โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“วราวุธ” ชี้รัฐบาลรับฟังเสียงสะท้อนเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 19 เม.ย. 2568 เวลา 11.31 น. • เผยแพร่ 19 เม.ย. 2568 เวลา 04.31 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

สุพรรณบุรี 19 เม.ย. – “วราวุธ” ชี้รัฐบาลรับฟังเสียงสะท้อนเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ มีทั้งข้อดี-ข้อด้อย ยินดีหากเป็นแหล่งรายได้ให้กลุ่มเปราะบาง เชื่อมั่นเสถียรภาพรัฐบาล ชาติไทยพัฒนาไม่แลกหมัดกับใคร ส่วนเลือกตั้งซ่อม จ.นครศรีธรรมราช กระทบกระทั่งกันเป็นเรื่องปกติ เหมือนลิ้นกับฟัน

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนของพรรคชาติไทยพัฒนา ต่อร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ว่าตอนนี้ผ่านขั้นตอนคณะรัฐมนตรีไปแล้ว เบื้องต้นต้องเข้าใจก่อนว่าสิ่งที่ ครม. เสนอเข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นหนึ่งในมาตรการที่จะหารายได้ให้กับประเทศ ต้องเข้าใจก่อนว่าการที่ประเทศชาติจะมีรายจ่ายมากมาย แม้แต่กระทรวง พม. ที่เราร้องขอเบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุเพิ่ม ทุกอย่างล้วนเป็นรายจ่าย แต่รายได้ของรัฐบาลทุกวันนี้มีจำกัด ส่วนรายจ่ายมีมากมายเหลือเกิน ดังนั้น หน้าที่ของรัฐบาลคือหารายได้ ตนคิดว่าเป็นเวลาที่ท่านใดมีแนวทางอย่างไร รัฐบาลยินดีรับฟัง และจะเอาแนวทางนี้ไปศึกษาเพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างเร็วที่สุด ขั้นตอนขณะนี้รอสมัยประชุมหน้า คงจะมาถกกันว่าแนวทางของสภาฯ จะมีแนวทางอย่างไรในฝ่ายนิติบัญญัติ ตอนนั้นคงจะต้องมีการประชุมพรรคอีกครั้ง

เมื่อถามว่าเห็นด้วยกับแนวทางหารายได้ในส่วนนี้หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ตนคิดว่ามีหลายมุม เช่น ตนทำงานในฐานะ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หากเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์นี้จะเป็นแหล่งสร้างงานให้กับพี่น้องกลุ่มเปราะบางที่พรรคชาติไทยพัฒนาดูแลอยู่ ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะวันนี้คนพิการเกือบ 4 ล้านชีวิต มีงานทำยังไม่ถึงครึ่ง หรือแม้แต่ผู้สูงอายุในปัจจุบันที่เรามีเกือบ 14 ล้านคน หากพวกเขาเหล่านั้นมีรายได้ของตัวเองก็จะแบ่งเบาภารกิจในการเยียวยา ลดการพึ่งพาสวัสดิการของรัฐบาลไป ดังนั้น มีทั้งข้อดีและข้อด้อย การที่จะพิจารณาต่างๆ คงต้องเป็นแนวทางของฝ่ายนิติบัญญัตินำไปพิจารณาต่อ

นายวราวุธ กล่าวถึงเอกภาพของรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หลังสงกรานต์แล้วจะเป็นอย่างไร ว่าจากสัปดาห์ที่แล้วในสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ปิดไป ช่วง 3 เดือนนี้ก็เป็นช่วงที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละพรรคจะขมักเขม้นในการลงพื้นที่ จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ในวันนี้มีการจัดประชุมใหญ่พรรคชาติไทยพัฒนา ที่ จ.สุพรรณบุรี เพื่อให้ สส. ได้พบปะพี่น้องประชาชน ตนคิดว่าอุณหภูมิทางการเมืองก็จะเบาลงไป เพราะทุกคนคงจะตั้งหน้าตั้งตาทำงานในพื้นที่มากกว่า และในช่วงเดือนพฤษภาคม จะมีการเปิดประชุมวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ก่อน หลังจากนั้นจะเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพูดคุยเรื่องญัตติและพระราชบัญญัติต่างๆ

ส่วนที่พรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ มีการแลกกันคนละหมัด แต่ในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา มียุทธศาสตร์อย่างไรในการทำงานการเมืองในรัฐบาล นายวราวุธ กล่าวว่า คุณพ่อสอนอยู่เสมอว่ามีมิตร 100 คนก็น้อยเกินไป มีศัตรู 1 คนก็มากเกินไป ดังนั้น แนวทางการทำงานของพรรคชาติไทยพัฒนา ตั้งแต่สมัยนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ผ่านมาถึงนางสาวกัญจนา ศิลปอาชา ซึ่งเป็นพี่สาว จนมาถึงตนเองนั้น ยืนยันว่าเราเน้นในเรื่องการทำงานและการสร้างพันธมิตรทางการเมืองมากกว่า เพราะการมีพันธมิตรทางการเมืองจะทำให้เราทำงานให้กับ พี่น้องประชาชนได้มีประสิทธิภาพ ฉะนั้นเราคงไม่มีหมัดไปแลกกับใคร

เมื่อถามย้ำว่าเหมือนไผ่ลู่ลมใช่หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ผลงานของเราจะเป็นสิ่งที่ทำให้การเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาล ว่าเราเดือดร้อนตรงไหน และมีสิ่งใดให้พรรคชาติไทยพัฒนาที่กำกับดูแลกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดูแล เราก็ยินดีที่จะช่วยกันทุกพรรค แม้กระทั่งทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะทุกคนก็ล้วนแล้วแต่เป็น สส. ที่เป็นผู้แทนของประชาชน ดังนั้น การทำงานของเราก็จะเอาผลงานเป็นเครื่องแลกเปลี่ยน เรามาทำงานแก้ไขปัญหาให้ประชาชนดีกว่าเรื่องการเมืองก็เอาไว้ก่อน

ส่วนการเลือกตั้งซ่อม สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 ที่พรรคร่วมรัฐบาลแข่งกันเอง จะสร้างความขัดแย้งหรือไม่ เพราะในการปราศรัยอาจจะมีการกระทบกระทั่งกัน นายวราวุธ กล่าวว่า การกระทบกระทั่งเป็นเรื่องปกติ การที่มีพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคมาอยู่ร่วมกันก็เหมือนการแต่งงาน ลิ้นกับฟันเป็นเรื่องปกติ แต่ว่าการเลือกตั้งสนามเล็กกับสนามใหญ่ จะมีความละเอียดอ่อนแตกต่างกันไป ซึ่งตนเองมั่นใจว่าเมื่อสนามเล็กจบแล้วสนามใหญ่ ก็คงจะเป็นอีกเรื่องราวหนึ่งที่พรรคร่วมจะมาพูดคุยกันอีกครั้ง เมื่อถึงเวลา แต่ตอนนี้ยังถึงเวลา.-314-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...