โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ใครเป็นผู้ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตฉบับแรกของประเทศไทย ?

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ส.ค. 2567 เวลา 11.14 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. 2567 เวลา 03.00 น.

ใครเป็นผู้ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตฉบับแรกของประเทศไทย ?

วันที่ 4 สิงหาคม 2567 รู้หรือไม่ ธุรกิจประกันชีวิต เริ่มเป็นที่รู้จักในประเทศไทยราวสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีบริษัทต่างชาติเข้ามาดำเนินกิจการ และตั้งสำนักงานตัวแทนเสนอขายประกันชีวิตแบบตลอดชีพ โดยสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เอกอัครมหาเสนาบดี เป็นผู้ถือกรมธรรม์ฉบับแรก

อาจเรียกได้ว่าการประกันชีวิตยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่หลังจากที่ได้มีการก่อตั้งกองประกันภัย สังกัดกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม ขึ้นในปี 2472 ธุรกิจประกันชีวิตก็เริ่มเป็นที่แพร่หลาย มีบริษัทประกันชีวิตต่างชาติ เข้ามาประกอบธุรกิจเป็นจำนวนมาก ซึ่งต่อมาในช่วงปี 2485 อันเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงมีกลุ่มบุคคลคนไทยได้ก่อตั้งบริษัทประกันชีวิตที่เป็นของคนไทยขึ้นเป็นครั้งแรก

โดยธุรกิจประกันชีวิตต้องหยุดชะงักลงเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 บริษัทประกันชีวิตต่างชาติได้พากันปิดกิจการและขนทรัพย์สินกลับสู่ภูมิลำเนาเดิม สร้างความเสียหายให้แก่ผู้เอาประกันในประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง

ด้วยเหตุนี้คนไทยและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของไทยในสมัยนั้น จึงได้รวมตัวกันก่อตั้งบริษัทประกันชีวิตของไทยขึ้น เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2485 ภายใต้ชื่อ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด นับเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของคนไทย ที่มุ่งสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้กับครอบครัวคนไทย

ปัจจุบันธุรกิจประกันชีวิต เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีความมั่นคงและมีส่วนสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยในปี 2566 บริษัทประกันชีวิตทั้งระบบ มีเบี้ยรับรวมกว่า 633,203 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.62 เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) มีกำไรจากการรับประกันภัยรวม 53,399 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.19% YOY มีสินทรัพย์ลงทุนรวม 3.78 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.67% YOY

และภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตในช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค. – มิ.ย. 2567) มีเบี้ยประกันชีวิตรับรวม (Total Premium) อยู่ที่ 311,414 ล้านบาท เติบโต 3.80% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) มาจาก 1. เบี้ยรับรายใหม่ (New Business Premium) 88,391 ล้านบาท เติบโต 1.83%

ซึ่งเบี้ยรับรายใหม่แยกออกเป็นเบี้ยปีแรก (First Year Premium) 57,573 ล้านบาท เติบโต 1.98% และเบี้ยจ่ายครั้งเดียว (Single Premium) 30,818 ล้านบาท เติบโต 1.55%

และ 2. เบี้ยปีต่ออายุ (Renewal Premium) 223,023 ล้านบาท เติบโต 4.61% มีอัตราความคงอยู่ใกล้เคียงเดิมที่ 83% โดยถือว่าเบี้ยปีต่ออายุเติบโตได้ค่อนข้างดี สวนทางเบี้ยซิงเกิลพรีเมียมเติบโตไม่ได้หวือหวา

“โดยผู้นำ 10 อันดับแรกในธุรกิจประกันชีวิต มีมาร์เก็ตแชร์จากเบี้ยรับรายใหม่รวมกันเกือบ 90% และมีมาร์เก็ตแชร์จากเบี้ยรับรวมสูงถึง 92%”

ทั้งนี้ 5 บริษัทประกันชีวิต ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในปัจจุบัน มีทั้งที่เป็นเจ้าของคนไทยและบริษัทข้ามชาติ ไล่เรียงตั้งแต่ AIA เบอร์ 1 เป็นกลุ่มทุนข้ามชาติ ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในฮ่องกง ก่อตั้งและดำเนินธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย โดย นายคอร์เนเลียส แวนเดอร์ สตารร์ เริ่มให้บริการประกันภัยครั้งแรกที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ตั้งแต่ปี 2462 และได้ขยายธุรกิจเข้ามาในประเทศไทย โดยรับประกันภัยทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ตั้งแต่ปี 2481 หรือเป็นเวลา 86 ปีแล้ว

