โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

จุดจบคนโลภ จัดฉากฆ่า ฮุบเงินประกัน 14 ล้าน

อีจัน

อัพเดต 14 มี.ค. 2568 เวลา 17.06 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. 2568 เวลา 14.51 น. • อีจัน

โลภ ลวง จัดฉากฆ่า ราวกับหนัง #สรุปม้วนเดียวจบ
จากคดีอุบัติเหตุ สู่ คดีฆาตกรรม หวังเงินประกัน 14 ล้าน

เรื่องราวนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ.68 ค่ะ
บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนไปยัง พล.ต.ต.สมจิตร เหล่ามงคลนิมิต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร ขอให้ตรวจสอบเหตุ #อุบัติเหตุ ที่นายวิเชียร อายุ 32 ปี ตกจากรถกระบะ แล้วถูกรถเหยียบซ้ำ จนเสียชีวิต โดยเหตุเกิดที่ กม.ที่ 15 ต.ธาตุ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร

การตายของนายวิเชียร ผลการชันสูตร แพทย์ระบุว่า พบบาดแผลบริเวณคิ้ว หน้าแข้ง มีเพียง 2 จุดเท่านั้น

คดีนี้ตำรวจกุมผู้ต้องหาชนนายวิเชียรได้ 3 ราย คือ
นายสกล
นายพรศักดิ์
นายพีรพัฒน์

โดยตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา ขับรถประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

แต่การตายของนายวิเชียร บริษัทประกัน คลางแคลงใจ สงสัยว่าอาจจะมีอะไรมากกว่าคำว่า อุบัติเหตุ เมื่อตรวจสอบพบว่า นายสกล อายุ 38 ปี ชายคนนี้เคยเป็นอดีตตัวแทนจำหน่ายประกันให้กับครอบครัวของนายวิเชียร เป็นคนไปขอยื่นรับเงินประกันจาก พ.ร.บ.ประกันภัยรถยนต์จากบริษัทประกันรถเอกชนจำนวนหลายแห่ง โดยมีหนังสือมอบอำนาจ จากนางจันที แม่ของนายวิเชียร

บริษัทประกัน ได้กลิ่นของความไม่ชอบมาพากล !
จึงตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง จนกระทั่งพบพิรุธหลายอย่าง
เช่น ผลชันสูตรศพ ใบมรณะบัตร ซึ่งค่อนข้างที่จะไม่สอดคล้องกันกับความเป็นจริง เพราะบนร่างกายของนายวิเชียร หากเกิดอุบัติเหตุจริงต้องมีรอยถลอกหรือรอยชน แต่ผลชันสูตรกลับมีเพียงบาดแผล 2 แห่งเท่านั้น

รวมถึงพบข้อพิรุธเรื่อง รถยนต์คันที่นายวิเชียรนั่ง มีการทำ พ.ร.บ.กรมธรรม์ประกันภัยมากถึง 12 กรมธรรม์ และรถยนต์อีก 2 คัน คู่กรณี มีกรมธรรม์คันละ 5 กรมธรรม์ โดยเป็น พ.ร.บ.ภาคบังคับ 22 กรมธรรม์ ต้องจ่ายชดเชยให้ผู้เสียชีวิตกรมธรรม์ละ 500,000 บาท และ พ.ร.บ.รถยนต์ภาคสมัครใจอีก 6 กรมธรรม์ รวมทั้งหมด 28 กรมธรรม์ ซึ่งเป็นเงินสูงถึง 14 ล้านบาท ที่บริษัทประกันภัยรถยนต์ต้องจ่ายเงินผลประโยชน์นี้ให้บิดา มารดา หรือผู้สืบสายเลือดของนายวิเชียร

ซึ่งรถยนต์กระบะคันก่อเหตุ เป็นชื่อของ นายสกล ส่วนคนรับกรมธรรม์ คือ นางพัชรี (ภรรยาของนายสมศักดิ์) และนางสมพร

พิรุธนี้ ตำรวจเริ่มแคลงใจ
เหตุการณ์นี้ เป็นอุบัติเหตุ หรือ จงใจฆ่า ?

ตำรวจไล่เรื่องเพียงนิด สอบคนใกล้ชิดเพียงหน่อย ความจริงก็เปิดเผย !

