"เทศกาลลิ้นจี่"ของดีเมืองสมุทรสงคราม สองศิษย์เก่าวัดอินทารามเปิดสูตรทำเค้กลิ้นจี่แสนอร่อยหนึ่งปีมีหนเดียว
ที่ จ.สมุทรสงคราม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงนี้ลิ้นจี่ของจังหวัดสมุทรสงครามกำลังอร่อย และปีนี้ลิ้นจี่ก็ให้ผลผลิตในปริมาณที่มากถึง 5,000 ตัน หากขายเพื่อรับประทานสด ๆ อย่างเดียวคงไม่ทันแน่ เพราะลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่สุกเร็วและเก็บไว้ไม่ได้นานก็จะเสีย ช่วงนี้วัดต่าง ๆ หลายวัดในจังหวัดสมุทรสงคราม จึงเปิดลานวัดเป็นตลาดชั่วคราวให้ชาวสวนนำลิ้นจี่และส้มโอที่ช่วงนี้ก็ให้รสชาติดีที่สุดในรอบปีเข้ามาขายให้นักท่องเที่ยว โดยไม่ต้องเสียค่าสถานที่
โดยเฉพาะที่วัดอินทาราม ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา ยังได้จัดงาน “พุทธเกษตรส้มโอดีลิ้นจี่หวาน” ให้ชาวสวนนำผลผลิตจากสวน เข้ามาขายฟรีเช่นกัน นอกจากนี้ทางวัดยังจัดแม่ครัวฝีมือดี มาแปรรูปลิ้นจี่ โดยปรุงแกงเขียวหวานเป็ดย่างใส่ลิ้นจี่ ให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่มาจับจ่ายซื้อของในงานดังกล่าว ได้รับประทานฟรีในช่วงเวลา 10.00 - 14.00 น. ทุกวัน วันละ 5-8 กระทะใหญ่ ๆ อีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีศิษย์วัดอินทารามที่ไปเรียนคหกรรมอาหาร นำโดย น.ส.สุพัตรา ล้นเหลือ นักศึกษาชั้นปี 1 คณะอุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยว ม.ราชภัฏนครปฐม ซึ่งจบชั้น ปวช.สาขาคหกรรมและอาหาร วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม และ น.ส.ศิริพร ปุณยเวชสุนทร น.ส.นลินทิพย์ เจริญอารักษ์กุล ได้รวมตัวกันมาทำขนมเค้กลิ้นจี่สด ให้ญาติโยมที่มาทำบุญและนักท่องเที่ยวที่มาซื้อของในงานพุทธเกษตรส้มโอดีลิ้นจี่หวาน ได้ชิมอีกวันละ 200-300 ชิ้น
โดยพระครูพิศิษฏ์ประชานาถ (ดร.หลวงพ่อแดง นันทิโย) รองเจ้าคณะอำเภออัมพวา และเจ้าอาวาสวัดอินทาราม ได้ลงทุนซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ ในการทำขนมเค้กลิ้นจี่ไปกว่า 2 แสนบาท เพื่อให้เด็กในพื้นที่ที่เคยเป็นศิษย์เก่าได้มีการพัฒนาฝีมือและยึดเป็นอาชีพเลี้ยงตัวเองในวันหน้า โดยแกงเขียวหวานเป็ดย่างใส่ลิ้นจี่นั้น รับประทานฟรี ส่วนขนมเค้กลิ้นจี่ขายเพียงชิ้นละ 25 บาท ใครต้องการรับประทานขนมเค้กลิ้นจี่สด ซึ่งมีเพียงแค่ปีละครั้ง ก็ไปได้ที่วัดอินทาราม จะมีให้รับประทานไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้ หรือจนกว่าลิ้นจี่จะหมดจากสวนเท่านั้น
