โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประจันหน้าบนโรงพัก หนุ่มหัวร้อนต่อยตำรวจ ชี้เป็นต้นเหตุทำรถล้ม ไม่จอดดู แถมไม่ชดใช้ ด้านตำรวจโต้อีกมุม

Khaosod

อัพเดต 03 ต.ค. 2567 เวลา 10.32 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2567 เวลา 10.32 น.

ประจันหน้าบนโรงพัก หนุ่มหัวร้อนต่อยตำรวจ ชี้เป็นต้นเหตุทำเกิดอุบัติเหตุ ไม่จอดดู แถมไม่ชดใช้ ด้านตำรวจโต้อีกมุม

จากกรณีโซเชียลแชร์คลิปวิดีโอ เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง ถูกชายฉกรรจ์ทำร้ายร่างกาย ชกต่อย เอามือค้ำคอ และใช้เท้าเตะกระจกมองข้างรถเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับความเสียหาย ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.18 น.วันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น อ่านข่าว เดือด หนุ่มต่อยตำรวจ เตะรถตราโล่ กระจกพัง ฉุนหักรถตัดหน้า ทำถูกชน

ล่าสุดวันที่ 3 ต.ค.67 ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ไปที่โรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่ง ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ เพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ รปภ.ของโรงเรียนที่ปรากฎในคลิป โดยได้พบกับ น.ส.ศิริคูณ (ขอสงวนนามสกุล) หัวหน้าชุด รปภ.และ นายสุไบมัน (ขอสงวนนามสกุล) รปภ. ที่อยู่ในเหตุการณ์และเข้าช่วยระงับเหตุ

น.ส.ศิริคูณ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลา 15.18 น. ตนและลูกน้องทำหน้าที่อยู่บริเวณประตูทางเข้าโรงเรียน ก็มีรถตำรวจขับเข้ามา โดยมีรถจยย.ของคนขับโบลต์ขี่จี้ตามมาติดๆ ตนจึงแจ้งว่าไม่อนุญาตให้ทั้ง 2 ฝ่ายเข้าไปด้านในของโรงเรียน จนทั้งคู่จอดรถแล้วลงมามีปากเสียงกัน ก่อนที่ชายคนขี่โบลต์ซึ่งมีอารมณ์ฉุนเฉียว จะตรงเข้าทำร้ายร่างกายตำรวจด้วยการต่อยหน้า และยังเตะกระจกมองข้างรถตำรวจหลุดทั้งสองข้าง

ตนทราบว่าทั้ง 2 ฝ่ายเกิดกระทบกระทั่งกันตั้งแต่แยกวงศ์สว่าง จนทำให้คนขี่จยย.โบลต์ไปเฉี่ยวชนกับรถจยย.คันอื่น แต่เขากลับโมโหและโกรธโดยบอกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจรถนำขบวนเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาเกิดอุบัติเหตุจึงได้ขี่รถไล่ตามมา

น.ส.ศิริคูณ กล่าวอีกว่า สำหรับรถนำขบวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นได้นำรถบัสขบวนของเด็กนักเรียนของโรงเรียนที่อยู่ติดกันมาส่งหลังจากเดินทางไปเข้าค่ายที่จังหวัดเพชรบุรีมาเมื่อวานนี้ ซึ่งจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นคือเขาไปมีเรื่องกันที่อื่น แต่ขับรถไล่ตามกันมามีเรื่องราวที่ลานจอดรถของโรงเรียนนี้แทน

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวกับโรงพัก จึงทราบว่าหลังเกิดเหตุ ส.ต.ท.วิโรดม ณะใจบุตร อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจ อคฝ. ผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.ฐิติปกรณ์ คุ้มปานอินทร์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนนทบุรี โดยให้การว่า ขณะตนขับนำขบวนรถบัสนักเรียนของโรงเรียนสตรีนนทบุรี จำนวน 8 คัน กลับจากเข้าค่ายลูกเสือที่จังหวัดสระบุรี

