3.8 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดี ในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีเงินไหลออกสุทธิกองทุน LTF รวม 6.1 พันล้านบาท ต่ำกว่าเดือนมกราคมปี 2565 ที่ 8.4 พันล้านบาท และจากเม็ดเงินกองทุน LTF นี้ ส่งผลให้กองทุนหุ้นไทยขนาดใหญ่ (Equity Large-Cap) มีเงินไหลออกมากเป็นอันดับ 2 ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา