เทใจให้ยอนเซ! 'พี่ขิม' จุดเริ่มต้นจากสถาบันภาษา YSKLI → คว้าทุนฟรีเรียน ป.ตรี Business ม.สุดอินเตอร์แห่ง SKY
안녕 สวัสดีค่าชาว Dek-D สำหรับคนที่สนใจเรียนต่อสายธุรกิจ ในประเทศที่เศรษฐกิจแข็งแกร่ง เทคโนโลยีทันสมัยและส่งเสริมการศึกษาวิจัยจนก้าวเป็นประเทศศูนย์กลางเศรษฐกิจของเอเชีย “เกาหลีใต้” ก็ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมในยุคนี้ค่ะ
วันนี้เราจะพาไปคุยกับ “พี่ขิม – ณัฐมนต์ ครูส่ง” รุ่นพี่คนไทยที่ไปเริ่มต้นด้วยคอร์สภาษาเกาหลีของ ม.ยอนเซ (Yonsei University) เรียนจนจบเลเวล 6 และติดทุนรัฐบาลเกาหลีไปเรียนต่อปริญญาตรี ล่าสุดเพิ่งจบมาสดๆ ร้อนๆ มาแชร์ให้ฟังเกี่ยวกับการเรียนสุดเข้มข้น 4 ปีที่ผ่านมา
สำหรับ Yonsei University ก็นับเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยกลุ่ม SKY ที่การแข่งขันเพื่อเข้าเรียนสูงมาก มาพร้อมคาแรกเตอร์สายอินเตอร์ มีงบและอาจารย์เก่งๆ พร้อมผลักดันผู้สนใจทำ Start-up ด้วย ดังนั้นใครที่กำลังสนใจศึกษาต่อด้านธุรกิจ ห้ามพลาดเก็บข้อมูลค่ะ!
โอกาสปรึกษาฟรีกับ 24 รุ่นพี่ทุนดีกรีสุดปัง
พบกัน 26-27 เม.ย. 68 ที่ไบเทคบางนา
อ่านจบลิสต์ข้อสงสัยไว้ แล้วเตรียมมาพูดคุยปรึกษาแบบ 1:1 กับ "พี่ขิม" ตัวจริงที่งาน Dek-D's Study Abroad Fairนะคะ บอกเลยว่ารอบนี้เราได้รับเกียรติจาก 24 รุ่นพี่เด็กนอกหลายทุน หลายประเทศ ได้แก่ ทุนรัฐบาลไทย, จีน, เกาหลีใต้, สิงคโปร์, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, อิตาลี, ฮังการี, สวีเดน, Franco-Thai, Fulbright TGS, Chevening, Erasmus+, ทุนตรงจากมหาวิทยาลัยและบริษัทเอกชน (แถมมีบูทจาก DAAD ของรัฐบาลเยอรมนีด้วย) ขนทัพมาพร้อมไฮไลต์อีกแน่นงาน
Note:พบพี่ขิมได้วันเสาร์นะคะ
. . . . . . . .
แนะนำตัวสั้นๆ
สวัสดีค่า ชื่อพี่ขิมนะคะ เรียนคอร์สภาษาเกาหลีเลเวล 2 ถึงเลเวล 6 ที่ Yonsei University Korean Language Institute (YSKLI) จากนั้นก็ได้ทุนรัฐบาลเกาหลีปี 2021 (Embassy Track) ไปศึกษาต่อ ป.ตรี สาขา Business Administration ที่ Yonsei University เรียนหลักสูตรภาษาเกาหลีล้วนเลย ปัจจุบันจบแล้วค่า
*ปกติแล้วเด็กทุนรัฐบาลเกาหลี GKS ต้องลงเรียนคอร์สปรับภาษาก่อน 1 ปี แต่ถ้าเกิดสอบได้ TOPIK 6 หรือกรณีขิมที่เรียนคอร์สภาษาของเค้าจบเลเวล 6 จะ waive ไปขึ้น ป.ตรีปี 1 ได้เลยค่ะ
. . . . . . . .
สื่อบันเทิงมีคุณภาพ
จนเริ่มอยากเรียนรู้ภาษา
ขิมเริ่มเรียนภาษาเพราะชอบซีรีส์และรายการวาไรตี้ของเกาหลีค่ะ จริงๆ ไม่ใช่แค่คอนเทนต์สนุก แต่มี Subtitle ให้เราค่อยๆ ซึมซับภาษากับวัฒนธรรมแบบอ้อมๆ ด้วย พอจบมัธยมก็ตัดสินใจว่าจะค้นหาตัวเองก่อนโดยการไปเรียนภาษาที่ “สถาบันภาษา ม.ยอนเซ” (YSKLI) การสมัครไม่ยุ่งยาก แค่ต้องเช็กว่าเราจะเลือกโปรแกรมไหน + เตรียมเอกสารให้ครบ จากนั้นจะมี Placement Test ดูเลเวลและจัดคลาสที่เหมาะสมให้เรา
ขิมไปเริ่มที่เลเวล 2 Regular Program เน้นสื่อสารในชีวิตประจำวัน แต่ต่อมาอยากท้าทายตัวเองเพิ่ม ก็เลยย้ายไปโปรแกรม The University Korean Program ตอนเลเวล 3 แทน ซึ่งท้ายที่สุดโปรแกรมจะมีให้ทำวิจัย (Research) เพื่อให้รู้วิธีค้นหาแหล่งข้อมูล ต้องทำ Presentation นำเสนออาจารย์ 2-3 ครั้ง คอยอัปเดตเรื่อยๆ และนำเสนอผลการวิจัย // ตอนนั้นเราทำทั้งเทอม แต่พอเข้ามหาลัยจริง งานสเกลนี้ใช้เวลาแค่สัปดาห์เดียวเท่านั้น แถมยังเข้มข้นกว่าเดิมอีกค่ะ!
. . . . . . . .
เทใจให้ยอนเซเป็นอันดับ 1
บนใบสมัครทุนรัฐบาลเกาหลี
ขิมสมัครทุนรัฐบาลเกาหลี GKS-U ผ่านสถานทูตเกาหลี (Embassy Track)* และเลือก ม.ยอนเซ ไว้อันดับ 1 เพราะจากที่ได้เรียนภาษามา เราเห็นว่าเค้าจัดสภาพแวดล้อมสำหรับนักศึกษาดีมาก เน้นทั้งเรื่องเรียน + ชีวิตมหาวิทยาลัย มีครบทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก ชมรม กิจกรรม ตึกคณะดูใหม่ มี co-working space ให้นั่งทำงาน อ่านหนังสือ ถ้านั่งจนเมื่อยก็มีโต๊ะยืนให้มาปรับเปลี่ยนอิริยาบถค่ะ productive สุดๆ
*อีกประเภทคือยื่นสมัครผ่านมหาวิทยาลัยโดยตรง (University Track)
รีวิวความประทับใจเพิ่มจากตอนเรียน ป.ตรี
- หนึ่งในไฮไลต์ของคือ การแข่งขันกีฬาครั้งใหญ่ระหว่าง ม.ยอนเซ และ ม.โคเรีย (연고전)และ เทศกาล ‘Akaraka’ (아카라카) ที่มีไอดอลและศิลปินมาร่วมสร้างสีสันให้กับมหาวิทยาลัย
- พื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยได้รับการดูแลอย่างดีเสมอ โดยเฉพาะ Baekyang Nuri (The Commons) ซึ่งเป็นโซนรวมกิจกรรม มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และพื้นที่อ่านหนังสือ เหมาะกับการมานั่งชิลหรือพูดคุยกันแบบสบายๆ
- ขิมพักอยู่ที่ Officetel ซึ่งคล้ายคอนโดที่ไทย พอมีเวลาว่างก็ชอบออกไปสำรวจคาเฟ่ ร้านอาหารเด็ดๆ หรือแวะ Pop-Up Store ของแบรนด์ต่างๆ ที่บางครั้งมีของที่ระลึกและกิจกรรมสนุกๆ ให้ร่ว
- แม้ปกติจะไม่ได้เป็นสายงานอาร์ตหรือดนตรี แต่พอมาอยู่ ขิมกลายเป็นคนไปดู Musical ตลอด เพราะบรรยากาศมันดึงดูดให้ลองอะไรใหม่ๆ
- ที่เกาหลี รู้สึกว่าใช้เวลา 24 ชั่วโมงได้คุ้มค่ามาก เพราะการเดินทางสะดวก แม้แต่ไปต่างจังหวัดก็ง่าย ถ้าวางแผนดีๆ ก็มักจะสามารถไปทำทุกอย่างที่ตั้งใจไว้ได้ครบค่ะ!
อยากแนะนำคนที่อยากเรียนต่อมหาลัยที่เกาหลีว่า การเรียนสถาบันภาษา YSKLI เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าเรียนที่ ม.ยอนเซด้วย เพราะเค้าจะมีให้อาจารย์ช่วยเสนอนักเรียนในห้องที่เรียนดีให้อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนสอนภาษาพิจารณา ถ้าผ่านโรงเรียนก็จะแนะนำให้ทางคณะของ ม.ยอนเซโดยตรงอีกทีนึง
. . . . . . . .
อันยองชีวิต ป.ตรี ที่ ม.ยอนเซ
ประทับใจจนเทใจให้~
Overview
เงื่อนไขทุนรัฐบาลเกาหลีปีขิม คือถ้าได้ TOPIK 5 ขึ้นไป = ไม่ต้องเรียนคอร์สภาษาแล้วซึ่งกรณีขิมคือเรียนคอร์สภาษาที่ ม.ยอนเซ จนจบเลเวล 6 พอสมัครเรียน ม.ยอนเซต่อเค้าก็ตัดให้เราเป็น TOPIK 6 เท่ากับไปถึงก็เข้า ป.ตรี ปี 1 เลย
เรื่องเนื้อหาความยากคือเหมือนเป็นภาคต่อ (Next Level) ของสถาบันภาษาเลย อย่างตอนสถาบันภาษาก็จะเน้นพัฒนาเลเวลภาษาโดยเฉพาะ แต่พอ switch มาเป็นหลักสูตรมหาลัยแล้ว เค้าโฟกัสเรื่องเนื้อหา ไม่มีเวลามาทวนเรื่องภาษา บางแกรมมาร์ก็เพิ่งมาเห็นเลย นอกจากนี้ยังต้องปรับตัวเรื่องสังคม เพราะการคุยกับเจ้าของภาษาและคนต่างชาติจะมี gap แตกต่างกัน
ส่วนใหญ่อ่านแล้วให้วิเคราะห์ งานกลุ่มเยอะ ตอนสอบมีกระดาษเปล่ามาให้เขียนตอบเลยก็มี และเอกลักษณ์อย่างหนึ่งคือเราจะได้เรียนในห้องควบคู่กับเรียนออนไลน์บน LearnUs YONSEI https://ys.learnus.org/ดูคลิปเรียน ทำควิซ หรือสอบปรนัย ก็ทำผ่านแพลตฟอร์มนี้
สำหรับ LearnUs จะมีพาร์ตที่นักศึกษายอนเซ แต่ก็มีส่วนที่บุคคลภายนอกเข้าไปเรียนได้ด้วย ถ้าใครสนใจลองเข้าไปเทกคลาสก่อนได้เลยถ้าเป็นคณะบริหารของ ไม่ได้มีแยกสาขาย่อยอีกค่ะ ระบบเรียนจะยืดหยุ่นมาก เราสามารถลงได้หมดทั้ง Marketing, Finance, Accounting, Management, Coding และอื่นๆ และทุกเทอมจะมีโปรแกรมให้เด็กต่างชาติไป Company Visit บริษัทต่างๆ
ชีวิตการเรียนจะหนักแค่ไหนเราประเมินพลังแล้ววางแผนตารางตัวเองได้ ขิมลงวิชาที่สอนเป็นภาษาเกาหลีไป 80% ของทั้งหมด เพราะคิดว่าไหนๆ ก็มาแล้ว ขอสักตั้ง
ถ้าจบ ป.ตรี ขั้นต่ำต้องเรียนครบ 48 หน่วยกิต แต่เราสามารถเรียนเพิ่มได้อีกเพื่อเทกเป็น Minor (ขั้นต่ำ 21 หน่วยกิต), Double Major (ขั้นต่ำ 36 หน่วยกิต) ลง ป.ตรีควบโท เป็นต้น อ่านเพิ่มเติม และที่น่าจะเป็นเอกลักษณ์ของระบบเรียน Yonsei คือมี ‘Micro Major’ และ ‘Joint Major’
- วิชาเอกย่อย Micro Major(12 หน่วยกิต)เราสามารถข้ามไปลงสาขานอกคณะได้
- สาขาวิชาร่วม Joint Major (연계전공)(36 หน่วยกิต)อ้างอิงจากปี 2025 มีให้เลือก 14 Joint Majors ถ้าเก็บครบหน่วยกิตสามารถเทกเป็นเป็นวิชาโทได้เลยค่ะ ตอนนั้นขิมก็มีลง Start-up Insight ของวิทยาลัย Enterprise Support Foundation ด้วย
เริ่มปีแรก เรียนอะไรบ้าง?