นางบัวเรียน พี่สาวของนายวิเชียร คือ กุญแจสำคัญในการไขคดีนี้ให้กับตำรวจค่ะ
บัวเรียน เธอรู้จักกับนายสกล ชายคนนี้เคยเป็นอดีตตัวแทนจำหน่ายประกัน และภายหลังจากที่พ่อนายวิเชียรประสบอุบัติเหตุจนนอนติดเตียง นายสกลก็มาให้คำแนะนำเรื่องเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ประกันภัยรถยนต์กับครอบครัว จึงทำให้มีความสนิทใกล้ชิดกับคนในครอบครัวของนายวิเชียร

บัวเรียน เธอให้การกับตำรวจว่า เคยบ่นให้กับนายสกลฟังว่าอยากให้พาน้องชายไป สั่งสอนหน่อยเพราะทนไม่ไหวที่ชอบทำร้ายพ่อแม่เป็นประจำ แต่ก็ไม่คิดว่ากลุ่มชายฉกรรจ์นี้จะทำจริง หลังจากที่น้องชายออกจากบ้านไปวันที่ 10 ก.พ.68 ก็ได้ทราบข่าวว่าน้องเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต

ชัดเลย ! การของวิเชียร ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการจัดฉาก

วันที่ 8 มีนาคม 2568 ศาลสว่างแดนดินได้ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด 4 ราย คือ นายสกล นายสมศักดิ์ นายพีรพัฒน์ และ นายพรชนก ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ก่อนจะตามจับกุมได้หมดทุกคน

หลังจากนั้น คำสารภาพจากปากผู้ต้องหา ก็ค่อยๆคลายออกจากปาก คลี่คดีไปทีละเปราะ

พรชนก เล่าเป็นฉากๆ
เมื่อวันที่ 10 ก.พ.68 ช่วงเที่ยง ที่โรงน้ำดื่มของตนเอง มีนายสกล และนายวิเชียรอยู่ด้วย ได้พากันขับรถออกไปยังร้านตัดผมไม่ไกลนัก นายสกลสั่งช่างว่าให้ตัดผมให้นายวิเชียร เอาทรงนักเรียนเพราะจะพาไปบำบัด

หลังตัดผมเสร็จแล้ว ทั้ง 2 คนก็ได้พา นายวิเชียร ไปซื้อเสื้อผ้า ก่อนจะกลับมาที่โรงน้ำดื่มที่เดิม เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เป็นสีดำ

ต่อมาเวลา 16.00 น. นายสกล นายพรชนก และ นายวิเชียร ได้ไปกินข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง นายพรชนก อ้างว่า เริ่มเห็นนายวิเชียรมีอาการเชื่องช้าในขณะที่กินข้าวอยู่ ผ่านไปสักพักเวลา 6 โมงเย็น มีสายเข้ามาที่โทรศัพท์ของนายสกล ซึ่งปลายสายคือ นายพีรพัฒน์ บอกให้นายสกลไปดูรถให้หน่อย รถเสีย จากนั้นนายสกลก็สั่งเช็คบิลแล้วรีบออกไปพร้อมทุกคนทันที

ขณะนั้น นายพรชนก สังเกตเห็นว่านายวิเชียรมีอาการมึนเมา และเจ้าตัวขอนั่งเบาะหลังของรถกระบะที่ขับกันมา โดยนายสกลให้นายพรชนกไปขับและอ้างว่าขอไปนั่งท้ายกระบะเพราะอยากดูดบุหรี่ ขับไปสักพัก นายสกลที่อยู่ท้ายกระบะเคาะกระจกเรียกให้นายพรชนกจอด และสลับกันขับอ้างว่าหนาวจะขอขับเอง โดยให้เหตุผลว่า นายพรชนกขับรถช้า

เวลาพลบค่ำ เมื่อขับมาถึงจุดรวมพลจุดที่หนึ่ง นายพรชนก เล่าว่า เห็นรถยนต์กระบะคอกขนน้ำดื่มสีขาว 2 คัน จอดรออยู่ริมถนนอยู่แล้ว นายสกลกับตนเองก็ได้เดินลงไปจากรถ ปล่อยให้นายวิเชียรอยู่บนรถกระบะเพียงคนเดียว

