โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

AIS แท็กทีม Oracle ปลดล็อกบริการ AIS Cloud ระดับ Hyperscale Cloud ครั้งแรกในไทย ทรานสฟอร์มธุรกิจสู่ Digital Economy

Positioningmag

อัพเดต 13 ส.ค. 2567 เวลา 08.15 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2567 เวลา 03.52 น.

เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในความร่วมมือระดับประเทศ ที่ช่วยยกระดับบริการคลาวด์ในประเทศไทยให้ล้ำขึ้นไปอีกก้าว สำหรับการจับมือร่วมกันของ 2 ยักษ์ใหญ่อย่าง AIS และ Oracle ที่ได้ประกาศความร่วมมือในการเปิดตัวบริการคลาวด์ในระดับ Hyperscale Cloud เป็นครั้งแรกในไทย โดยความร่วมมือนี้เป็นการผสานเอาจุดแข็งของทั้งสองในการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่ Digital Economy ได้อย่างสมบูรณ์ในอนาคต
AIS ในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัล ตลอดระยะเวลา 34 ปี ได้พัฒนาเครือข่าย และบริการ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทั้งระดับผู้บริโภค และระดับองค์กร ซึ่งได้เปิดตัวกลุ่มธุรกิจ Business Cloud และ IoT Solution ตั้งแต่ปี 2559 เพื่อตอบรับลูกค้าองค์กรภาคธุรกิจ
ส่วนทาง Oracle มีบริการคลาวด์มากกว่า 100 บริการ ความร่วมมือนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการปลดล็อกขีดจำกัดในการใช้งานคลาวด์ระดับ Hyperscale Cloud สำหรับองค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ ผ่านบริการ AIS Cloud บน AIS Data Center


ภายใต้ความร่วมมือนี้องค์กรสามารถเข้าถึงบริการคลาวด์ของ Oracle (OCI) ที่มีมากกว่า 100 บริการ รวมถึงความสามารถด้าน AI ซึ่งจะตอบโจทย์ทุกความต้องการในการทำดิจิทัลทรานสฟอร์เมชัน ด้วยระบบ และบริการ Sovereign Cloud ที่มีความปลอดภัยและการปกป้องข้อมูลเป็นไปตามข้อกำหนดด้านการจัดเก็บข้อมูลของประเทศไทย รวมถึงความพร้อมในการทำระบบสำรองและกู้คืนข้อมูล (DR: Disaster Recovery) ในกรณีที่ระบบหลักเกิดความเสียหาย เพื่อให้ใช้ข้อมูลที่สำรองไว้มาทำงานต่อได้ทันที
นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS กล่าวว่า
“กว่า 34 ปีที่ผ่านมา AIS มุ่งพัฒนาโครงสร้างด้านดิจิทัลเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับประสบการณ์ดิจิทัลที่ดียิ่งกว่า ควบคู่ไปกับการนำศักยภาพโครงข่ายมาผสมผสานผ่านการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่หลากหลายเข้าเชื่อมต่อและสนับสนุนการทำงานกับองค์กร ทั้งภาครัฐ และเอกชน ให้สามารถทำดิจิทัลทรานสฟอร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นการเพิ่มศักยภาพและยกระดับขีดความสามารถในสร้างการเติบโต ที่จะนำไปสู่การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับประเทศได้อย่างยั่งยืน


โดยเฉพาะเทคโนโลยีคลาวด์ที่มีส่วนสำคัญในการรองรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีขององค์กร จากการศึกษาข้อมูล พบว่าในช่วงปี 2565-2570 ใน 4 ธุรกิจ ได้แก่ คลาวด์ ไอโอที (IoT) ดาต้าเซ็นเตอร์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นธุรกิจที่มาแรง เติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 20% ต่อปี จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ AIS ได้จับมือร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Oracle
บริการ AIS Cloud สร้างประสบการณ์ใหม่ด้วยบริการคลาวด์ที่มีประสิทธิภาพสูง ความปลอดภัย และการปกป้องข้อมูลที่สอดคล้องกับกฎหมายของประเทศไทย เน้นการขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการที่ต้องการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
นอกจากนี้ ความสำคัญอีกหนึ่งอย่างของความร่วมมือนี้ก็คือ การที่ประเทศไทยมีบริการ Hyperscale Cloud เป็นครั้งแรก จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลเทคโนโลยีในภูมิภาค และดึงดูดความสนใจจากนักลงทุน และบริษัทข้ามชาติได้
รวมไปถึงการนำเสนอความสามารถด้าน AI และบริการคลาวด์ที่หลากหลายของ Oracle ช่วยสร้างความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ AIS ในตลาดได้อีกด้วย


