โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“กสิกรไทย” ปลื้มผู้ใช้ ‘K PLUS’ พุ่ง! ชี้ 1 ชม.ทำธุรกรรม - ยอดเงินแตะ 10 ล้านล้าน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 21 มี.ค. 2566 เวลา 03.39 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. 2566 เวลา 03.39 น.

“กสิกรไทย” ปลื้มผู้ใช้ ‘K PLUS’ ปี’65 เพิ่มขึ้น 2 ล้านราย ธุรกรรมโต 53% ยอดเงินแตะ 10 ล้านล้านบาท ทุ่ม 2 หมื่นล้านเสริมระบบดิจิทัล เดินหน้าสู่แบงก์อันดับ 1

เมื่อวันที่21 มีนาคม นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทย(KBank) เปิดเผยยอดการใช้งาน แพลตฟอร์มดิจิทัลของธนาคารกสิกรไทยเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เพียงแค่6 เดือนหลังประกาศแผนผสานความเป็นชาเลนเจอร์แบงก์เข้ามาในองค์กร ภายใต้โครงการดังกล่าวธนาคารกสิกรไทยได้จัดสรรงบประมาณ22,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนด้านเทคโนโลยี ในช่วงปี2565 – 2567

นางสาวขัตติยา กล่าวว่า ปี2565 มีคนจำนวนมากกว่า2 ล้านคน สมัครใช้งานK PLUS ในจำนวนนี้ มีมากกว่า1 ล้านคนเป็นผู้ใช้บริการครั้งแรก จากความนิยมเพิ่มขึ้น ทำให้ธนาคารเดินหน้าสู่การเป็นธนาคารดิจิทัลอย่างเต็มภาคภูมิ โดยปัจจุบันธุรกรรมของธนาคารกสิกรไทย เป็นธุรกรรมที่ทำผ่านระบบออนไลน์ถึง98%

ผลจากการเติบโตของธุรกรรมออนไลน์ทำให้ธนาคารสร้างสถิติใหม่ โดยเป็นครั้งแรกที่ยอดเงินโอนผ่านK PLUS มากกว่ายอดเงินโอนผ่านช่องทางอื่นๆ ทั้งหมดของธนาคารรวมกัน ทั้งการทำธุรกรรมที่สาขาธนาคาร เครื่องทำรายการอิเล็กทรอนิกส์ และตัวแทนธนาคาร

“ในแต่ละชั่วโมงมีจำนวนธุรกรรมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประมาณ1 ล้านรายการต่อชั่วโมง นอกจากนั้น ยอดเงินที่เป็นการทำธุรกรรมผ่านK PLUS ยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมียอดเงินสูงเกือบ10 ล้านล้านบาทในปี2565”นางสาวขัตติยากล่าว

นางสาวขัตติยา กล่าวว่า ความนิยมที่เพิ่มขึ้นทำให้ธนาคารต้องก้าวล้ำไปข้างหน้ากับเทคโนโลยีต่างๆ อยู่เสมอ เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการธนาคารได้อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนด้วยระบบที่มีเสถียรภาพสูงนั่นเพราะวิสัยทัศน์มองไปไกลเกินกว่าขอบเขตประเทศไทย โดยเป้าหมายอยู่ที่การเป็นผู้นำการให้บริการธนาคารดิจิทัลที่ดีที่สุดระดับภูมิภาค

นอกจากนี้ ธนาคารยังให้ความสำคัญในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยการใช้บริการK PLUS โดยนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการป้องกันและตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติควบคู่ไปกับการใช้งานที่สะดวกและเหมาะสมกับลูกค้าทุกกลุ่มของธนาคาร

นางสาวขัตติยากล่าวเพิ่มเติมว่า แพลตฟอร์มออนไลน์ของธนาคารกสิกรไทยกำลังช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยในการทำธุรกิจระหว่างประเทศ ด้วยการมอบต้นทุนทางด้านการเงินที่ต่ำกว่า และเป็นธนาคารเดียวในประเทศไทยที่ไม่ถูกหักค่าธรรมเนียมการโอนจากธนาคารตัวกลาง สำหรับการโอนเงินจากประเทศไทย ไปยัง32 ประเทศคู่ค้า

ทั้งนี้ ช่วงปี2565 การจับมือกับLINE เพื่อให้บริการธนาคารผ่านทางโซเชียลมีเดีย มีการเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีผู้ใช้บริการรายใหม่ เพิ่มขึ้นจำนวนมากกว่า1,400,000 ราย และ ณ สิ้นปี2565 มียอดสินเชื่อปล่อยกู้ผ่านLINE BK กว่า1.8 หมื่นล้านบาท โดยจำนวนมากเป็นการให้กู้ยืมแก่ลูกค้าที่ไม่มีรายได้ประจำหรือไม่มีเงินเดือนประจำ เช่น คนทำงานอิสระและผู้ประกอบธุรกิจรายย่อยอื่นๆ

“เนื่องจากคนที่ประกอบอาชีพเหล่านี้มักจะไม่มีรายได้ประจำหรือไม่มีสลิปเงินเดือน จึงทำให้พวกเขามีความยากลำบากในการได้รับอนุมัติเงินกู้จากธนาคาร เพื่อที่จะเอามาช่วยเหลือตัวเองในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่มาเป็นครั้งเป็นคราว และบ่อยครั้งก็ทำให้เขาต้องหันไปหาเงินกู้นอกระบบ” นางสาวขัตติยากล่าว

นางสาวขัตติยา กล่าวว่าLINE BK ในฐานะผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์และบริการธนาคารผ่านโซเชียลมีเดียเพียงรายเดียวของไทย มีบทบาทสำคัญในการทำให้เป้าหมายของธนาคารกสิกรไทยในการผสานความเป็นชาเลนเจอร์แบงก์เข้ามาในองค์กรประสบความสำเร็จ เนื่องจากLINE BK ช่วยให้คนไทยที่ยังเข้าไม่ถึงบริการธนาคารหรือเข้าถึงได้ยากสามารถเข้าถึงบริการธนาคารได้

แม้จะเป็นผู้ที่ไม่มีบัญชีธนาคาร ก็สามารถสมัครขอสินเชื่อผ่านLINE BK ได้ โดยจะทราบผลการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อภายใน24 ชั่วโมง บริการนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ให้บริการอิสระ และเจ้าของแผงค้าขายขนาดเล็ก อีกทั้งยังเป็นก้าวแรกที่นำคนเหล่านี้เข้าสู่ระบบธนาคาร ทำให้มีประวัติเครดิต ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการขยับขยายกิจการในอนาคตของพวกเขาได้ด้วย

LINE BK ใช้ระบบเอไอในการวิเคราะห์ข้อมูล และข้อมูลสมัยใหม่อื่นๆ เช่น ข้อมูลพฤติกรรมจากบริการที่เกี่ยวข้องของLINE ซึ่งได้รับอนุญาตจากผู้สมัครขอสินเชื่อก่อน เพื่อประเมินความสามารถและความตั้งใจในการชำระคืนเงินกู้ของผู้กู้

ทั้งนี้ เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ธนาคารกสิกรไทยได้ประกาศเดินหน้าโครงการเชิงกลยุทธ์ที่เรียกว่าการผสานความเป็นชาเลนเจอร์แบงก์เข้ามาในองค์กร ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะขยายการเข้าถึงเงินกู้และบริการต่างๆ ของธนาคารให้กับคนไทยที่ยังเข้าไม่ถึงบริการธนาคารหรือเข้าถึงได้ยาก ซึ่งมีอยู่ประมาณ30 ล้านคน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...