พอลงมาถึงพบว่ามี นายพีรพัฒน์ นายสมศักดิ์ ยืนรออยู่แล้ว พร้อมกับสังเกตุเห็นรถยนต์กระบะตำรวจ และมีตำรวจในเครื่องแบบ 1 คน ยืนอยู่ข้างรถโดยไม่พูดจาอะไรคล้ายมาสังเกตการณ์

ระหว่างรวมตัวกันนายสกลก็แบ่งหน้าที่ ว่าใครต้องทำอะไรบ้าง พร้อมกับบอกว่าจะจัดการนายวิเชียรเอง อ้างว่า ญาติของนายวิเชียรเขาไม่ว่าอะไร

นาทีนั้น นายสกลหันมาถามนายพรชนกว่า “เอาด้วยไหม?”
นายพรชนก บอกว่า ตนเองเหมือนตกกระไดพลอยโจรไปแล้ว และเห็นว่ามีพวกของนายสกลอยู่ด้วย ก็เริ่มหวาดกลัว

การจัดฉากก็เริ่มขึ้น…
นายพรชนกขับรถกระบะ โดยมีนายสมศักดิ์นั่งข้างๆ
มีนายวิเชียรนั่งอยู่ท้ายกระบะเพียงคนเดียว

ส่วนนายสกล ขับรถคอกออกไป โดยนัดเจอทุกคนที่ กม.15

เมื่อถึงจุดนัดพบ นายสมศักดิ์ก็ลากนายวิเชียรลงไปนอนคว่ำหน้าลงกลางถนน
จากนั้นนายสมศักดิ์และนายพรชนก ก็ขับรถออกไป เจอกันที่จุดนัดพบจุดที่ 3 ห่างจากจุดทิ้งนายวิเชียรไปประมาณ 500 เมตร

เรื่องราวที่นายพรชนกให้การกับตำรวจ สอดคล้องกับคำให้การของนายพีรพัฒน์ ที่ให้การก่อนหน้านี้ว่า เมื่อได้รับสัญญาณแล้ว ให้ตนเองขับรถมาเหยียบนายวิเชียรได้เลย … ใช่ค่ะ นายพีรพัฒน์ทำจริง โดยเขาอ้างว่า หลับตา กลั้นใจ ขับไปชนแต่ไม่รู้ชนนายวิเชียรหรือไม่ ?

หลังจากเสร็จภารกิจเหี้ยมแล้ว
ทุกคนก็กลับไปที่โรงงานน้ำดื่มเอารถไปเก็บก่อนที่แยกย้ายกันไป

นายพรชนก ยังเล่าอีกว่า ในขณะที่อยู่ที่จุดนัดพบจุดแรก เขาเจอตำรวจคนที่ยืนอยู่ในงานศพญาติของนายสกล เขายืนยันว่า #ตำรวจนายนี้อยู่จุดแรกรวมพลก่อนจะเกิดการจัดฉากฆ่านายวิเชียร

การซัดทอดนี้ ทำให้ตำรวจที่ถูกกล่าวหา ถึงกับร้อน !
ดอดมอบตัวกับตำรวจ สภ.วานรนิวาส ทันที

ตำรวจคนนี้ มียศ พ.ต.ท. สังกัดเดิมคือ สภ.ศรีวิชัย ได้เดินทางมามอบตัว หลังถูกออกหมายจับเป็นคนที่ 5 ของขบวนการจัดฉากฆ่า เจ้าตัวปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่เกี่ยวข้องใดใดกับการตายของนายวิเชียร โดยขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น

ขณะนี้ ตำรวจจะรื้อคดีที่ ตำรวจยศ พ.ต.ท.เป็นผู้รับผิดชอบ มาดูอย่างละเอียดอีกครั้ง หวั่นว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกครั้ง

จากอุบัติเหตุ สู่ คดีฆาตกรรมเหี้ยม
เพียงเพราะหวังเงินประกัน 14 ล้าน
จากคนโลภ สู่ คนคุก
คนทำผิดย่อมได้รับกรรมที่ก่อไว้

คดีนี้ตำรวจยังคงสืบสวนต่อไปค่ะ หากพบว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องในขบวนการนี้ ก็จะรวบรวมพยานหลักฐานแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มทันที

อีจันขอแสงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยนะคะ

จุดจบคนโลภ จัดฉาก ฮุบเงินประกัน 14 ล้าน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...