ปีแรกเครียดเรื่องปรับตัว แต่เรื่องเรียนชิลสุดด เพราะเนื้อหาไม่หนักยังไม่มีวิชาคณะ เด็กต่างชาติทุกคนจะได้เรียนวิชา Global Basic Education Division หรือ ‘GBED’ของ Global Leaders College ก่อน ซึ่งประกอบด้วยวิชาต่อไปนี้;
- Understanding of Numbers in Daily Life
- Guidance Politics
- Landmarks of Korean Culture
- Digital Art and Culture
- Understanding Global Industry Material and Civilization
- GLC Mathematics
- Technology Society and Leadership
- Understanding Food and Food Scienceอัปเดตรายวิชา GBED Tips:จริงๆ แล้ว Global Leaders College ก็คือคณะนึงที่เปิดสอนระดับ ป.ตรี เรียนเป็นภาษาเกาหลี เนื้อหาเหมือนกันแค่วิธีสอนและการตัดเกรดจะไม่โหดเท่าภาคปกติ เน้นพัฒนาศักยภาพการเป็นผู้นำระดับโลก ถ้าสนใจลองเข้าไปรายละเอียดได้ที่เว็บคณะ https://glc.yonsei.ac.kr/en/homeen
นอกจากวิชาใน GBED ก็จะมีวิชาส่วนกลางที่ขิมไปลงเรียน เช่น Health & Exercise (วิชาออกกำลังกาย), Fencing (ฟันดาบ), Pickleball (พิกเคิลบอล) และวิชาภาษาต่างประเทศคือ ภาษาจีนและเยอรมัน ไปลงเลเวล 1 ทั้งคู่ สิ่งที่ยากคือเค้าจะสอนด้วยภาษาเกาหลีทั้งหมด
ปีต่อมา เก็บวิชาสุดปังเพียบ
จริงๆ โหดสุดก็คือช่วงปี 2-3 คณะตัดเกรดโหดเพราะเป็นมาตรฐานคนเกาหลีเลย แถมเนเจอร์คนเกาหลีคือจริงจังมากสุดๆ Productive + Professional ทุกคนเป็นแบบนี้ แล้วก็ใช้ภาษาทางการกันตลอด อย่างเพื่อนที่ทำงานกลุ่มด้วยกันก็เรียกแทนกันว่า คุณ ~님 ทำให้ช่วงแรกๆ รู้สึกเราตัวจิ๋วเดียววว (ไปๆ มาๆ ปล่อยวางขึ้น ชินขึ้น ทำให้กว่าจะหมดน้ำตาเป็นปี๊บ ㅠㅠ) แต่พอผ่านงานกลุ่มยากๆ มาได้ เราก็พอตัวน้าาา คุ้มกับที่เหนื่อยมา และบางเคสต้องอ่าน 80-100 หน้าเพื่อเตรียมเรียน 1 คาบ นานๆ จะมีภาษาอังกฤษบ้าง
