DELTA แจงหลังหุ้นร่วง ยอมรับปัจจัยกดดันทำรายได้-กำไรหด ค่าใช้จ่ายเพิ่ม
The Bangkok Insight
อัพเดต 18 ก.พ. 2568 เวลา 03.41 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2568 เวลา 03.39 น. • The Bangkok InsightDELTA ชี้แจงตลาดหลักทรัพย์ หลังราคาหุ้นร่วงหนักวานนี้ เปิดปัจจัยกดดันรอบด้าน ส่งผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ปี 2566 ลดทั้งรายได้ กำไร แต่ยังมั่นใจโครงสร้างพื้นฐานเอไอแนวโน้มแข็งแกร่ง
บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ชี้แจงผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2567 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หลังจากวานนี้ราคาหุ้นร่วงหนัก โดยระบุว่า
สืบเนื่องจากการรายงานผลประกอบการประจำปี 2567 ของทางบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ที่ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ไปเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 ส่งผลให้เกิดความผันผวนในการซื้อขายและราคาหลักทรัพย์ของบริษัทอย่างมีนัยสำคญในวันเปิดทำการต้อมา
ทางบริษัทฯ จึงใคร่ขอเรียนชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2567 เพื่อประกอบการพิจารณาของนักลงทน ดังต่อไปนี้
1. ยอดขายสินค้าและบริการในไตรมาสนี้อยู่ที่ 41,747 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 10.6% แต่ลดลงจากฐานสูงในไตรมาสก่อน 3.4% ขับเคลื่อนโดยกลุ่มผลิตภัณฑ์พาวเวอร์ซิสเต็มสำหรับระบบศูนย์ข้อมูล และดีซีพาวเวอร์ สำหรับโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ ยังมีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่อง ร่วมกับโซลูชันโครงสร้างพิ้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ เติบโตได้ดีจากไตรมาสก่อน และปีที่แล้ว จากแนวโน้มความต้องการลงทนเพื่อยกระดับดาต้าเซ็นเตอร์ สำหรับการประมวลผลสมรรถนะสูง
อย่างไรก็ตาม รายได้ส่วนกลุ่มโซลูชันสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีที่แล้ว สอดคล้องกับทิศทางตลาดโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว
2. กำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ มีจำนวน 9,376 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 21.4% จากฐานสูงของไตรมาสที่แล้ว โดยมีสาเหตุหลัก ดังนี้
2.1 สกุลเงินดอลลาร์ส่งผลต่อค่าเงินบาทแข็งในต้นไตรมาส 4 เกิดการรับรู ้ขาดทุนในต้นทุนสินค้าคงคลัง มูลค่า 13.3 ล้านดอลลาร์
2.2 การให้เงินคืนอุดหนุนแก่ลูกค้า มูลค่า 6.8 ล้านดอลลาร์ จากยอดขายสูงในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงการค้า
2.3 หน่วยงานโซลูชัน Magnetic ซึ่งผลิตชิ้นส่วนสำหรับใช้ภายในหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ เกิดกรณีข้อบกพร่องของวัตถุดิบที่ได้ประกอบเป็นสินค้าสำเร็จรูปส่งมอบลูกค้าแล้ว ทำให้บริษัทฯ ต้องดำเนินการแก้งาน พร้อมตั้งสำรองค่าใช้จ่ายที่ครอบคลุมการดำเนินการดังกลาว มูลค่า 16.2 ล้านดอลลาร์
2.4 อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากปัจจัยกดดันกำไรข้างต้น สำหรับไตรมาสนี้ บริษัทฯ ยังสามารถควบคุมบริหารสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีการกลับรายการตั้งสำรองมูลค่าสินค้าคงคลังออกมาเพิ่มเติมบางส่วน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบของค่าใช้จ่ายไม่ประจำที่เกิดขึ้นไตรมาสนี้
3. ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (รวมการวิจัยและพัฒนา) มีจำนวน 7,044 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.6% จากไตรมาสก่อน 61.8% จากปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลัก ดังนี้
3.1 ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยพัฒนาค มีช่วงฤดูกาลที่บันทึกยอดจากโครงการต่าง ๆ ของศูนย์วิจัยที่เยอรมนีสูงขึ้นในช่วงปลายปี ทั้งนี้เป็นไปตามกลยุทธ์ในการเพิ่มการลงทุนเพิ่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีแห่งอนาคต ตามแนวโน้มธุรกิจหลักที่มีดีมานด์ความต้องการสูง
3.2 ค่าสิทธิจ่าย ซึ่งบันทึกอยู่ในค้าใช้จ่ายการขาย มีแนวโน้มเพิ่มขี้นช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจากยอดขายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เติบโตสูง อย่างไรก็ตาม ไตรมาสนี้มีการประเมินและปรับปรุงอัตราเรียกเก็บค้าสิทธิจ้ายสาหรบกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นเพิ่มเติม และมีผลคำนวณย้อนถึงต้นปี ทำให้ค่าสิทธิจ่ายเพิ่มสูงขึ้นจากไตรมาสก่อนอย่างมีนัยสาคญ ทั้งนี้อัตราอ้างอิงดังกลาว ได้ผ่านการสอบทานเปรียบเทียบกับมาตรฐานอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยผู้เชี่ยวชาญการประเมินอย่างสมเหตุสมผล (บริษัท PWC)
3.3 ค่าใช้จ่ายในการบริหาร เพิ่มขึ้นเนื่องจากมีการบันทึกค่าใช้จ่ายทางกฏหมาย ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567 โดยยอดรวมค่าใช้จ่ายทางกฎหมายในปีนี้ มีมูลคา 1,008 ล้านบาท (หมายเหตุประกอบงบข้อ 24) ทั้งนี้เกิดจากกลุ่มบริษัทเดลตา มีข้อพิพาทดานสิทธิบัตรเทคโนโลยกับคู่กรณีในสหรัฐ สถานะคดียังไม่สิ้นสุด และอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายตอไป ส่งผลให้ยังมีปัจจัยกดดันจากค่าใช้จ่ายในส่วนนี้
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- หุ้นเช้าวันนี้เปิดบวกเล็กน้อย หลังวานนี้ปิดดิ่งแรง 15 จุด ให้แนวต้าน 1,265 จุด
- หุ้นเช้าวันนี้เปิดบวก 4.28 จุด ชี้ DELTA-CPALL ยังกดดัน ให้แนวต้าน 1,270 จุด
- 'ปตท.' ผนึก 'เดลต้า' รุกอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ต่อยอดนวัตกรรม EV
ติดตามเราได้ที่