ขณะมาถึงบริเวณเชิงทางลงสะพานข้ามแยกประชาชื่นได้ขับรถปิดทางการเดินด้านซ้ายมือ เพราะเกรงว่าจะมีรถจากช่องทางดังกล่าวเปลี่ยนช่องทางเข้ามาในช่องทางของรถบัสและจะทำให้เกิดอุบัติเหตุกับรถบัสนักเรียน ซึ่งมีรถยนต์และรถจยย.หยุดให้ทาง แต่ได้มีรถจยย.ฮอนด้า ทะเบียน 6ขจ 4631 กทม. มี นายสหภาพ (ขอสงวนามสกุล) เป็นผู้ขับขี่ และหยุดรถไม่ทันเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถจยย.คันอื่น

จากนั้นได้ขี่ตามรถของตนมาจนถึงลานจอดรถวัดเขมาภิรตาราม และได้มาต่อว่าอย่างรุนแรง ตนจึงบอกให้ นายสหภาพ ไปแจ้งความที่ สน.ประชาชื่น และตนจะตามไปพบหากเป็นความผิดของตน พร้อมจะยินดีรับผิดชอบ แต่ นายสหภาพ ไม่พอใจต่อยที่ใบหน้า 2 ครั้ง จนศีรษะไปกระแทกเสาไฟ และนอกจากนั้น นายสหภาพ ยังได้เดินเตะกระจกมองข้างรถยนต์ทั้ง 2 ข้างพังเสียหาย จึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับนายสหภาพไว้แล้ว

ขณะที่ นายสหภาพ ผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนมีลูกค้าเป็นนักศึกษาซ้อนท้ายมาด้วย โดยมุ่งหน้าไปส่งที่วงศ์สว่าง 11 แต่มาถูกรถตำรวจปิดกั้นถนนอย่างกะทันหันจนทำให้รถของตนไปชนกับรถจยย.ที่อยู่ข้างหน้า จนรถตนได้รับความเสียหาย และหัวเข่ากระแทกพื้น ตนมีชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ยืนยันว่ารถตำรวจนำขบวนเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุ

และด้วยความโมโหที่หลังเกิดเหตุรถตำรวจไม่จอดช่วยเหลือ จึงตัดสินใจขี่รถจยย.ไล่ตามมาจนเจอตัวที่โรงเรียน ก่อนจะมีเรื่องชกต่อยกัน เพราะตนรับฟังคำพูดของเจ้าหน้าที่ตำรวจคนนี้ไม่ได้ และตำรวจคนนี้ยืนยันว่าจะไม่รับผิดชอบซ่อมรถให้ตน จึงตัดสินใจเตะรถเขาคืน จะได้ต่างฝ่ายต่างซ่อมกันไป

ตนยอมรับว่าโกรธมาก ถ้าเป็นใครก็คงโกรธเหมือนตน เพราะเป็นต้นเหตุทำให้รถคนอื่นเกิดอุบัติเหตุแล้วยังไม่จอดรถลงมาดู แต่กลับอ้างว่าเขากำลังทำงานอยู่ หากตนเสียชีวิตไปจะทำยังไง เพราะคำพูดคำนี้ของเขาจึงทำให้ตนฟิวส์ขาด ตอนนี้คุยกันไม่ได้แล้ว ส่วนเรื่องรถชนกัน ตำรวจให้ตนกลับไปดูที่พื้นที่เกิดเหตุที่ สน.ประชาชื่น ส่วนที่ สภ.เมืองนนทบุรี เป็นเรื่องของการทำร้ายร่างกายและทำลายทรัพย์สิน ซึ่งรถตนก็ได้รับความเสียหายเช่นกันมาจากรถตำรวจนำขบวนเป็นต้นเหตุ

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความและส่งตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจร่างกาย โดยหลังจากนี้จะนัดสอบปากคำทั้งสองฝ่ายอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ประจันหน้าบนโรงพัก หนุ่มหัวร้อนต่อยตำรวจ ชี้เป็นต้นเหตุทำรถล้ม ไม่จอดดู แถมไม่ชดใช้ ด้านตำรวจโต้อีกมุม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...