ข้อดีคือยุคหลังมีตัวช่วยที่ซัปพอร์ตให้การเรียนง่ายขึ้น ตอนนั้นขิมก็พยายามหาตัวช่วย เช่น ถ้า Article ภาษาอังกฤษ แนะนำแอปชื่อ“Speechiy” ให้แอปอ่านให้ฟังจะไวกว่า เน้นเรียนผ่านฟังค่ะ หรือเวลาเจอเปเปอร์ภาษาเกาหลี ส่วนมากก็อ่านแล้วเปิดดิกชันนารีไปด้วย แล้วเวลาเรียนในคลาสอาจารย์พูดไว ขิมใช้การอัดเสียงแล้วใช้แอปชื่อ “daglo” แปลงสรุปออกมา // นอกจากนี้ตอน ป.ตรี มีเรียนใช้โปรแกรมเยอะ เช่น วิชาสายสถิติมี R วิชาการตลาดมีใช้ STSS และวิชา Business Analytics มีใช้ Python ค่ะ
รีวิวตัวอย่างวิชาสักนิด
วิชา Consumer Behaviorสอนโดยอาจารย์ Kim, B. Kyuเป็นอาจารย์ประจำวิชานี้ค่ะ ขิมประทับใจมากกก เค้าจะนั่งกลางห้องแล้วให้นักเรียนล้อมวง ฟีลเหมือนกำลังฟัง Ted Talk สไลด์เรียบง่าย หัวข้อส่วนใหญ่เกี่ยวกับ Branding อาจมีเกริ่นทฤษฎีแต่หลักๆ เน้นเรื่องกรณีศึกษาเยอะ เช่น ทำไมฉลากผลิตภัณฑ์จึงมักวางรูปคนไว้ด้านซ้าย มีเหตุผลทางจิตวิทยาที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยังไงบ้าง เป็นต้น (ปกติอาจารย์จะมีไปออกตามยูทูบและทีวีด้วยนะคะ)
วิชา Investment theory เรียนหลักการใช้ตัวเลขคำนวณข้อมูล Data หรือ Financial Statement ว่าควรจะลงทุนยังไง รู้สึกยากก เพราะขิมเองก็คณิตพอถูไถค่ะ 555
วิชา Generative AIเรียนวิธีการเขียน Prompt เพื่อวิเคราะห์ Data ซึ่งนอกจาก ChatGPT เราได้รู้จัก Tools อีกหลายตัวที่เวิร์กมากกับงานรูปแบบต่างๆ วิชานี้จะมีเซสชันให้คนมาถกกันว่าใครใช้แล้วคิดเห็นยังไงบ้าง บางทข้อมูลที่ประมวลออกมาได้ไม่เหมือนกัน ช่องโหว่คืออะไร เป็นต้น
วิชา Leadership Workshopอยู่ใน Micro major [Startup] มีรุ่นพี่ที่ทำ Start-up แล้วประสบความสำเร็จมาเล่าให้ฟังว่าระหว่างทางเจออะไรบ้าง โพรไฟล์ของเค้าเป็นยังไง แผนหลังจากนี้คืออะไร วิชานี้จะได้เรียน 14 สัปดาห์ เปลี่ยนคนทุกวีค ฟังไปเลยจุกๆ ค่ะ ดีมากกก ! แล้วพอเป็นรุ่นพี่ บางทีเราอาจได้แลกนามบัตรกันด้วย // Yonsei เป็นมหา’ลัยที่มีเงินทุนสนับสนุน Start-up เยอะด้วยนะคะ
. . . . . . . .
