โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'เบทาโกร' ทุ่ม 1.4 พันล้าน เปิดตัวโรงงานอาหารสัตว์อัจฉริยะแห่งแรก โมเดลต้นแบบนำเทคโนฯขับเคลื่อนการผลิต โตยั่งยืน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 13 มี.ค. 2566 เวลา 09.54 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. 2566 เวลา 09.34 น.

เบทาโกร ทุ่ม 1,400 ล้าน เปิดตัว Smart Factory โรงงานอาหารสัตว์อัจฉริยะแห่งแรกที่โคราช ใช้เทคโนโลยีเชื่อมต่อ IoT ขับเคลื่อนกระบวนผลิต คำนึงถึง ESG ผลักดันกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นกว่า 4 ล้านตันต่อปี

นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG เปิดเผยว่า “นโยบายของบริษัท มีความมุ่งมั่นยกระดับระบบซัพพลายเชนของเบทาโกร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ภายใต้แนวคิด ‘PROACTIVE SUSTAINABILITY’ สร้างสรรค์นวัตกรรมแห่งความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริง โดยเดินหน้าลงทุนกว่า 1,400 ล้านบาท นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่มาขับเคลื่อนรากฐานการผลิตก้าวสู่โรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) เต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตและการจัดการทรัพยากร นำร่องแห่งแรก โรงงานอาหารสัตว์เบทาโกร หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ซึ่งจะเป็นโมเดลต้นแบบการขยายสู่โรงงานของเบทาโกรอื่นๆ ต่อไป

“โรงงานอาหารสัตว์เบทาโกร หนองบุญมาก เป็นโรงงานขนาดใหญ่อันดับ 3 ของบริษัท ผลิตอาหารสัตว์หลากหลายชนิด อาทิ สุกร ไก่ไข่ ไก่เนื้อ โดยนำเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) และระบบอัตโนมัติมาใช้ภายในโรงงานซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพการผลิตอาหารที่มีความแม่นยำ (Smart Production) ยิ่งขึ้น ปัจจุบันโรงงานแห่งนี้มีอัตราการเดินเครื่องอยู่ที่ 48% ของการผลิตรวม และจะผลิตเต็มกำลัง 100% ภายในสิ้นปีนี้ ส่งผลให้กำลังการผลิตอาหารสัตว์เพิ่มขึ้นอีกกว่า 600,000 ตันต่อปี หรือเพิ่มขึ้น 18% รวมเป็นกว่า 4 ล้านตันต่อปี รองรับตลาดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและ สปป.ลาว อีกทั้งภายในโรงงานยังได้นำระบบบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์มาเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็วตรงเวลา พร้อมช่วยวางแผนการทำงานที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

นอกจากนี้ภายในโรงงานยังได้นำเทคโนโลยีอันทันสมัยมายกระดับจัดการหลากหลายมิติ ได้แก่ ระบบการบริหารจัดการโรงงาน (Smart Dashboard) ระบบการเก็บตัวอย่างและตรวจสอบคุณภาพ (Smart Sampling) ระบบการจัดเก็บวัตถุดิบที่ควบคุมแบบอัตโนมัติ (Smart Silo) รวมถึงระบบการจัดเก็บและลำเลียงวัตถุดิบอัตโนมัติ (Smart Bulk) และการใช้หุ่นยนต์ในการบรรจุและลำเลียง (Auto packing & Robot) โดยการลงทุนโรงงานอาหารสัตว์เบทาโกร หนองบุญมาก จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพและปลอดภัย ตลอดจนช่วยลดการสูญเสีย ซึ่งเป็นความเสี่ยงในการกระบวนผลิตและระบบขนส่ง ทั้งยังสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอีกด้วย

นายวสิษฐกล่าวว่า เบทาโกรยังให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน ด้วยการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG (Environment, Social, Governance) ครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล โดยโรงงานอัจฉริยะแห่งนี้ร่วมสร้างรากฐานสังคมเข้มแข็ง ด้วยการสร้างโอกาสให้กับเกษตรกรร่วมเติบโตไปด้วยกัน รวมถึงสร้างงานให้คนในชุมชน ยกระดับทักษะทางด้านเทคโนโลยีให้กับคนในพื้นที่ ทั้งยังส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานสะอาดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ ระบบผลิตไอน้ำแบบประหยัดพลังงาน (Smart Boiler) จากเชื้อเพลิงชีวมวล (Bio-Mass Fuel) การใช้พลังงานทดแทนจากพลังงานแสงอาทิตย์ 20% โดยติดตั้งโซลาร์ รูฟท็อป (Solar Rooftop) ขณะนี้มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 2.8 เมกะวัตต์ ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ราว 1,900 ตันต่อปี

“แนวโน้มอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์ในปี 2566 มีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย คาดว่าจะเพิ่มเป็น 19.99 ล้านตัน หรือ 4.8% จากปี 2565 ซึ่งอยู่ที่ 19.08 ล้านตัน เนื่องจากมีความต้องการในการผลิตสุกร ไก่เนื้อ และไก่ไข่เพิ่มขึ้น สำหรับการก้าวสู่โรงงานอัจฉริยะด้วย IoT ผสานกับระบบอัตโนมัติที่สมบูรณ์แบบในโรงงานอาหารสัตว์เบทาโกร หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา จะเป็นห่วงโซ่คุณค่าต้นน้ำในด้านฐานการผลิตที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง และจะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเบทาโกรสู่การเป็น World-Class Branded Food Company ที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายวสิษฐกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...