โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 1,016.57 จุด ขานรับรายงานผลประกอบการ, แนวโน้มความตึงเครียดจีน – สหรัฐฯ คลี่คลาย

efinanceThai

เผยแพร่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 00.32 น.

ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 1,016.57 จุด ขานรับรายงานผลประกอบการ, แนวโน้มความตึงเครียดจีน สหรัฐฯ คลี่คลาย

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 เม.ย. 68 7:32: น.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนบวกในวันอังคาร (22 เม.ย.) โดยดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 1,016.57 จุด จากรายงานผลประกอบการรายไตรมาสของหลายบริษัท และสัญญาณว่าความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนมีแนวโน้มผ่อนคลายลง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดพุ่งขึ้น 1,016.57 จุด หรือ 2.66% ปิดที่ 39,186.98 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 129.56 จุด หรือ 2.51% ปิดที่ 5,287.76 จุด และดัชนีแนสแดค ปิดเพิ่มขึ้น 429.52 จุด หรือ 2.71% ปิดที่ 16,300.42 จุด

หุ้น 11 กลุ่มที่คำนวนในดัชนี S&P 500 พบว่าปิดในแดนบวกทั้งหมด โดยหุ้นกลุ่มการเงินและกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยดัชนี S&P 500 ปิดในวันอังคารต่ำกว่าระดับสูงสุดตลอดกาลที่ทำไว้เมื่อวันที่ 19 ก.พ. อยู่เกือบ 14% หลังถูกกดดันต่อเนื่องหลายสัปดาห์ จากข้อพิพาทด้านภาษีที่ไม่แน่นอนของรัฐบาลทรัมป์

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในการซื้อขายหลังปิดตลาด หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า ไม่มีแผนที่จะปลดนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ออกจากตำแหน่ง ซึ่งเป็นการกลับลำ โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์มีท่าทีที่แข็งกร้าวต่อการปลดนายพาวเวลล์ พร้อมกันนี้ ทรัมป์ยังกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า จะมีท่าทีเป็นมิตรในการเจรจากับจีน และภาษีนำเข้าจากจีนจะลดลงอย่างมากหลังจากบรรลุข้อตกลง แต่จะไม่ลดลงจนถึงระดับศูนย์

หลังจากคำกล่าวของทรัมป์ ดัชนี S&P 500 ฟิวเจอร์ส พุ่งขึ้นเกือบ 2% โดยหุ้นของ Amazon.com และ Nvidia ปิดเพิ่มขึ้นรายละ 3% ขณะที่หุ้น Apple ปิดเพิ่มขึ้น 2% ในการซื้อขายหลังปิดตลาด

ในช่วงระหว่างการซื้อขายเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พบว่าตลาดปรับตัวขึ้นอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้ดัชนีหลักทั้ง 3 ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมากกว่า 2.5% โดยนักลงทุนมองข้ามคำวิจารณ์ของทรัมป์ต่อพาวเวลล์ ซึ่งโดยตำแหน่งถือเป็นบุคคลที่มีผลต่อเสถียรภาพของตลาด

ก่อนหน้านั้น นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า การเจรจาการค้ากับจีนอาจเป็น งานยาก แต่เขาเชื่อว่าจะมีการลดความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนลง

ความไม่แน่นอนเหล่านี้ มีส่วนทำให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2025 ลงเหลือ 1.8% โดยอ้างถึงผลกระทบจากภาษีของสหรัฐฯที่อยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 100 ปี

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาการรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน โดยจนถึงตอนนี้ มีบริษัทในดัชนี S&P 500 จำนวน 82 แห่งที่รายงานผลประกอบการแล้ว โดย 73% ของบริษัทเหล่านี้ ทำผลงานได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ตามข้อมูลจาก LSEG โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ผลกำไรรวมของบริษัทใน S&P 500 จะเติบโตที่ 8.1% สำหรับไตรมาสแรกของปี 2025 ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 12.2% เมื่อต้นไตรมาส

ด้านหุ้นรายตัว พบว่าหุ้นของ 3M บริษัทอุตสาหกรรมรายใหญ่ พุ่งขึ้น 8.1% หลังรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกดีกว่าคาด โดยเตือนว่าผลกำไรปี 2025 อาจได้รับผลกระทบจากภาษี ในทางตรงกันข้าม หุ้นของ Northrop Grumman ร่วงลง 12.7% หลังรายงานกำไรลดลงอย่างมาก ขณะที่ RTX บริษัทด้านอากาศยานและการป้องกันประเทศ ร่วงลง 9.8% หลังเตือนว่าภาษีอาจกระทบกำไรประจำปีถึง 850 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ที่มา Reuters

รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...