ชมรมก็จริงจัง ฝึกซ้อมแบบตั้งใจ
ไม่ได้มาเล่นๆ
ตอนนั้นขิมเข้าหลายชมรมมาก เช่น
- ชมรมเล่นเวท Body Buildingพี่ๆ เพื่อนๆ จริงกันมาก เค้าเป็นระดับนักเพาะกายกัน แข่งจริง ได้รางวัลจริง มีแบ่งกลุ่มให้มาออกกำลังกายด้วยกัน 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ หรืออย่างน้อย 3-4 ครั้ง/เดือน โดยมีแอปชื่อ Timestamp ให้ถ่ายรูปไปลงว่าเราออกกำลังกายแล้วนะ แล้วมาดูกันว่าทีมไหนออกกำลังกายเยอะสุด
- ชมรมชงชามีเซสชันที่ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านชาเข้ามาสอน มีนัดไปลองชิมชาร้านใหม่ๆ ถ้าเป็นที่ไทยจะเน้นมัทฉะใช่มั้ยคะ นิยมชาจีน สอนทำตั้งแต่ล้างชา แช่ใบชา ฯลฯ มีไปเที่ยวไร่ชา เก็บใบชามานั่งนวดใบชา คั่ว บรรจุ เรียกว่ารู้ทุก Process แบบลึกซึ้งค่ะ
ชมรม Mulsarang (물사랑)หรือที่รู้จักในชื่อ Aquamour เป็นชมรมว่ายน้ำสมัครเล่นของมหา’ลัย
ชมรม Start-upนักศึกษาที่สนใจจะเอาไอเีดยมา Pitching กัน มีประชุมสัปดาห์ละครั้ง อัปเดตความคืบหน้าและดิสคัสว่าจะทำแผนอะไรกันต่อ เป็นหนึ่งในชมรมที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก Institute for Higher Education Innovation (IHEI)มาจัดกิจกรรมค่ะ // เจอเพื่อนหลากหลายมากก ขิมเป็นต่างชาติคนเดียวในนั้นเลย
และนอกจากนี้ ยังมีอีกหลายชมรมที่สนับสนุนโดย IHEI เช่น ชมรมละครเวที ชมรมประดิษฐ์สินค้า เพื่อหาเงินไปบริจาคให้กับ Social Venture ค่ะ
ชมรมเป็นหนึ่งในหลายเรื่องที่ขิมประทับใจเลยนะคะ โดยเฉพาะการอยู่ในกลุ่ม Start-up จากที่ไม่เคยจินตนาการออกว่าตอนตัวเองนั่งทำงานในบริษัทจะเป็นยังไง ในที่สุดก็ได้มาเห็น (อาจารย์ cheer up เต็มที่ บอกว่าลองสักครั้งสิ เธอทำได้!) สังคมเพื่อนก็น่ารักอบอุ่น เรื่องเดียวที่เสียดายคือน่าจะเข้าชมรมให้เยอะกว่านี้ค่ะ
เว็บไซต์คณะบริหารธุรกิจ Yonsei[แนะนำ]ช่องยูทูบ The Yonsei Annals
. . . . . . . .
ได้ Intern บริษัทฮุนได
ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ประมาณ Jun-Jul ขิมอยากฝึกงาน เลยลองหาข้อมูลดูค่ะ (แต่ละมหาลัยจะมีเว็บหางาน แนะนำให้ดูของที่อื่นควบคู่กันเพื่อให้ได้ข้อมูลบริษัทมากที่สุด) สุดท้ายขิมเข้าไปฝึกงาน Sales Support ของบริษัทแบรนด์รถยนต์ระดับพรีเมียมของเกาหลี หลักๆ คือทำรีเสิร์ช สัมภาษณ์ และวิเคราะห์กลยุทธ์ที่เหมาะกับการตีตลาดในต่างประเทศ
เป็นช่วงที่ท้าทายและตื่นเต้นสุดๆ เลยค่ะ~
- เรามาฝึกงานกับบริษัทเกาหลีที่มีความ Global พวกระบบงานระบบเทรนดีมากก กำหนดโจทย์มาให้ โดยมีพี่เลี้ยงเป็น Senior Manager และผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลชีวิตการทำงานของเรา
- ตอนแรกคิดว่าอยู่บริษัทเกาหลีจะมีความอนุรักษ์นิยม (Conservative) แต่จริงๆ เค้าให้อิสระมาก หนึ่งในวัฒนธรรมองค์กรที่เจอคือ เค้าจะมีให้กด hotseat ว่าวันนี้จะจองทำงานโต๊ะไหน แต่ละวันเปลี่ยนได้ ทำให้มุมนั่งทำงานไม่จำเจและได้ทำความรู้จักกันทั่วถึงขึ้น
- สัมผัสการทำงานสุดเป๊ะแต่เปิดกว้าง เป็นช่วงสั้นๆ แต่ได้เห็นภาพและทำของจริง ได้เห็น Data สำหรับมาวิเคราะห์ มีเข้าประชุมด้วย ไม่คิดเลยว่าเด็กฝึกงาน 1 เดือน จะมีโอกาสได้มาจับงานส่วนนี้
- ขิมได้เข้า Ground Workshop 1 วันเต็ม เริ่มจากเรื่องการทดสอบบุภาพ (Personality Test) ตั้งกฎทำงานร่วมกัน ทำกิจกรรมด้วยกัน
. . . . . . . .
