โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

อนุฯ เห็นชอบให้ คดีฮั้วสว.เป็นคดีพิเศษ เปิดแนวทางบอร์ด 6 มี.ค. รับ-ไม่รับ ทำไงต่อ

Khaosod

อัพเดต 03 มี.ค. 2568 เวลา 10.47 น. • เผยแพร่ 03 มี.ค. 2568 เวลา 10.47 น.
อนุฯ เห็นชอบให้ คดีฮั้วสว.เป็นคดีพิเศษ เปิดแนวทางบอร์ด 6 มี.ค. รับ-ไม่รับ ทำไงต่อ

บอร์ดอนุกรรมการ เห็นชอบให้คดีฮั้ว สว. เป็นคดีพิเศษ 6 มี.ค.นี้ แจงเอกสาร 1,200 รายชื่อพยาน ไม่ได้หลุดจากสำนวนสืบสวนดีเอสไอ คาดมาจากวันคัดเลือก สว. รอบสุดท้าย 800 ราย

เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 3 มี.ค.2568 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถนนแจ้งวัฒนะ ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะประธานอนุกรรมการกลั่นกรองด้านอาชญากรรมระหว่างประเทศและอาชญากรรมพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอทั้งหมด 9 ราย และ 4 ผู้แทนหน่วยงาน อันประกอบด้วย สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะอนุกรรมการ

เพื่อพิจารณาเรื่องสืบสวนที่ 151/2567 กรณี การคัดเลือกสว. ที่มีกระบวนการหรือพฤติการณ์ที่มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ซึ่งมีพฤติการณ์อันอาจเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 และประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นไปตามประกาศ กคพ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการร้องขอและเสนอให้ กคพ. มีมติให้คดีความผิดทางอาญาใดเป็นคดีพิเศษ พ.ศ. 2561

โดยวัตถุประสงค์การประชุมของคณะอนุกรรมการฯ เพื่อให้เกิดความรอบคอบในเรื่องของการดำเนินการในความผิดอาญาที่เป็นภารกิจของดีเอสไอ เข้าข่ายเป็นคดีพิเศษ และเรื่องความผิดที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น อีกทั้งตามกฎหมาย พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และประกาศคณะกรรมการคดีพิเศษ(กคพ.) ที่ให้อำนาจคณะอนุกรรมการฯ พิจารณาเรื่องหลักใจความสำคัญ คือ

เรื่องที่เสนอนั้น เป็นการกระทำความผิดอาญาหรือไม่ และในฐานความผิดใด ระหว่างประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209 (ฐานอั้งยี่) ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (3) และความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 รวมทั้งมีเหตุสมควรเสนอให้คณะกรรมการคดีพิเศษ มีมติให้เป็นคดีพิเศษตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (2) หรือการเป็นคดีความผิดทางอาญาอื่น หรือไม่

ร.ต.อ.สุรวุฒิ เปิดเผยหลังเสร็จสิ้นการประชุม ว่า วันนี้เป็นการประชุมตามที่บอร์ด กคพ. ได้มอบหมายดำเนินการเพื่อให้เกิดความรอบคอบในประเด็นเรื่องอำนาจหน้าที่ ในที่ประชุมได้พูดคุยตามอำนาจหน้าที่ของเรา ซึ่งกฎหมายได้กำหนดไว้ 3 ข้อ คือ

1.มีการกำหนดไว้ว่าเรื่องดังกล่าวมีมีความผิดอาญาฐานใดบ้าง ซึ่งกรรมการทุกคนได้เห็นเป็นเอกฉันท์ตรงกันว่า มันมีมีความผิดอาญาเกิดขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209 (อั้งยี่) มาตรา 116 (ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐ) มาตรา 77 (1) แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. พ.ศ. 2561 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ซึ่งมีลักษณะเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษตามมาตรา 21 ววรคหนึ่ง (ก) - (จ) แห่ง พ.ร.บ. การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547

เนื่องจากมีผลกระทบเป็นวงกว้าง ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีต่อประชาชน รวมถึงมีความจำเป็นที่จะต้องนำเสนอต่อบอร์ด กคพ. ในวันที่ 6 มี.ค.นี้ เพื่อให้รับเป็นคดีพิเศษทั้ง 2 กรณี โดยกรณีที่ 1 คือ กรณีการกระทำความผิดทางอาญาอื่นที่เกิดขึ้นจากการอั้งยี่ รวมทั้งการกระทำความผิดที่เป็นการได้มาซึ่ง สว. ตามมาตรา 77 (1) ส่วนกรณีที่ 2 คือ ความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการคดีพิเศษ

ร.ต.อ.สุรวุฒิ กล่าวว่า ในที่ประชุม ได้พูดคุยค่อนข้างหลากหลาย โดยเฉพาะได้เปิดมาตรา 44 ที่มีการระบุว่าได้ให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ในเรื่องใดบ้าง และไม่ได้ตัดอำนาจพนักงานสอบสวนอื่น ขอให้พนักงานสอบสวนอื่นดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งในทางปฏิบัติก็มีเช่นนั้นมาโดยตลอดยืนยันว่า ดีเอสไอไม่ได้ทำเรื่องการเลือกตั้ง แต่ทำเรื่องความผิดทางอาญาอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม ความเห็นโดยสรุปของคณะอนุกรรมการในวันนี้ เราทำตามหน้าที่ที่บอร์ด กคพ. ได้มอบหมาย ความเห็นไปตามที่เรียนแจ้ง แต่ส่วนบอร์ดกคพ. จะมีความเห็นอย่างไรก็เป็นในส่วนของบอร์ดฯ คณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้ไม่สามารถก้าวล่วงได้

โดยปกติ คณะอนุกรรมการมีความเห็นอย่างไร ก็ไม่ได้หมายความว่าบอร์ด กคพ.จะต้องเห็นแย้งหรือเห็นคล้อยตามด้วย เพราะที่ผ่านมามีทั้งเห็นต่างกันและเห็นร่วมกัน หรือบอร์ด จะไม่เห็นด้วยก็ได้ เพราะต้องดูความเห็นบอร์ดฯ เป็นหลัก เนื่องด้วยการจะรับหรือไม่รับเป็นคดีพิเศษจะต้องใช้มติ 2 ใน 3 ของบอร์ดฯ ดังเดิม คณะอนุกรรมการฯ มีหน้าที่เพียงกลั่นกรองเรื่อง

สำหรับกรณีวันที่ 5 มี.ค. ซึ่งอธิบดีดีเอสไอจะต้องหารือกับประธานกกต.นั้น ตนในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฯ ไม่สามารถทราบรายละเอียดได้ แต่วันนี้ถือเป็นการพิจารณาเรื่องสำนวนสืบสวน ซึ่งเป็นเรื่องที่ได้ชี้แจงในการประชุมของบอร์ดกคพ.ไปแล้ว โดยไม่ได้มีการหารือถึงเรื่องรายชื่อ 1,200 ราย ที่ปรากฏว่าเป็นพยานของดีเอสไอในคดีฮั้ว สว. เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องอนาคต ขอให้มีการรับเป็นคดีพิเศษก่อน

ย้ำว่ารายชื่อดังกล่าวไม่ได้เป็นเอกสารที่หลุดออกมาจากดีเอสไอ แต่เท่าที่ดูเหมือนจะเป็นเอกสารที่หลุดออกมาจากวันที่มีการประกาศรายชื่อ 800 ราย ที่เข้ารอบสุดท้าย ไม่ได้หลุดมาจากสำนวนการสืบสวนของดีเอสไอ

แนวทางของบอร์ดกคพ.ในวันที่ 6 มี.ค. มีดังนี้ หากรับเป็นคดีพิเศษ ก็จะมีการสอบสวนโดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับพนักงานอัยการ แต่ถ้าไม่รับเป็นคดีพิเศษ ก็ต้องมีมติว่าจะส่งต่อหน่วยงานใดดำเนินการแทน ย้ำว่าดีเอสไอทำเรื่องคดีอาญาอย่างเดียว ส่วนเรื่องการเพิกถอนการเลือกตั้งเป็นอำนาจของกกต. ไม่ได้เกี่ยวกับดีเอสไอหรือหน่วยงานใด เพราะเป็นกฎหมายของ กกต. โดยเฉพาะ

นายนาเคนทร์ ทองไพรวัลย์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า การพิจารณาพยานหลักฐานมาจากการสืบสวนสอบสวนของดีเอสไอเป็นหลัก เพื่อให้ที่ประชุมน่าเชื่อว่า มีความผิดอาญาเกิดขึ้น ซึ่งความผิดที่เกิดขึ้นมีทั้งในส่วนของประมวลกฎหมายอาญา และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. ซึ่งเราก็พิจารณาตามพยานหลักฐานทั้งหมด

ส่วนหลักฐานจะเป็นอย่างไรและมีอะไรบ้างนั้น ตนไม่สามารถนำออกมาบอกแก่สื่อมวลชนได้ แต่ในที่ประชุมได้ดูและฟัง รับทราบจนเชื่อได้ว่ามันมีการกระทำความผิดเกิดขึ้น และความเห็นในวันนี้ของเรา มีขึ้นเพื่อไปใช้นำเสนอแก่บอร์ด กคพ.เพื่อพิจารณา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อนุฯ เห็นชอบให้ คดีฮั้วสว.เป็นคดีพิเศษ เปิดแนวทางบอร์ด 6 มี.ค. รับ-ไม่รับ ทำไงต่อ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...