เบอร์ 2 คือ FWD เป็นกลุ่มบริษัทข้ามชาติ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในฮ่องกงเช่นกัน บริหารและควบคุมกิจการโดยกลุ่มธุรกิจแปซิฟิก เซ็นจูรี ของมหาเศรษฐีชาวฮ่องกง “ริชาร์ด ลี” โดยเอฟดับบลิวดีก่อตั้งขึ้นที่ทวีปเอเชียในปี 2556 โดยกลุ่มธุรกิจแปซิฟิก เซ็นจูรี ได้เข้าซื้อธุรกิจประกันจาก ไอเอนจี กรุ๊ป เอ็น.วี ในฮ่องกง มาเก๊า และไทย และเปลี่ยนแบรนด์เป็น FWD

โดย Swiss Re เข้าถือหุ้น 12.3% เมื่อเดือน ธ.ค. 2556 และปี 2557 เข้าทำธุรกิจในฟิลิปปินส์ และปี 2558 เปิดทำการในอินโดนีเซีย และในปี 2559 เริ่มธุรกิจในสิงคโปร์ โดยซื้อกิจการจาก Shenton Insurance และเข้าซื้อกิจการในเวียดนามจาก Great Eastern Life Vietnam และปี 2560 เข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นโดยซื้อกิจการจาก AIG Fuji Life

ปี 2562 ทำการเข้าซื้อหุ้น 49% จาก HSBC Amanah Takaful ในมาเลเซีย และตกลงซื้อ MetLife ในฮ่องกง และดีลใหญ่เข้าซื้อกิจการ ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต และเข้าร่วมเป็นพันธมิตรแบงก์แอสชัวสรันส์ในไทย

เบอร์ 3 ไทยประกันชีวิต ภายใต้การบริหารและควบคุมโดย “ตระกูลไชยวรรณ” โดยนายวานิช ไชยวรรณ เป็นผู้นำเข้ามาปรับปรุงโครงสร้างและระบบบริหารงานครั้งใหญ่

เบอร์ 4 เมืองไทยประกันชีวิต ควบคุมโดย “ตระกูลล่ำซำ” โดยในปี 2494 นายจุลินทร์ ล่ำซำ ได้เปิดบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต โดยมีนายบัญชา ล่ำซำ ลูกชายคนโตของนายโชติ ล่ำซำ เข้ามาช่วยบริหารงานในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ และหลังจากนั้นได้ลาออกเพื่อก้าวสู่ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย

จนมาปี 2503 นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ ลูกชายนายจุลินทร์ ล่ำซำ ทายาทรุ่นที่ 4 ได้เริ่มเข้ามาทำงานธุรกิจประกันและบริหารงานนานหลายทศวรรษ และต่อมา “ภูมิชาย ล่ำซำ” มีศักดิ์เป็นอาของนายสาระ ล่ำซำ เข้ามารับช่วงบริหารต่อจนเมื่อปี 2547 ได้ส่งไม้ต่อให้ “สาระ ล่ำซำ” ลูกชายคนเล็กของนายโพธิพงษ์ ขึ้นเป็นผู้บริหาร ซึ่งนายสาระ เป็นน้องชายแท้ ๆ ของมาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ

และเบอร์ 5 กรุงไทยแอกซ่าประกันชีวิต เป็นการร่วมทุนระหว่าง AXA กับธนาคารกรุงไทย ส่วนเบอร์ 6 อลิอันซ์อยุธยาประกันชีวิต เป็นการร่วมทุนระหว่าง Allianz และธนาคารกรุงศรีฯ

นอกจากนี้ในท็อป 10 ยังมี ไทยสมุทรประกันชีวิต ที่บริหารและควบคุมโดย “ตระกูลอัสสกุล” และกรุงเทพประกันชีวิต ของตระกูล “โสภณพนิช”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ใครเป็นผู้ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตฉบับแรกของประเทศไทย ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...