ส่วนขั้นตอนการทำขนมเค้กลิ้นจี่สดนั้น เริ่มตั้งแต่การร่อนแป้ง ผสมแป้งเค้ก น้ำตาลทราย ผงฟู ไข่ไก่ น้ำมันพืช กลิ่นวานิลลา ครีมเอ็นพี น้ำสะอาด ผสมกันนำไปเข้าเครื่องตีประมาณ 5 นาที จากนั้นใส่พิมพ์นำไปเข้าเตาอบความร้อน 180 องศาฯ ประมาณ 20 นาที นำออกมาวางให้เย็น แล้วแต่งหน้าเค้กรูปแบบต่าง ๆ
ส่วนไฮไลต์อยู่ที่แยมลิ้นจี่ โดยนำลิ้นจี่สด ๆ มาปลอกเปลือก แกะเอาแต่เนื้อปั่นให้ละเอียด แต่งสีด้วยน้ำหวานลิ้นจี่เข้มข้นให้มีสีธรรมชาติเพิ่มความสวยงาม ผสมน้ำตาลทราย แป้งกวนไส้ เคี่ยวในกระทะนานประมาณ 20 นาที นำมาวางให้เย็น จากนั้นก็แต่งหน้าเค้กรูปแบบต่าง ๆ เช่น ขนมเค้กแยมลิ้นจี่ ตกแต่งหน้าด้วยลิ้นจี่สด ใบต้นแก้ว เพื่อให้สวยงามน่ารับประทานยิ่งขึ้น แล้วนำออกให้นักท่องเที่ยวได้ชิม ซึ่งแต่ละวันก็ทำกันแทบไม่ทัน
น.ส.สุพัตรา บอกว่าเนื่องจากปีนี้ลิ้นจี่ให้ผลผลิตจำนวนมาก หลวงพ่อแดงมีความประสงค์ที่จะแปรรูปลิ้นจี่เป็นอาหารเพื่อช่วยชาวสวน ระบายผลผลิตอีกทาง ตนและเพื่อนสาวอีก 2 คน เป็นศิษย์เก่าวัดอินทาราม และเรียนเกี่ยวกับอาหารและโภชนาการโดยเฉพาะจึงอาสามาช่วยหลวงพ่อแดง ทำเค้กลิ้นจี่ให้ญาติโยมได้รับประทาน และหากลิ้นจี่หมดฤดูหลวงพ่อแดงก็จะให้ทำเค้กส้มโอต่อไป
ดร.หลวงพ่อแดง กล่าวว่า ปีนี้ลิ้นจี่ให้ผลผลิตมากจริง ๆ ทางวัดจึงช่วยชาวสวนหาวิธีระบายลิ้นจี่ให้หมดเร็วที่สุดจึงเปิดลานวัดจัดงาน “พุทธเกษตรส้มโอดีลิ้นจี่หวาน” ให้ชาวสวนกว่า 30 ราย นำผลผลิตเข้ามาขายฟรี นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการถนอมอาหารเช่นลิ้นจี่ ก็นํามาแปรรูปเป็นวุ้นลิ้นจี่ เป็นแยมลิ้นจี่
.
นอกเหนือจากการนำมาแกงเขียวหวานให้เป็นสินค้านํารายได้มาพัฒนาชุมชน ดร.หลวงพ่อแดง ยังบอกอีกว่า วัดอินทารามมีวิสาหกิจชุมชนที่ชาวชุมชนรวมตัวกัน ทั้งผู้ใหญ่และนักเรียนนักศึกษามาร่วมจับมือกันพัฒนาอาชีพ ซึ่งทางวัดลงทุนสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัยให้ เพื่อทําประโยชน์ให้กับสังคม เพราะเมื่อเด็กเรียนจบออกมาแล้ว
.
"เขามีที่ฝึกงาน พัฒนาฝีมือ มีงานทํา ทํากันเป็นทีม เมื่อขายได้รายได้ก็จะหลั่งไหลเข้ามา และรายได้จากการพัฒนาส่วนนี้ วิสาหกิจชุมชนวัดอินทารามจะนําไปแจกเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กที่เรียนดีแต่มีทุนทรัพย์น้อย จะได้มีอนาคตที่ดีต่อไป" ดร.หลวงพ่อแดง กล่าว
.
เพจ:ข่าวเวิร์คพอยท์ https://www.facebook.com/NewsWorkpoint