ทางด้าน การ์เร็ตต์ อิลจ์ รองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไป ภูมิภาคเอเซียแปซิฟิกและญี่ปุ่น กล่าวว่า
“การมอบตัวเลือกที่หลากหลายให้กับพันธมิตรและลูกค้าของเราเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญมาโดยตลอด ซึ่งประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ และความร่วมมือ Oracle Alloy กับ AIS จะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมของประเทศช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้ AIS กลายเป็นผู้ให้บริการ Hyperscale Cloud สามารถพัฒนาบริการใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น พร้อมทั้งนำเสนอ Sovereign Cloud และความสามารถด้าน AI ให้กับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศ ภายข้อกำหนดด้านกฎหมายด้านมาตรฐานการควบคุมความปลอดภัยของข้อมูลที่แตกต่างกัน ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ AIS สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า ด้วยประสบการณ์ของ AIS ที่เป็นผู้นำด้านบริการดิจิทัลในไทยซึ่งมีความเชี่ยวชาญในตลาดภายในประเทศ ทำให้ AIS สามารถส่งมอบบริการที่เหมาะสมต่อลูกค้าแต่ละรายที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า”
โดยที่ทาง IDC ได้คาดการณ์ว่าการใช้จ่ายด้าน Sovereign Cloud จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 31.5% ต่อปี สำหรับกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิค (ไม่รวมญี่ปุ่น) จากการสำรวจด้านคลาวด์ในพื้นที่เอเซียแปซิฟิค แสดงให้เห็นถึง 19% ขององค์กรในกลุ่มประเทศดังกล่าว มีการคาดการณ์การใช้จ่ายสำหรับ Sovereign Cloud จะเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์คลาวด์แบบผสมผสาน (Hybrid Cloud) ซึ่งถูกขับเคลื่อนโดยหน่วยงานกำกับดูแลและกฎระเบียบ รวมทั้งความต้องการที่จะทำให้กระบวนการทำงานมีความยืดหยุ่นมากขึ้น


ระบบคลาวด์แบบกระจายของ Oracle มอบประโยชน์ของคลาวด์พร้อมการควบคุมและความยืดหยุ่นที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

  • คลาวด์สาธารณะ (Public Cloud) : ภูมิภาคคลาวด์สาธารณะขนาดใหญ่สามารถให้บริการแก่องค์กรทุกขนาด รวมถึงองค์กรที่ต้องการการควบคุมความเป็นส่วนตัวในสหภาพยุโรปอย่างเข้มงวด ดูรายการภูมิภาคทั้งหมดได้ที่ https://www.oracle.com/emea/cloud/public-cloud-regions/

  • คลาวด์เฉพาะ (Dedicated Cloud) : ลูกค้าสามารถใช้งานบริการคลาวด์ของ OCI ทั้งหมดในศูนย์ข้อมูลของตนเองด้วย OCI Dedicated Region ขณะที่พันธมิตรสามารถขายต่อบริการคลาวด์ของ OCI และปรับแต่งประสบการณ์ด้วย Oracle Alloy ผลิตภัณฑ์เหล่านี้แต่ละรายการให้บริการคลาวด์และ AI ที่ครบถ้วนซึ่งลูกค้าสามารถนำไปใช้เป็น Sovereign Cloud ได้

  • ไฮบริดคลาวด์ (Hybrid Cloud) : OCI ให้บริการคลาวด์หลักในสถานที่ของลูกค้าผ่าน Oracle Exadata Cloud@Customer และ Compute Cloud@Customer และกำลังจัดการการปรับใช้งานในกว่า 60 ประเทศแล้ว

  • มัลติคลาวด์ (Multi Cloud) : ตัวเลือกต่างๆ รวมถึง Oracle Database@Azure, HeatWave MySQL บน AWS และ Microsoft Azure, Oracle Interconnect สำหรับ Microsoft Azure และ Oracle Interconnect สำหรับ Google Cloud ช่วยให้ลูกค้าสามารถรวมความสามารถหลักจากคลาวด์ต่างๆ ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...