เรียนหนักขอพัก gap year
หาจุดพัฒนาตัวเองก่อนเริ่มบทใหม่!
โปรแกรม BA ที่ขิมเรียน ไม่ต้องทำโพรเจกต์จบ แค่เก็บหน่วยกิตครบก็พอ ส่วนเรื่องวีซ่า จบแล้วสามารถอยู่ต่อในเกาหลีได้สูงสุด 2 ปี (ต่อครั้งละ 6 เดือน) // ส่วนช่วงนี้ขิมเพิ่งจบใหม่ ขอพักก่อนสักนิด 555 แต่ก็ใช้เวลาสะท้อนตัวเองว่าควรพัฒนาอะไรเพิ่มเติม พยายามบิ๊วทั้ง Hard Skills และ Soft Skills คู่กัน
เพิ่มโอกาสหางานยังไงดี?
- ต้องได้ TOEIC ขั้นต่ำ 850
- English Speaking ถ้า OPC advanced (AL)
- TOEIC Speaking Advanced (AL)
- กำหนดเกณฑ์คะแนนภาษา ปัจจุบันมีกำหนดมากขึ้น ถ้าพวกบริหารหรือแนว Sales Makerting / Global Sales มักจะกำหนดขั้นต่ำ TOPIK 5 แต่ถ้าได้ TOPIK 6 จะดีมาก
สำหรับใครที่อยากหางานในเกาหลี แนะนำให้สร้างโปรไฟล์ที่ Job Korea ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมที่คนเกาหลีนิยมใช้กันค่ะ
. . . . . .
[ You are all Invited. ]
โอกาสปรึกษาฟรีกับ 24 รุ่นพี่ทุนดีกรีสุดปัง
พบกัน 26-27 เม.ย. 68 ที่ไบเทคบางนา
เคลียร์คิวให้พร้อม เพราะ Dek-D's Study Abroad Fair จะคัมแบ็กแบบเล่นใหญ่! พาว่าที่เด็กนอกเริ่มก้าวแรกเตรียมพร้อมออกเดินทาง เพื่อพิชิตฝันเรียนต่อต่างประเทศให้เป็นจริง
- ปรึกษาฟรี 1:1 กับ 24 รุ่นพี่นักเรียนทุน ป.ตรี/โท/เอกอย่าพลาดโอกาสนี้! เพราะรอบนี้เราได้รับเกียรติจากทั้งศิษย์เก่าทุนรัฐบาลไทย, จีน, เกาหลีใต้, สิงคโปร์, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, อิตาลี, ฮังการี, สวีเดน, Franco-Thai, Fulbright TGS, Chevening, Erasmus+ รวมถึงทุนจากมหาวิทยาลัยและบริษัทเอกชน(แถมมีบูทจาก DAADของรัฐบาลเยอรมนีด้วย) เปิดบูทให้ทุกคนสามารถ Walk-in เพื่อพูดคุย ปรึกษา หรือรีวิว SoP แบบตัวต่อตัวได้
- แจกฟรี Planner วางแผนเรียนต่อนอกสำหรับมือใหม่
- IELTS Mock Test - ทดลองสอบ IELTS ฟรีโดย British Council IELTS (Walk-in only)
- Alumni’s Talk: #ทอล์กเด็กนอก รายการพูดคุย-สัมภาษณ์รุ่นพี่นักเรียนทุนจากหลากประเทศ & แชร์ประสบการณ์เรียนต่อ การใช้ชีวิต จัดเต็ม 24 หัวข้อสุด Exclusive
- จัดพร้อม Dek-D’s TCAS Fair 2025 งานเรียนต่อมหาวิทยาลัยในไทยที่ใหญ่ที่สุด มางานเดียวคุ้ม ได้เลือกทั้งไทยและต่างประเทศ