ดีล TikTok ชะงัก! จีนไม่อนุมัติการขายกิจการ ตอบโต้มาตรการภาษีสหรัฐฯ
ข้อตกลงการแยกทรัพย์สินในสหรัฐฯ ของ TikTok ออกเป็นหน่วยงานใหม่ถูกระงับ หลังจากจีนส่งสัญญาณว่าจะไม่อนุมัติข้อตกลงดังกล่าว ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศมาตรการขึ้นภาษีเมื่อต้นสัปดาห์นี้
6 เมษายน 2568 - เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขยายเส้นตายในการขายกิจการในสหรัฐฯ ของ TikTok ออกไปอีก 75 วัน เพื่อให้เจ้าของแอปวิดีโอสั้นยอดนิยมนี้ไม่ใช่บริษัทจีน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกแบน ซึ่งแต่เดิมควรมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคมตามกฎหมายที่ผ่านในปี 2024
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โครงสร้างของข้อตกลงซึ่งได้ถูกสรุปไว้เป็นส่วนใหญ่ภายในวันพุธ จะนำไปสู่การแยกกิจการของTikTok ในสหรัฐฯ ออกเป็นบริษัทใหม่ ที่ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ และมีนักลงทุนชาวอเมริกันถือหุ้นและบริหารส่วนใหญ่ โดย ByteDance จะถือหุ้นไม่เกิน 20% ซึ่งข้อตกลงนี้ได้รับการอนุมัติจากนักลงทุนเดิม นักลงทุนรายใหม่ ByteDance และรัฐบาลสหรัฐฯ แล้ว
แต่ในช่วงเช้าของวันเสาร์ที่ผ่านมา ทาง ByteDance ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของTikTok ได้ออกแถลงการณ์ ผ่านบัญชี WeChat ระบุว่า “ยังมีความเห็นไม่ตรงกันในหลายประเด็นสำคัญ ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป และทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นต่างกันในหลายประเด็นสำคัญ ซึ่งตามกฎหมายของจีน ข้อตกลงใด ๆ จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องก่อน”
ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน เมื่อถูกถามเกี่ยวกับสถานะของข้อตกลง TikTokได้ระบุในแถลงการณ์ว่า “จีนได้แสดงจุดยืนเกี่ยวกับTikTok หลายครั้งแล้ว จีนเคารพและปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทต่าง ๆ และคัดค้านการกระทำที่ละเมิดหลักการพื้นฐานของเศรษฐกิจตลาด”
ขณะที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวในโซเชียลมีเดีย อธิบายเหตุผลของการขยายเส้นตายว่า
“ข้อตกลงนี้ยังต้องดำเนินการอีกมาก เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับการอนุมัติทั้งหมดตามที่จำเป็น เราหวังว่าจะยังสามารถทำงานร่วมกับจีนได้ด้วยความสุจริตใจ แม้ว่าจีนจะไม่พอใจกับภาษีตอบโต้ของเราในตอนนี้”
สัปดาห์นี้ โดนัลด์ ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นอีก 34% ทำให้อัตราภาษีรวมสูงถึง 54% ซึ่งจีนได้ตอบโต้กลับเมื่อวันศุกร์ จากนั้นทรัมป์ ได้ออกมากล่าวว่า เขายินดีที่จะลดภาษีหากสามารถบรรลุข้อตกลงกับ ByteDance ในการขายTikTok ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานในสหรัฐฯ ราว 170 ล้านคน
ทรัมป์ระบุว่ารัฐบาลของเขากำลังพูดคุยกับกลุ่มต่างๆ สี่กลุ่มเกี่ยวกับข้อตกลง TikTok แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรายชื่อ พร้อมกล่าวว่า “เราหวังจะได้ทำงานร่วมกับ TikTok และจีนเพื่อให้บรรลุข้อตกลงนี้ เราไม่ต้องการให้TikTok ต้อง 'ดับสัญญาณ' หรือหายไป”
รัฐสภาสหรัฐฯ ได้ผ่านกฎหมายนี้เมื่อปีที่แล้วด้วยเสียงสนับสนุนจากทั้งสองพรรคอย่างท่วมท้น โดยให้เหตุผลว่าอาจมีความเสี่ยงที่รัฐบาลจีนจะใช้ TikTok เพื่อจารกรรมหรือดำเนินการแทรกแซงทางการเมืองอย่างลับๆ ต่อชาวอเมริกัน โดยอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต เป็นผู้ลงนามกฎหมายดังกล่าวให้มีผลบังคับใช้
บางสมาชิกรัฐสภากล่าวว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ควรบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งกำหนดให้ TikTokต้องยุติการดำเนินงานในสหรัฐฯ ภายในวันที่ 19 มกราคม หาก ByteDance ยังไม่ขายกิจการ อย่างไรก็ตาม เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในสมัยที่สองเมื่อวันที่ 20 มกราคม แต่เลือกที่จะไม่บังคับใช้กฎหมายนี้ทันที โดยกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ ได้แจ้ง Apple และ Google ในเดือนมกราคมว่า รัฐบาลจะไม่บังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ส่งผลให้แอป TikTok กลับมาพร้อมให้ดาวน์โหลดได้อีกครั้ง
มีรายงานจาก Reuters ว่าการเจรจาของทำเนียบขาวเกี่ยวกับอนาคตของTikTok กำลังมุ่งไปที่แผนการให้กลุ่มนักลงทุนที่ไม่ใช่ชาวจีน ซึ่งถือหุ้นใน ByteDance อยู่แล้ว เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นและเข้าซื้อกิจการTikTok ในสหรัฐฯ
แผนนี้รวมถึงการแยกกิจการTikTok ในสหรัฐฯ ออกเป็นบริษัทใหม่ และลดสัดส่วนการถือหุ้นของจีนในธุรกิจใหม่นี้ให้ต่ำกว่า 20% ซึ่งจะทำให้หลีกเลี่ยงการแบนตามกฎหมายของสหรัฐฯ โดย Jeff Yass จาก Susquehanna International Group และ Bill Ford จาก General Atlantic ซึ่งทั้งคู่มีที่นั่งในบอร์ดของ ByteDance กำลังเป็นผู้นำในการหารือกับทำเนียบขาวตามรายงานของ Reuters
อ้างอิง : reuters.com